“อสมท” เชิดชูคนบันเทิง “ผลงานดี มีคุณธรรม”

Posted on Tuesday 6 May 2008 at 11:33

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ   สยามบรมราชกุมารี  ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ  พระราชทานรางวัลเกียรติยศที่ทรงคุณค่าที่สุดของวงการบันเทิง รางวัล “บันเทิงเทิดธรรม” เพื่อเชิดชูเกียรติคนบันเทิงที่มีคุณภาพและคุณธรรม  ถือเป็นมหากรุณาธิคุณอย่างสูงยิ่งแก่วงการบันเทิงไทย 

นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าจุดเริ่มต้นในการจัดการประกาศผลรางวัลเกียรติยศ  “ไนน์เอ็นเตอร์เทน อวอร์ด”  เกิดจากการเล็งเห็นว่า ทุกวันนี้คนบันเทิงมีบทบาทสำคัญและมีอิทธิพลต่อวิธีคิดและการกระทำของคน ดังนั้น อสมท จึงขอมีส่วนร่วมในการกระตุ้นเตือนให้บุคลากรในวงการบันเทิงตระหนักในหน้าที่ บทบาท และความสำคัญของตนที่มีต่อสังคม   ขณะเดียวกันเรายังต้องการสนับสนุนคนดีให้มีกำลังใจทำความดีต่อไป และสร้างแนวร่วมคนบันเทิงที่เป็นแบบอย่างที่ดีของสังคมให้มากขึ้น ซึ่งจะเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการบันเทิงไทยด้วย

นอกจากนั้น กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน)  ยังกล่าวว่าการมอบรางวัลเกียรติยศ “ไนน์เอ็นเตอร์เทน อวอร์ด” จะแตกต่างจากการประกาศผลเวทีอื่นๆ ที่ให้ความสำคัญทั้ง คุณภาพคู่คุณธรรม” เรียกว่าหน้าม่านต้องมีผลงานสู่ประชาชนที่มีคุณภาพ และหลังม่านก็ต้องดำเนินชีวิตด้วยคุณธรรม   จึงจะเรียกได้ว่าเป็นคนบันเทิงที่สังคมไทยต้องการอย่างแท้จริง

ในโอกาสที่บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) จัดงานประกาศผลรางวัลบันเทิงยอดเยี่ยมแห่งปี “ไนน์เอ็นเตอร์เทนอวอร์ด” จึงได้นำความขึ้นกราบบังคมทูล สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  ขอพระราชทานถ้วยรางวัลเกียรติยศ “บันเทิงเทิดธรรม” เพื่อเป็นสัญลักษณ์สำคัญในการยกย่องเชิดชูเกียรติ และเป็นขวัญกำลังใจแก่ศิลปินนักแสดงที่มีความประพฤติดี ยึดมั่นในคุณธรรม และสร้างสรรค์ผลงานคุณภาพ  เป็นเกียรติประวัติแก่วงการบันเทิงอย่างสมภาคภูมิสืบไป

ในการนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานถ้วยรางวัลเกียรติยศ “บันเทิงเทิดธรรม” แก่บุคลากรในวงการบันเทิงที่มีความประพฤติดี   มีน้ำใจ และมีผลงานเป็นที่ยอมรับในสังคมอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลามากกว่า 10 ปี เพื่อยกย่องในคุณความดีและเป็นแบบอย่างแก่สาธารณะ โดยจะมีการอัญเชิญถ้วยรางวัลพระราชทานมอบให้ผู้ได้รับคัดเลือก  ในงาน “ไนน์เอ็นเตอร์เทน อวอร์ด” ที่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) จะจัดขึ้นในวันที่ 29 พฤษภาคม 2551 ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

สำหรับรางวัล “ไนน์เอ็นเตอร์เทน อวอร์ด” จะพิจารณามอบรางวัลทั้งสิ้น 3 ประเภท 13 สาขา ประกอบด้วย  รางวัลพระราชานบันเทิงเทิดธรรม 1 รางวัล  รางวัลยอดเยี่ยมแห่งปี  11 รางวัล ประกอบด้วย นักแสดงแห่งปี (ชายและหญิง) ,  ภาพยนตร์แห่งปี, ละครโทรทัศน์แห่งปี, นักร้องแห่งปี (ชายและหญิง), เพลงแห่งปี, พิธีกรแห่งปี, คนเบื้องหลังแห่งปี (ชายและหญิง),  ครอบครัวบันเทิงแห่งปี  และรางวัลขวัญใจมหาชน  1 รางวัล



ด้านสุทธิพงษ์ ธรรมวุฒิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีวีบูรพา จำกัด และพีธีกรชื่อดังจากรายการ “คนค้นคน” เปิดเผยว่า ตอนนี้เราควรจะช่วยกันทำอะไรก็ได้ที่มีส่วนช่วยสังคมให้ไปในทิศทางที่ควรจะเป็น  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวงการบันเทิงซึ่งเป็นบุคคลที่อยู่ในแวดวงสื่อสารมวลชนที่ให้คุณและโทษต่อสังคมได้ การที่มีรางวัล “ไนน์เอ็นเตอร์เทน อวอร์ด” ทำให้คนดีถูกมองเห็นอย่างแท้จริงถึงคุณค่าในตนเอง  ซึ่งเป็นการยกระดับและสร้างมาตรฐานสิ่งดีๆ ที่ควรจะมีในวงการบันเทิงให้เกิดขึ้นจริง

 

