...อย่าเพิ่งไว้ใจ...
....ทำให้สกัดกั้นการปรับขึ้นของราคาสินค้าที่เตรียมจ่อคิวเพิ่มขึ้นอีกมากมาย....แต่สถานการณ์..ยังไว้ใจไม่ได้ ..ราคาน้ำมัน..มีโอกาสจะปรับขึ้นไปอีก.. ..ด้วยหลายปัจจัย....เพราะน้ำมันเป็นสินค้าโภคภัณฑ์..ที่การซื้อขายแผ่นกระดาษ..หรือ.การเก็งกำไรยังมีต่อเนื่อง ขณะที่กำลังผลิตน้ำมันดิบของโลกกับการบริโภคอยู่ในภาวะใกล้เคียงกัน
..แต่เนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว..ของสหรัฐ-ยุโรป ที่เที่ยวกันไม่ค่อยออกเพราะผลกระทบ ซับไพรมส์..ความต้องการน้ำมันช่วงนี้จึงน้อยลง..แต่หากเข้าช่วงหน้าหนาว..ตั้งแต่ ตุลาคม-กุมภาพันธ์..เอาละ..ความต้องการนำมันเพื่อความอบอุ่นทั้ง ดีเซล-เตาจะเพิ่มขึ้น...ดังนั้น..จึงไม่น่าแปลกใจที่ขณะนี้ราคาน้ำมันดิบและราคาดีเซลช่วงนี้..จะลดลง..ประกอบกับ ตัวแปรสำคัญมากมาก ..ในช่วงที่ปีนี้ทำให้ราคาดีเซลเพิ่มสูงขึ้นมาก คือ..จีนที่เป็นเจ้าภาพโอลิมปิกส์...มีการใช้ดีเซลเพิ่มสูงขึ้นช่วงก่อนจักแข่งขันก็นำไปผลิตไฟฟ้า..เพื่อลดมลพิษ ..ช่วงระหว่างการแข่งขันก็สั่งปิดโรงงานรอบและในปักกิ่ง.เพื่อลดมลพิษอีก...แต่หลังจากการแข่งขันสิ้นสุด ..ส.ค.นี้แล้ว..คงต้องลุ้นกันว่า..โรงงานที่กลับมาเดินเครื่องอีก..จะมีความต้องการน้ำมันมากขึ้นมากน้อยเพียงใด.. 2 ปัจจัยนี้ จึงมีโอกาสทำให้ราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้น
--ย้อนกลับมา..เรื่องการเก็งกำไร..ก็เป็นที่ทราบดีกว่า..กองทุนเฮดจ์ฟันด์เหล่านี้..สามารถโยกเงินเข้าออกไปหลายตลาด..ทั้งตลาดหุ้น-ตลาดเงิน-ตลาดโภคภัณฑ์
น้ำมัน-ทองคำ .และอื่นๆ ที่ผ่านมาเงินดอลลาร์เริ่มแข็ง..ก็โยกเงินจากตลาดโภคภัณฑ์ไปตลาดเงิน..แต่ล่าสุดวันนี้( 20 ส.ค. 51) ดอลลาร์เริ่มอ่อนค่า..เนื่องจากตลาดเกิดความกังวลต่อภาวะอัตราเงินเฟ้อและสภาพเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ส่งผลให้นักลงทุนเทขายเงินดอลลาร์และโยกย้ายเงินลงทุนมายังตลาดน้ำมัน...จนทำให้ราคาน้ำมันเริ่มเพิ่มขึ้นมาอีก..
--ในขณะที่ กลุ่มโอเปก..จะมีการประชุมในวันที่ 9 ก.ย.นี้ แม้ ประธานกลุ่มโอเปก ยืนยันจะไม่ลดกำลังการผลิต นอกเสียจากราคาน้ำมันดิบจะปรับตัวลดลงต่ำกว่า 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่สมาชิกหลายประเทศเริ่มเสียงแตก..ไม่พอใจราคาน้ำมันที่ลดลง มีการปล่อยข่าวอาจเสนอลดกำลังผลิต ยิ่งกดดันราคาน้ำมัน.ให้อาจเพิ่มขึ้น.
..ดังนั้น ผู้เชี่ยวชาญหลายคนจึงฟันธงว่า..ราคาน้ำมันดิบจะต่ำกว่า 100 ดอลลาร์/บาร์เรลเป็นเรื่องยาก..