ช่วงสุดท้ายของชีวิต ...???
ammorn:::พลังชีวิต
ช่วงสุดท้ายของชีวิต.....????

ช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ได้รับข่าวญาติผู้ใหญ่ทั้งของตัวเอง และเพื่อนร่วมงานที่สำนักข่าวไทยเสียชีวิต หลายคนเล่าให้ฟังว่า ช่วงสุดท้ายของชีวิตของญาติผู้ใหญ่ ก่อนที่ท่านจะจากไปนั้น บางท่านกระฉับกระเฉงขึ้น พุดคุย ซักถามถึงคนโน้น คนนี้ อารมณ์ดี ไม่มีวี่แววว่า จะจากไป.....สุดท้าย ได้รับคำถามว่า อาการช่วงสุดท้ายของชึวิต พอจะมีอะไรเป็นสัญญาณบอกว่า ร่างกายไม่ทำงาน เข้าสู่กระบวนการตาย เพื่อลูกหลานจะได้ทำใจบ้างหรือไม่
**********************************************************************************************
"เห็นกันอยู่เมื่อเช้า สายตาย
สายอยู่สุขสบาย บ่ายม้วย
บ่ายรื่นชื่นรวยราย เย็นดับ ชีพแฮ
เย็นเล่นกับลูกด้วย ค่ำม้วยอาสัญ"
(บทกวีนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว)
โรคที่ถูกวินิจฉัยว่า "ร้ายแรง รักษาไม่หาย มีแต่จะทรุดลงถึงแก่ความตาย" นั้น มีแนวคิดใหม่ในการดูแลคือ เน้นที่การดูแลรักษาคน มากกว่า ดูแลรักษาโรค เน้นส่งเสริม คุณภาพที่เหลืออยู่จำกัดของผู้ป่วย มากกว่าเน้นการกำจัดโรคให้หมดไป ได้มีชีวิตอยู่อย่างมีคุณภาพ จนกระทั่ง ตายอย่างสมศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์
งานการพยาบาลป้องกันโรคและส่งเสริมสุขภาพ โรงพยาบาลรามาธิบดี กำหนดจัดบรรยายความรู้เพื่อประชาชนเกี่ยวกับ "การดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายทั้งร่างกายและจิตใจ" ในวันที่ 20 ธันวาคมนี้ เวลา 09.00-12.00 น.ที่ห้องประชุมอรรถสิทธิ์เวชชาชีวะ ชั้น 5 ผู้สนใจสำรองที่นั่งเข้าฟังการบรรยายที่คุณสุนันทา คำพอ โทร 0-2201-1091-3 หรือ โทร 0-2201-2126 เพื่อให้ความรู้ที่ถูกต้องกับประชาชน นอกจากนั้น ทางโรงพยาบาลรามาธิบดี ยังมี VCD ให้ความรู้ด้านสุขภาพ สอบถามได้ที่โทร. 0-2201-2256 ค่ะ
********************************************************************************************
ศ.พญ.สายพิณ หัตถีรัตน์ แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวและเวชศาสตร์ชุมชน โรงพยาบาลรามาธิบดี ให้ข้อมูลไว้ว่า อาการช่วงสุดท้ายของชีวิต เป็นสัญญาณบ่งบอก ว่า ร่างกายไม่สามารถทำงานได้อีกต่อไป เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ โดยเกิดเป็นระยะเวลาสั้น- ยาว ไม่เท่ากันในผู้ป่วยแต่ละราย อาการที่บ่งบอกว่าร่างกายไม่สามารถทำงานได้อีกต่อไป เช่น
1. อ่อนเพลีย ง่วงซึม สติสัมปชัญญะลดลง เมื่อร่างกายผลิตพลังงานได้น้อยลง
2. มือเท้าเย็น ผิวเป็นจ้ำ การไหลเวียนของเลือดลดลง ส่งผลให้ชีพเต้นเร็ว ความดันเลือดตก ปลายมือ ปลายเท้าเย็น เขียวซีด ผิวเป็นจ้ำๆ
3. มีปัสสาวะออกน้อยลง สีเข้มขึ้น เนื่องจากเลือดไปเลี้ยงไตลดลง การหายใจผิดปกติ เป็นการหายใจตื้น ๆ หยุดหายใจเป็นช่วง ๆ หรือหายใจเร็วกระชั้น เนื่องจากภาวะควาเมป็นกรดด่างในเลือดผิดปกติ การใส่ท่อช่วยหายใจหรือสายคาจมูกเพื่อให้ออกซิเจนจึงไม่มีประโยชน์ เพราะผู้ป่วยไม่ขาดอากาศแต่มีภาวะเลือดเป็นพิษ ภายหลังอวัยวะต่าง ๆ เสื่อมสภาพ
4. กระสับกระส่าย สับสนวุ่นวาย ประสาทหลอน เนื่องจากเลือดเป็นพิษ สารเคมีในเลือดเปลี่ยนแปลง
5. การดื่มลดลง กลืนลำบาก น้ำลายสอ เสียงเสลดในลำคอมากขึ้น เนื่องจากระบบประสาทอัตโนมัติเริ่มเรรวน อาการไม่อยากกินเป็นอาการแสดงอย่างหนึ่งของกระบวนการตาย ไม่ใช่สาเหตุจากผู้ป่วยดื้อไม่ยอมกินหรือญาติดูแลไม่ดี ยิ่งบังคับให้กินก็ยิ่งรู้สึกผิดทั้งสองฝ่าย ดังนั้นญาติควรให้อาหารในปริมาณเท่าที่ผู้ป่วยอยากกินและกินได้
แน่นอน ทุกคนต้องตาย
แต่เชื่อว่า ไม่มีใครต้องการตายอย่างทุกข์ทรมาน
ขออวยพรให้สุขภาพแข็งแรง มีพลังชีวิต ค่ะ
และได้รับพรและลาภอันประเสริฐ คือ ความไม่มีโรค
(อัพเดท 12 ธ.ค.50 พี่ ๆ ที่มีลูกบอกว่า ทำใจไม่ได้ที่มีภาพเด็กปิดท้าย รู้สึกทำร้ายจิตใจ
ชวนให้นึกถึงวาระสุดท้ายของชีวิต
....จึงขอตัดภาพเด็กออกนะคะ)