ส่วนปาน – ธนพร แวกประยูร  นักร้องชื่อดังที่ได้รับการเสนอชื่อข้าชิงรางวัล “ไนน์เอ็นเตอร์เทน อวอร์ด” สาขานักร้องหญิงแห่งปี  เปิดเผยว่า ภูมิใจที่มีชื่อเข้าชิงรางวัลในครั้งนี้ เพราะหมายถึงว่าผลงานของตนเองไม่ถูกลืม

ในขณะที่ อ็อฟ – ปองศักดิ์  รัตนพงษ์ นักร้องชื่อดังที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล “ไนน์เอ็นเตอร์เทน อวอร์ด” สาขานักร้องชายแห่งปี เปิดเผยว่า รู้สึกตื่นเต้นมากที่ได้ทราบว่าถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล และจะได้รางวัลหรือไม่นั้นไม่ใช่ส่วนสำคัญ เพราะรางวัลนี้คือรางวัลเกียรติยศได้เข้ารอบก็ภูมิใจมากแล้ว

ส่วนโต๋ – ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร นักร้องชื่อดังที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล “ไนน์เอ็นเตอร์เทน อวอร์ด” สาขานักร้องชายแห่งปี เปิดเผยว่า รู้สึกภูมิใจที่ได้เข้าชิงรางวัลเกียรติยศนี้ และฝากถึงเพื่อนเยาวชนด้วยว่าขอให้ช่วยกันทำดี เรียนเก่งหรือไม่ไม่สำคัญเท่ากับการเป็นคนดี

ทำไมต้อง "ไนน์เอ็นเตอร์เทน อวอร์ด"

Posted on Wednesday 30 April 2008 at 12:13

สวัสดีครับ  วันนี้เคลียร์งานข่าวเสร็จเร็วกว่าที่คาดไว้เลยขอเข้ามาอัพเดท อะไรต่อมิอะไรให้ฟังกัน  ซึ่งเรื่องที่จะเล่าให้ฟังก็คือ การจัดงาน "ไนน์เอ็นเตอร์เทน อวอร์ด" ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 29 พฤษภาคม ที่จะถึงนี้ครับ

มีหลายคนสงสัยว่าทำไมต้องจัดงาน "ไนน์เอ็นเตอร์เทน อวอร์ด"  เป็นเพราะว่า อสมท ต้องการทำตามแฟชั่น  หรือต้องการประกาศศักดา  คือแบบนี้ครับ  การที่ อสมท จัดงาน"ไนน์เอ็นเตอร์เทน อวอร์ด" ขึ้นก็เป็นเพราะ

คุณวสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.อสมท  คุยกับผมนอกรอบว่า ข่าวบันเทิงของสำนักข่าวไทยน่าจะทำอะไรมากขึ้น  เพราะที่ผ่านมาก็นำเสนอข่าวได้เป็นกลางอย่างอยู่แล้ว  มีเสียงตอบรับดีทั้งกล่องและเงิน   นี่แหละครับเป็นจุดเริ่มต้นภาระกิจใหม่ในชื่อ "ไนน์เอ็นเตอร์เทน อวอร์ด" ของทีมข่าวบันเทิง  สำนักข่าวไทย  ภายใต้การจัดการของฝ่ายกลยุทธิ์การตลาด  ที่กำลังต้องการต่อยอดรายการต่างๆ ทั้งในเชิงการสร้างภาพลักษณ์และขยายกลุ่มผู้ชม

โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนด้วยดีจากหน่วยงานต่างๆ ของ อสมท  ที่ร่วมมือร่วมใจกันดำเนินการขึ้น  ไม่ว่าจะเป็น สำนักข่าวไทยของผม  ที่ไฟเขียวให้ดำเนินการจัดงาน  ในขณะที่สำนักการตลาดเจ้าของโครงการก็เดินหน้าทำเอกสารและดูแลงานด้านการตลาดจนลุล่วงด้วยดี  นอกจากนั้นหน่วยงานอื่นๆ ใน อสมท ก็ส่งบุคลากรมาร่วมกันสร้างสรรค์ อาทิ สำนักโทรทัศน์  และสำนักวิทยุ   ที่ช่วยเหลือในทุกขั้นตอน  (ขอโทษนะครับสำหรับหน่วยงานอื่นๆ ที่ไม่ได้เอ่ยชื่อ เพราะมันเยอะมากจนบรรยายไม่หมด)

ในช่วงแรกที่ผู้บังคับบัญชาสั่งเดินหน้าจัดงาน "ไนน์เอ็นเตอร์เทน อวอร์ด" (เมื่อกลางปีที่แล้ว)  ผมรู้สึกเฉยๆ เพราะรู้สึกว่ามันคงไม่วุ่นวายอะไรมากมาย  เนื่องจากเท่าที่ไปทำข่าวงานอวอร์ดอื่นๆ มาก็รู้สึกว่าการจัดงานคงไม่มีอะไรที่เป็นปัญหา   แต่พอลงมือทำจริงๆ งานมันใหญ่โตมากขึ้นเรื่องจนตอนนี้เริ่มเครียด  เพื่อนๆ ในทีมบันเทิงก็กังวลใจไม่ต่างไปกับผม  เพราะทุกคนล้วนต่างต้องการให้งานที่ออกมาดี

 

