ตรึงราคาพลังงาน.....??????

Posted on 10/2/2008 at 05:56

                                      

             

              ถามใคร...ใครก็อยากให้ราคาพลังงาน ..ไฟฟ้า..น้ำมัน ..ก๊าซธรรมชาติ...มีราคาถูกที่สุด...

             เพราะเจ้าราคาพลังงานนี่แหล่ะ..ราคาน้ำมัน 100 ดอลลาร์/บาร์เรล ..มันทำให้เราๆ

ท่านๆ มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอย่างไม่คาดคิด...ข้าวแกง ก่อนหน้านี้ 20-25 บาท แต่ตอน

นี้ปรับไปถึง 25-35 บาท/จาน ..น้ำมันพืชก่อนหน้านี้ 35 บาท แต่ตอนนี้ปาเข้าไป

เกือบ 50 ปี ราคาเนื้อหมู โขกไปถึง 120-130 บาท ...และอื่นๆอีกมากมาย 

              ...ถามไป..ถึงต้นทุนสินค้าที่ปรับขึ้น..เขาก็บอกกันว่า ...ต้นทุนตลาดโลกมันปรับ

ขึ้น..ถ้าไม่ขึ้นตามเขา..ก็อยู่ไม่ได้ ....พวกสินค้าเนื้อสัตว์ ..ไก่ สุกร ก็ต้อง 

ขึ้นราคา ..อันเนื่องมาจากวัตถุดิบ..อาหารสัตว์ต้องนำเข้า ..และต้องสะท้อน

ราคาตลาดโลก..ที่ล้วนแต่บอกคล้ายๆกัน คือ บรรดาพวกนี้ปรับขึ้น เพราะเจ้าราคาน้ำมัน

ที่มันแพงขึ้น...นั่นเอง

                   

              ...แล้วผู้บริโภคจะอยู่ยังไง... ก็ต้องบอกว่า อยู่แบบพอเพียงไง ..มีน้อย ใช้น้อย..

ซึ่งน่าเห็นใจรัฐบาลชุดนี้ไม่ใช่น้อยที่ต้องทำงานหนักเข้ามาหาทางลดผลกระทบประชาชน

เรื่องนี้ให้มากที่สุด....

                                       ถามว่า..จะเข้าไปคุม หรือ ตรึงราคาสินค้าทุกอย่าง..ไม่ให้ขึ้นราคาได้หรือไม่.

            โดยเฉพาะราคาน้ำมัน-ไฟฟ้า-ก๊าซหุงต้ม...

               ใครจะตอบดี.ล่ะ..ว่าการตรึงราคา เป็นเรื่องที่ดีที่สุด..หรือไม่.......เอาเป็นว่า.ใครมี

ไอเดีย ยังไง...ร่วมกันแสดงความคิดเห็นมากันดีกว่า...จะได้ช่วยกันขยายต่อ......

                                              

                แต่มี ตัวอย่างที่ เคยเห็นมา .....เอาใกล้ๆนี้ก็แล้วกัน..การตรึงราคาน้ำมัน

ปาล์มเมื่อเร็วๆนี้..ก่อนที่จะปรับราคาและก่อนอนุมัตินำเข้า 30,000 ตัน..สิ่งที่เห็น

ชัด คือ การขาดตลาดในบางพื้นที่ ..มีบางกลุ่มบางพวกกักตุน เก็งกำไรกัน..

                การไม่ปรับราคาน้ำตาลทรายในอดีต...ทำให้มีกองทัพมดขนไปต่างประเทศ

และเกิดการขาดแคลนในบางจุด

                 ประเทศมาเลเซีย ตรึงราคาดีเซล น้ำมัน พืชน้ำตาล ด้วยเงินอุดหนุน ผลคือ

มีกองทัพมดขนเข้ามาขายในไทย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย จนต้องออกออก กฏหมาย

จำคุกสำหรับผู้ลักลอบ

                 การตรึงราคาก๊าซหุงต้มของไทย..ก็มีจำนวนไม่น้อยที่มีการขนไปใช้

เพื่อนบ้าน..เพราะราคาตลาดโลกสูงถึง 800 ดอลลาร์/ตัน แต่ในไทยอยู่ที่ 330 

ดอลลาร์/ตัน.. และจากการที่ราคาก๊าซฯไม่ได้สะท้อนต้นทุน..ก็ทำให้ผู้ใช้รถยนต์เมืองไทย

หันไปปรับเปลี่ยนใช้แอลพีจี หรือก๊าซหุงต้มแทนน้ำมันเพิ่มขึ้น..จนเป็นที่คาดว่า หากราคา

ก๊าซฯยังเป็นเช่นนี้ต่อไป ..2 ปีข้างหน้า ไทยคงเปลี่ยนสถานะจากผู้ส่งออก ..กลายเป็น

ผู้นำเข้าก๊าซหุงต้ม..และตอนนั้น ราคาในประเทศคงไม่เพียงขยับขึ้นมาก..ปัญหาเรื่องการ

ขาดแคลนอาจเกิดขึ้นก็ได้

                การตรึงราคาน้ำมันในช่วงปี 2547-2548 กองทุนน้ำมันมีภาระหนี้สิน สูงถึง 

82,988 ล้านบาท คนที่ใช้หนี้+ดอกเบี้ย ก็คือ ผู้ใช้น้ำมัน ผู้ขับขีรถยนต์ ทำให้คนไทยต้อง

ใช้น้ำมันแพงกว่าชาวโลกหลายปี..และในช่วงตรึงราคาดีเซล..ปรากฏว่า ทำให้โครงสร้าง

การใช้รถยนต์เฮโลไปใช้ดีเซลเป็นจำนวนมาก เพิ่มขึ้นร้อยละ 18.1 ในปี 2547 และการใช้

น้ำมันทุกประเภทเพิ่มถึงร้อยละ 12.1 แต่หลังยกเลิกการตรึงราคา ปรากฏว่า การใช้น้ำมัน

ที่สะท้อนต้นทุนราคาตลาดโลก ได้ลดลงมาโดยตลอด เพราะคนไทยหาทางลดการใช้

น้ำมันด้วยตัวเองไปโดยปริยาย นับว่าเป็นผลดีต่อเรื่องการลดการนำเข้าด้วย โดยปี 2550

การใช้น้ำมันโดยรวม โตเพียงร้อยละ 0.6 เท่านั้น

                           ---เหล่านี้ เป็นตัวอย่างที่เกิดขึ้นจริงแล้ว....และถ้าเราจะตรึงราคาพลังงานต่อ

ไป..อะไรจะเกิดขึ้น..ในอนาคต.....มาช่วยกันคิดหน่อยนะจ๊ะ....หนุนหรือต้าน หรือมีทางออก

เรื่องอื่นๆ...ทำยังไงกันดี... ...ข้าน้อย คิดไม่ออกเหมียนกัน..

  

                 --------------------------------------------------------------------------------

    

                 

 


Last Page | Page 2 of 6 | Next Page

Links

- Home
- My Profile
- Archives
MCOT Public Company Limited. All rights Reserved.2004
Contact Us Tel:02-201-6000 webmaster@mcot.net Tel: 02-201-6145
Powered by Computer Department of MCOT.