ถึงวันนี้งาน "ไนน์เอ็นเตอร์เทน อวอร์ด" มันกลายเป็นโปรเจคยักษ์ไปแล้ว  เพื่อนๆ ประชาสัมพันธ์ค่ายต่างๆ พูดว่า งานนี้ดูหรูหราและน่าเชื่อถือ  ผมไม่ได้พูดเองนะ เค้าพูดจริงๆ ซึ่งเมื่อได้ฟังแล้วก็รู้สึกว่าการให้เกียรติครั้งนี้คือแรงกดดัน  ที่สำคัญโจทย์ที่ยากที่สุดก็คือ  รางวัลนี้ อสมท ตั้งใจสร้างขึ้นมาเพื่อยกย่องดาราที่ทำดี มีคุณธรรม  เพราะปัจจุบันดารามีข่าวลบมากกว่าเรื่องดีๆ ดังนั้นการยกย่องและให้กำลังใจคนดีจึงเป็นการชี้ให้เยาวชนเห็นแบบอย่างที่ควรทำตาม

ขอใช้คำพูดที่เข้าใจง่ายๆ แบบนี้ว่า  หน้าม่าน คือ คุณภาพ  หลังบ้าน คือ คุณธรรม (ทีม SEED 97.5 FM คิดให้)   แต่เราจะหาดาราที่มีคุณสมบัติได้ไหม  เฮ่อ...  วงการบันเทิงมันต้องมีคนดีซิคุณว่าไหม

ผมขอบอกเล่าชี้แจงรายละเอียดในความตั้งใจที่จะทำงานชิ้นนี้ให้ฟังนะครับ  ขอเล่าเป็นข้อๆ เพื่อให้คุณได้เห็นภาพ

อย่างแรกนะครับ  การพิจารณารางวัล  คุณวสันต์ นายใหญ่ของผม ให้โจทย์มาว่า  ต้องให้ผลที่ออกมาน่าเชื่อถือ  ไม่สร้างความกังขาให้กับประชาชนแบะสื่อมวลชน  นี่คืองานแรกที่ทีมงานหนักใจ  ดังนั้นเราจึงต้องเรียน

เชิญกรรมการมาจากหลายส่วน เพื่อให้รางวัลนี้ไม่ยี้ เหมือนเวทีอื่นๆ  และในที่สุดเราก็ได้ 9 กรรมการมา  แต่ละทันเวลาพิจารณารางวัลแต่ละท่านตั้งมาตรฐานคนที่จะได้รับรางวัลไว้สูงเหลือเกินแถมยังวิพากษวิจารณ์กันแบบเผ็ดร้อน เรียกว่าทีมงานอย่างพวกผม  (ทีมข่าวบันเทืง) ต้องให้ข้อมูลอย่างละเอียดทั้งข่าวเบื้องหน้าและพฤติกรรมเบื้องหลัง  เห็นไหมครับว่ายากจริงๆ การจะทำงานอวอร์ดเนี๊ยะ

สำหรับคณะกรรมการทั้ง 9 ท่านประกอบด้วย   1. นายเขมทัตต์  พลเดช (ผช.กก.ผอ.ใหญ่สำนักการตลาด อสมท)   2. นายธีรภัทร์  สัจจกุล (ผอ.ฝ่ายคลื่นวิทยุ FM 97.5) 3.นายชัยนันต์ สันติวาสะ (หัวหน้ากองบรรณาธิการข่าวบันเทิง)  4. รศ.ดร.ยุบล เบ็ญจรงค์กิจ (คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)  5. รศ.ดร.มาลี บุญศิริพันธ์  (คณบดีคณะวารสารศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์) 6. นายนคร วีระประวัติ (กรรมการสมาคมสมาพันธ์ภาพยนตร์แห่งชาติ)  7. นายสันติ ชูขวัญทอง (อุปนายกสมาคมนักข่าวบันเทิง)  8. นางสาวกรรวี ธัญญะตุลย์ (กรรมการสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์)  และ 9. นางบุญพา มิลินทสูต  (ผู้แทนจากกระทรวงวัฒนธรรม)

การทำงานอย่างที่ 2 ที่ต้องทำก็คือ ตัวรางวัล เนื่องจากเป็นรางวัลพระราชทาน ดังนั้นถ้วยรางวัลถูกสร้างมาให้สวยงามและพิเศษ  เพื่อแสดงถึงคุณค่าและความตั้งใจของทีมงานที่จะต้องการเชิดชูเกียรติดาราที่มีผลงานดีและมีคุณธรรม  โดยคุณปู - จินตนา ได้ปรึกษากับเพื่อนๆ ศิลปินในแวดวงศิลปะ  จนในที่สุดได้ประติมากรรมที่สวยงามมาเชิดชูดาราที่ทำดีมีผลงานเด่น  ภายใต้การออกแบบและดูแลการผลิตของ วิจิตร  อภิชาติเกรียงไกร   ศิลปินมากฝีมือที่สร้างสรรค์งานจนเป็นที่ยอมรับในแวดวงศิลปะ  และที่น่าทึ่งก็คือรางวัลที่ "ไนน์เอ็นเตอร์เทน อวอร์ด" มอบให้นั้น ราคาสูงถึงตัวละเกือบ 2 หมื่นบาทเลยทีเดียว  เพราะทำมาจากบรอนซ์  ซึ่งส่วนผสมทำจากวัสดุนำเข้าจากยุโรป และหล่อภายใต้เทคโนโลยีที่สูงและดีที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 

ลำดับต่อไปก็คือการจัดงาน  อันนี้เป็นเรื่องสำคัญสุดๆ ที่ทีมงานปวดหัวอย่างยิ่ง  เพราะจะทำอย่างไรให้คนที่มาร่วมงานไม่เบื่อหน่าย  และจะทำอย่างไรให้ผู้ที่นั่งชมรู้สึกสนุกสนานและมีส่วนร่วมกับรางวัล  จริงๆ แล้วมีรายละเอียดปลีกย่อยเยอะมากเลยครับ  ขอให้ติดตามชมแล้วกัน  เพราะถ้าบอกไปตอนนี้กจะหมดสนุก (จริงๆ ก็คันปากอยากจะบอกเหมือนกัน)  แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นในการประกาศผลรางวัลจะสนุกสนานแน่นอน  จริงๆ ไม่ควรสร้างความหวังให้คุณนะเนี๊ยะเดี๋ยวออกมาไม่ดีจะโดนวิจารณ์

งานที่ 4 ที่ต้องทำก็คือเรื่องผู้สนับสนุน  หากไม่มีงานที่จัดก็คงออกมาได้ระดับหนึ่งเท่านั้น  ไม่สามารถจัดงานได้อย่างยิ่งใหญ่  อันนี้ต้องยกความดีให้กับสำนักการตลาดที่สามารถหาผู้สนับสนุนมาได้  แต่เรื่องรายละเอียดผมไม่ทราบจริงๆ เท่าที่รู้คือ สินค้าต่างๆ สนับสนุนเราอย่างดี  น่าปลื้มใจนะครับ

และงานสุดท้ายที่ต้องทำ แต่ไม่สามารถควบคุมได้ก็คือการเชิญชวนเพื่อนพองในวงการให้มาร่วมงาน  จากหลากหลายค่ายและหลายสังกัด  รวมถึงผู้ที่ถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลและนักร้อง - นักแสดง  อันนี้ก็หวังใจไว้ว่าจะมาร่วมงานกันนะครับ 

แต่สิ่งที่ทำให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในการทำงานหายเหนื่อยและปลื้มใจก็คือ  การที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานรางวัลเกียรติยศ ที่ทรงคุณค่าของวงการบันเทิง รางวัล “บันเทิงเทิดธรรม” เพื่อเชิดชูเกียรติคนบันเทิงที่มีคุณภาพและคุณธรรม  ถือเป็นมหากรุณาธิคุณ อย่างสูงยิ่งแก่วงการบันเทิงไทย 

สำหรับรางวัลที่จะมอบมีทั้งสิ้ง 3 ประเภท 13 สาขา ดังนี้   ประเภทแรกรางวัลเกียรติยศ บันเทิงเทิดธรรม    1 รางวัล   ประเภทที่ 2. รางวัลยอดเยี่ยมแห่งปี  11 รางวัล ได้แก่ นักแสดงแห่งปี (ชายและหญิง)  ภาพยนตร์แห่งปี    ละครโทรทัศน์แห่งปี   นักร้องแห่งปี (ชายและหญิง)    เพลงแห่งปี   พิธีกรแห่งปี   คนเบื้องหลังแห่งปี (ชายและหญิง)   ครอบครัวบันเทิงแห่งปี  และประเภทที่  3. รางวัลขวัญใจมหาชน  1 รางวัล


ซึ่งรางวัลขวัญใจมหาชนนี้ จะเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนร่วมโหวดดาราขวัญใจมหาชนเป็นครั้งแรก  คราวนี้เราจะทราบแล้วหล่ะว่าใครจะเป็นสุดยอดดาราขวัญใจคนไทย  ซึ่ง อสมท จะเปิดโหวดเริ่มตั่งแต่วันที่ 4 เป็นต้นไป  คุณอย่าลืมโหวดนะครับ  เพราะ 1 คะแนนเสียงของคุณจะทำให้เราทราบว่าใครคือดาราขวัญใจคนไทย


ที่เล่ามาทั้งหมดเป็นเบื้องลึกเบื้องหลังกว่าจะเกิดการจัดงาน "ไนน์เอ็นเตอร์เทน อวอร์ด" ขึ้น  หวังว่าคุณจะสนับสนุนนะครับ

แล้ววันหลังผมจะเอาเรื่องสนุกๆ มาเล่าให้ฟังอีก

ขอบคุณครับ

บอย TV9

 

กว่าจะเป็น "ข่าวบันเทิงยอดเยี่ยม"

Posted on Thursday 24 April 2008 at 15:35


สวัสดีครับ  ขาประจำที่คุ้นเคยกัน  ก่อนจะเข้าเรื่องผมขอใช้พื้นที่ช่วงแรกขอโทษแฟนBLOG ของผมก่อน  พูดไปก็เหมือนเป็นการแก้ตัว แต่นี่คือความจริงครับ  ที่ผมไม่มีเวลามาเล่าเรื่องราวสนุกๆ ลึกๆ ลับๆ ในวงการให้ฟังก็เพราะระยะหลังมานี่งานของผมมากเหลือเกิน  อาจจะเรียว่าล้นตัวก็ได้ (ขนาดอ้วนมากแล้วนะงานยังท่วมหัวอยู่)  งานที่ทำก็มีทั้งงานในหน้าที่ งานพิเศษที่ตั้งใจสร้างขึ้นเพื่อองค์กร และงานอื่นๆ ที่ผุดออกมาเหมือนดอกเห็ด

 

ไม่ใช่ผมคนเดียวนะที่งานมากมาย  ทีมข่าวบันเทิงของผม ทั้งคุณจินตนา คุณนครินทร์  คุณศุภลักษณ์  คุณวศิน  คุณอรจิรา  คุณนภพรรณ  คุณสุชาดา และคุณพงษ์ไทย (น้องใหม่)  ต่างก็งานมากมายถ้วนทั่ว  ตั้งแต่ 1 เมษายน เป็นต้นมา ซึ่งเป็นวันแรกที่เริ่มต้นมีช่วงใหม่ "ไนน์เอ็นเตอร์เทน ทอล์ค"  พวกเราทีมข่าวบันเทิงก็กลับบ้านหลัง 5 ทุ่มทุกคืน และเกือบทุกคน  ซึ่งผมก็หวังว่าจะมีคนเห็นใจและช่วยเหลือพวกเราตามสมควรที่ทำงานอย่างหนัก (อยากดูหน้าตาทีมงานไปดูที่ BLOG ผมหัวข้อ คันปาก อยากแฉ พรชิตา)

นั่นคือการอธิบายเหตุผลว่าทำไมถึงมาอัพเดจ BLOG บ่อยๆ ไม่ได้  ยืนยันครับว่าไม่ได้ขี้เกียจเขียน  แต่งานมันมากมายจริงๆ  และที่ต้องเล่าภาระหน้าที่อย่างละเอียดก็เพราะทีมงานเว็บไซต์ อสมท เค้าบอกว่ามีคนเข้ามาอ่านBLOGของผมเยอะมาก (หลอกหรือเปล่าก้ไม่รู้)  ดังนั้นผมก็กลัวแฟนคลับเข้าใจผิดและเบื่อที่จะรออ่าน BLOG ของผม

(ชมภาพข่าว "ไนน์เอ็นเตอร์เทน คว้ารางวัล")




กลับมาเข้าเรื่องที่ตั้งใจจะเขียนนะครับ  นั่นก็คือ "ข่าวบันเทิงยอดเยี่ยม"  ที่รายการ "ไนน์เอ็นเตอร์เทน" ซึ่งผมและทีมเป็นผู้ผลิต   ได้รับรางวัลจากสมาคมนักข่าวบันเทิง ในงาน "สตาร์เอ็นเตอร์เทนเม้น อวอร์ด"  ทันที
ที่ทราบว่าได้รางวัลเป็นปีที่ 2 สิ่งแรกที่ผมคิดก็คือ หายเหนื่อย  แต่ก็เครียดมากกว่าดีใจ  เพราะคิดว่าจะทำอย่างไรให้คนไม่ด่าตามหลังว่านี่หรือรายการข่าวบันเทิงยอดเยี่ยม  

ทุกวันนี้ผมกับทีมงานมีภาวะกดดันอยู่เล็กๆ ว่าต้องทำรายการให้ดีและให้ถูกใจผู้ชม  เพราะกลัวคนวิจารณ์ว่าได้รางวัลมาได้อย่างไร

ที่ผ่านมามีพี่ๆ ในวงการหลายคนเดินเข้ามาแสดงความยินดีพร้อมกับชื่นชมผมที่ทำรายการจนได้รางวัล  ผมจะบอกเสมอว่าสิ่งที่ทำให้รายการของเราประสบความสำเร็จก็คือ ความสามัคคีของทีมงาน  พวกเราร่วมทุกข์ร่วมสุขกันโดนตลอด (อันนี้คนมีเพื่อนร่วมงานแย่ๆ คงอิจฉาพวกผม)  ทีมเวิร์คในการทำรายการโทรทัศน์เป็นสิ่งสำคัญมาก  ที่ผ่านมาทุกครั้งที่เกิดปัญหาไม่เข้าใจผมและเพื่อนจะพูดคุยกันให้จบ (ด่ากันแล้วจบ)   ที่สำคัญทีมงานส่วนอื่นๆ ที่นอกจากทีมข่าวของ อสมท ก็สนับสนุนการทำงานมาโดยตลอดจนประสบความสำเร็จ

นอกจากความสามัคคีแล้ว  การทำงานด้วยความตั้งใจภายใต้แรงกดดันและอุปสรรค   ยังเป็นสิ่งที่ทำให้เรามีวันนี้   เพราะทุกวันนี้อุปสรรครุมเร้ามากมายทั้งที่มาจากภายนอก (คู่แข่ง + สภาพธุรกิจ) และภายในองค์กร (อันนี้ขอไม่บรรยาย...ย.ย.ย.) เชื่อว่าทุกองค์กรย่อยมีปัญหา  แต่พวกเราไม่ย่นย่อที่จะบุกตะลุยจนผ่านมาได้

และสิ่งที่ทำให้ "รายการไนน์เอ็นเตอร์เทน" เป็นที่ยอมรับก็คือ การทำงานด้วยความเป็นกลาง  และพยายามหาอะไรแปลกใหม่มานำเสนอ เช่น เปิดประเด็นลินดาเป็นมะเร็ง, ทำช่วงไนน์เอ็นเตอร์เทน ทอล์ค   และที่ภูมิใจแบบสุดๆ ก็คือ การผลิต "ไนน์เอ็นเตอร์เทน เอ็กซ์คลูซีฟ" ที่นำเรื่องราวในวงการมารายงานแบบเจาะลึก ซึ่งเชื่อว่าหาชมไม่ได้ในรายการอื่นๆ

ทีมงานทุกคนก็ไม่ได้รับเสียงชื่นชมเพียงอย่างเดียวนะครับ เพราะจริงๆ แล้วเราก็ได้รับคำวิจารณ์เช่นกัน เช่น ทำไมต้องเอาเรื่องรักดารามารายงาน หรือ เกลียดดาราคนนี้เอามาออกทำไม  ต้องทำใจเพราะคนโบราณเคยบอกไว้ว่า คนรักเท่าผืนหนัง คนชังเท่าผืนเสื่อ

ทั้งหมดที่พูดมาผมกำลังจะบอกว่าบางทีการได้รับรางวัลมันก็ไม่ได้ทำให้เรามีสุขเสมอไป  หรือว่าผมคิดมากไปเอง 

ต้องขอบคุณจากใจสำหรับคำชื่นชม  มีแฟนรายการหลายคนโทรมาแสดงความยินดี  รวมถึงค่ายบันเทิงต่างๆ ที่โทรหา

สุดท้ายผมขอเชิญชวนให้คุณเข้ามาร่วมกิจกรรมต่างๆ ที่ทีมข่าวของเราจะจัดขึ้น  นั่นก็คือ การจัดงานประกาศรางวัลเกียรติยศ "ไนน์เอ็นเตอร์เทน อวอร์ด" ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 29 พฤษภาคม นี้ที่ หอประชุมใหญ่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย


 

ส่วนอีกงานเป็นกิจกรรมเล็กๆ ที่มีผู้สนับสนุนมากมาย  ประสบความสำเร็จทั้งเชิงธุรกิจและภาพลักษณ์ นั่นคือ กิจกรรม "ไนน์เอ็นเตอร์เทน มีทแอนด์กรี๊ด"  ที่เดือนพฤษภาคนนี้จะชวน 8 หนุ่มสาวเดอะสตาร์  จะมาพบชาว "ไนน์เอ็นเตอร์เทน" ซึ่งรับรองว่าจะสนุกสนานอย่างแน่นอน

ลาก่อนนะครับ  ขอบคุณสำหรับกำลังใจที่มีให้  ขอเป็นตัวแทนเพื่อนๆ ทีมข่าวบันเทิง ขอบพระคุณทุกคนครับ

บอย บันเทิง

 

 

"ทุนนิยม" ทำร้ายวงการบันเทิง

Posted on Monday 4 February 2008 at 10:20

 

"ทุนนิยม" ทำร้ายวงการบันเทิง


สวัสดีครับ  ผมกลับมาอีกครั้งกับ BLOG เรื่องใหม่ หลังจากหายไปนาน...น.น.น.  ที่พาดหัวไว้ว่า  "ทุนนิยม" ทำร้ายวงการบันเทิง  ความจริง...ตั้งใจจะเขียนเรื่องใหม่ตั้งหลายวันแล้ว  แต่เรื่องมันยัง
ไม่โดนเลยไม่เขียนดีกว่า กลัวคุณผิดหวัง  เพราะมันอาจจะไร้สาระเกินไป แต่เรื่องนี้ผมคิดว่าเอามาเล่าก็น่าจะสนุก เลยหยิบมาพูดให้ฟัง

เข้าเรื่องนะครับ ที่หยิบเอาเรื่อง "ทุนนิยม" มาพูดก็เพราะระยะสาม สี่ ปีมานี้ วงการบันเทิงบ้านเราถูกทุนนิยมครอบงำอย่างรุนแรง  และนับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้น  ออกตัวก่อนเลยนะครับว่าสิ่งที่เขียนมันเป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวของผม ซึ่งคุณอาจจะไม่เห็นด้วยก็ได้ ไม่ว่ากันอยู่แล้ว

เริ่มจากเรื่องใกล้ๆ ตัวของผมก่อน นั่นก็คือ รายการข่าวบันเทิงทางโทรทัศน์ เจ้าของรายการมี 2 แบบ คือ สถานีผลิตเอง และผู้จัดที่ได้เวลาดำเนินการ  รู้ไหมครับทุนนิยมเข้ามามีบทบาทอย่างมากกับข่าวบันเทิงทางโทรทัศน์  มีการทุ่มเงินนับสิบล้านต่อปีเพื่อให้มีการ TIE-IN สินค้าในรายการ

การ TIE-IN ก็คือ แอบโฆษณาแฝงในเนื้อรายการ เช่น ให้ดาราพูดถึงสินค้าแบบเนียนๆ หรือว่ามีการนำสินค้าไปวางตามกิจกรรมต่างๆ


ทำไมสินค้าชอบให้มีการ TIE-IN ก็เพราะจะได้มั่นใจว่าผู้ชมจะเห็นสินค้า และเข้าใจรายละเอียดผลิตภัณฑ์มากขึ้น เนื่องจากผู้ชมอาจจะกดรีโมทเปลี่ยนช่องเมื่อเข้าช่วงโฆษณา  ที่สำคัญการให้ดาราหรือพิธีกรพูดถึงสินค้าเป็นการยัดเยียดเนื้อหาสินค้าให้ผู้ชมรู้แบบไม่ตั้งตัวนั่นเอง  เช่น ดาราบอกว่าเป็นคนหน้ามัน ดังนั้นต้องใช้แป้งยี่ห้อนี้ที่มีส่วนผสมของ OIL-FREE หรือ พระเอกคนนี้ชอบเล่นกีฬามาก ดังนั้นต้องดื่มน้ำยี่ห้อนี่ถึงจะช่วยการเสียเหงื่อได้  อยากรู้เหมือนกันดู  TIE-IN ซึ่งเป็นการขายของในเนื้อรายการแล้วคุณหลงเชื่อแล้วไปสนับสนุนสินค้ากันไหม

กลยุทธ์ TIE-IN นิยมมากในยุคนี้  หาดูได้ตามรายการโทรทัศน์ โดยเฉพาะรายการข่าวบันเทิงที่หวังรายได้เป็นหลัก  แต่ลืมว่ากำลังละเมิดสิทธิของผู้ชมอยู่ ผมว่าน่าละอายนะครับ

ตามระเบียบการโฆษณาทางโทรทัศน์ เป็นที่รู้กันว่า 1 ชั่วโมง มีโฆษณาได้ 10 นาที  แต่บางรายการนอกจากจะโฆษณาเต็มพื้นที่แล้ว ยังเอาเวลาในเนื้อรายการมาขายของอีก แบบนี้คุณว่ามันเอาเปรียบผู้ชมอย่างเราๆ ไหมครับ 

สำหรับทีมข่างบันเทิง สำนักข่าวไทยของผม  รายการไนน์เอ็นเตอร์เทน  เราไม่ชอบการ TIE-IN และไม่สนับสนุน  แต่ก็มีข้อจำกัดอีกมากมายที่บีนคั้น กดดัน ให้เราต้องทำในสิ่งที่เรารู้ว่ามันไม่ควรทำ แต่ยืนยันว่าในแต่ละเดือนเรามี TIE-IN เพียง 1 - 2 ครั้งเท่านั้น ให้อภัยได้ไหมครับ

ความน่ากลัวของทุนนิยมๆไม่ได้มีเฉพาะเรื่อง TIE-IN เท่านั้น ยังมีการซื้อเวลาแบบจริงจังในเนื้อรายการเพื่อขายของหรือสร้างภาพลักษณ์ต่างๆ อันนี้เรียกว่า ขายกันแบบหน้าด้านๆ คือเอาเวลาที่ควรจะเป็นเนื้อรายการยกให้สินค้า 1 - 2 นาที   เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ บอกเล่าเรื่องราวของตัวเอง เช่น มือถือยี่ห้อดังจัดโครงการพิเศษถ้าเป็นสมาชิกแล้วได้สิทธิพิเศษไปดูหนัง ฟังเพลง   ผมว่าอันนี้สินค้าชอบมาก อยากได้เวลาในรายการดังๆ เพื่อนำเสนอเนื้อหาที่อยากบอก  ส่วนเจ้าของรายการก็ชอบเพราะได้เงินอีกทาง   เป็นไงจรรยาบรรณสื่อมวลชนไทยถดถอยลงทุกที

ความน่ากลัวของทุนนิยมในวงการบันเทิงยังไม่จบนะครับ  ในแง่ของดารา ทุกวันนี้ทุนนิยมก็เข้าไปหลอกล่อให้ดาราทำอะไรก็ได้ที่อยากให้ทำ เงินมันคือพระเจ้าจริงๆ  แบบนี้ครับเดี๋ยวนี้เค้ามีการจ้างดาราดังๆ ด้วยค่าตัวแพงๆ บางกิจกรรมนับล้าน เพื่อให้ทำกิจกรรมบางอย่างให้สินค้าของตัวเอง เช่น อาบน้ำกลางสี่แยก  หรือบางทีก็แต่งโป๊เดินโชว์บนเวที  อำนาจเงินมันทำได้ทุกอย่างเห็นไหมครับ อ๋อ ต้องพวกดาราหน้าเงินด้วยเค้าถึงยอมทำอะไรบ้าๆ แบบนี้

การจ้างดาราดังด้วยค่าตัวแพง แล้วให้ทำอะไรหวือหวาเป็นแรงดึงดูดมหาศาลให้บรรดานักข่าวไปร่วมงาน   ไม่ไปก็ไม่ได้เพราะภาพมันเป็นข่าวจริงๆ  เห็นไหมครับสุดท้ายผู้ชมก็ตกเป็นเหยื่อของโฆษณาแฝงตามเคย เพราะยังไงดาราก็ต้องพูดถึงสินค้า หรือไม่ก็ต้องมีเรื่องราวของสินค้าเข้าไปอยู่ในเนื้อข่าวและภาพข่าว

ที่เล่ามานี่คืออำนาจของทุนนิยมที่มีต่อวงการข่าวบันเทิง  ที่นี้มาเล่าเรื่องที่ได้รับผลกระทบจากอำนาจเงินในมุมอื่นๆ บ้าง

ในวงการละคร คุณศัลยา สุขขะนิวัตติ์ นักเขียนบทละครโทนทัศน์ชื่อดังเจ้าของผลงาน คู่กรรม / นางทาส / เกิดแต่ตม /สายโลหิต และอีกมากมายกว่า 60 เรื่องของช่อง 7 เล่าให้ฟังว่า  ทุนนิยมทำให้ละครไทยไม่พัฒนา เพราะตอนนี้ทั้งสถานีโทรทัศน์และผู้จัดละครสนใจแต่ว่าทำยังไงให้คนดูละครมากๆ หวังเรตติ้ง  เพื่อให้โฆษณามาลงเยอะๆ  แต่ไม่ได้สนใจเลยว่าละครที่ออกอากาศได้ทำหน้าที่สะท้อนสังคมและสร้างประโยชน์ให้ผู้ชมหรือไม่   ดังนั้นทุกวันนี้ละครไทยจึงเน้นฉากรุนแรง หวือหวา ตบจูง ลูบคลำ หรือนัวเนียบนเตียงกันมากขึ้น  เนื่องจากมันขายได้จริงๆ เพราะเสพง่ายไม่ต้องคิดมาก

เห็นไหมครับทุนนิยมมันทำให้สภาพสมดุลในวงการบันเทิงเสียไป เพราะใครๆ ก็หวังได้เงินมากที่สุดเป็นสำคัญ  ไม่งั้นตลาดหุ้นเค้าจะสนใจหรือว่า บริษัทมีผลประกอบการเติบโตเท่าไหร่

จริงๆ วงการบันเทิงมีเรื่องทุนนิยมเข้าไปเกี่ยวข้องมากมาย  แต่ถ้าเล่าคงอีกยาว เอาเท่านี้แล้วกัน

ส่วนตัวผมว่าทุนนิยมไม่ได้น่ารังเกียจ  หรือแย่ซะทีเดียว  เพราะความจริงทุนนิยมก็มีส่วนผลักดันให้เกิดรายการดีๆ มากมายในวงการบันเทิง แต่ผู้ผลิตต่างหากที่ไม่รู้จักพอในสิ่งที่ได้  เลยทำให้ทุนนิยมมีบทบาทเพิ่มมากขึ้น  ผมขอเรียกว่าผู้จัดหน้าเงินครับ

บางคนบอกผมว่า ก็มีเงินมาวางตรงหน้าใครจะไม่เอา  รับได้ครับ แต่ถ้ารับเงินแล้วเอาเปรียบผู้ชม ผมว่าไม่สมควร  ที่ผ่านมาไม่เคยมีผู้ชมแสดงออกถึงความไม่พอใจเลย  จึงทำให้ผู้ผลิตรายการที่ไร้จรรยาบรรณอิ่มหนำท้องโตกับรายได้

นี่เป็นแค่เศษเสี้ยวของเรื่องราวที่ผมนำมาเล่า  ผมเองอยู่ในฐานะลูกน้อง ไม่ได้เป็นเจ้าของรายการ อาจจะมองในมุมนี้ มองว่าไม่ควรเอาเปรียบผู้ชม  และคุณหล่ะคิดเห็นเรื่องนี้อย่างไรครับ  รู้สึกอย่างไรกับทุนนิยม.... อย่าลืมนะครับว่าคุณคือเจ้าของคลื่นความถี่ ทีวีทุกช่อง วิทยุทุกคลื่นพวกเราเป็นเจ้าของ

รบกวนแสดงความคิดเห็นด้วยนะครับ  ความเห็นของคุณ... จะช่วยเติมเต็มเนื้อหาให้คนคอเดียวกันได้อ่านใน BLOG ของผม




ขอบคุณครับ ||
                   
บอย บันเทิง  boytv9@hotmail.com

ภาพประทับใจ "โต๋-ศักดิ์สิทธิ์" เที่ยวเชียงราย

Posted on Monday 4 February 2008 at 09:01



“ไนน์เอ็นเตอร์เทน” ชวน “โต๋ – ศักดิ์สิทธิ์” เที่ยวเชียงราย

เดี่ยวเปียโนเอาใจแฟนคลับท่ามกลางสายลมหนาว


หลังจากประสบความสำเร็จกับการจัดกิจกรรม 9 Entertainment & Greet ทั้ง 6 ครั้งเมื่อปีที่แล้ว  โดยซุปเปอร์สตาร์ทั้งระดับประเทศ และระดับเอเชีย มาให้แฟนรายการไนน์เอนเตอร์เทนได้ใกล้ชิด  อาทิ หลิวเต๋อหัว แอน ทองประสม และกอล์ฟ-ไมค์ ในปีนี้ อสมท  จึงขอสานต่อความสำเร็จตามคำเรียกร้องของแฟนรายการทั่วประเทศอีกครั้ง

สำหรับปี 2551 รายการไนน์เอนเตอร์เทนซึ่งผลิตรายการโดย ทีมข่าวบันเทิง สำนักข่าวไทย  ขอเริ่มต้นกิจกรรมสุดพิเศษรับต้นปี ด้วยกิจกรรม 9Entertain Meet & Greet ครั้ง 7 โดยชวนนักร้องดังขวัญใจวัยรุ่น โต๋ – ศักดิ์สิทธิ  เวชสุภาพร  เป็นไกด์พิเศษนำทีมชาวไนน์เอนเตอร์เทนร่วมกิจกรรมรับลมหนาว ที่จังหวัดเชียงราย ระหว่างวันที่ 26-28 มกราคม 2551  โดยกิจกรรมครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจาก ผลิตภัณฑ์ชีเน่   12 Plus และ สอร์ทสุดหรูภูใจใส สปา แอนด์ รีสอร์ท 



นอกจากหนุ่มโต๋จะพาไปสัมผัสความหนาวเย็นถึงจังหวัดที่อยู่เหนือสุดของไทยแล้วยังตั้งใจเป็นพิเศษที่จะพาผู้ร่วมทริปทุกคนไปถวายสักการะสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีและสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนากรมหลวงนราธิวาสราชครินทร์ ที่พระตำหนักดอยตุงพร้อมกับชมหอพระราชประวัติเพื่อเรียนรู้พระราชปณิธานที่ทรงมุ่งมั่นช่วยเหลือพสกนิกรชาวไทยอย่างถ้วนทั่วและเท่าเทียม

นอกจากนี้ หนุ่มโต๋ ยังเตรียมชวนเพื่อนร่วมทางทุกคนไปยังมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงเพื่อชมนิทรรศการอันทรงคุณค่า “แสงหนึ่ง คือ รุ้งงาม” ที่จัดแสดงขึ้นเพื่อให้ประชาชนชาวไทยได้สำนึกในพระกรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชครินทร์ที่ทรงงานหนักตลอดพระชนม์ชีพเพื่อพสกนิกรชาวไทย

ไม่เท่านั้นการเดินทางครั้งนี้หนุ่มโต๋ – ศักดิ์สิทธิ์ยังเตรียมตัวโชว์ฝีมือทำอาหารเมืองเหนือให้สื่อมวลชนและแฟนรายการไนน์เอ็นเตอร์เทนได้ลิ้มชิมรสกันภายในภูใจใส สปา แอนด์ รีสอร์ท  ท่ามกลางบรรยากาศสวยงามของขุนเขาและแมกไม้  ก่อนที่จะทุกคนที่ร่วมเดินทางไปถ่ายภาพกับวิวสุดสวยกลางสวนดอกไม้ของดอยตุง


แต่ที่เป็นไฮไลท์ก็คือการพาผู้ร่วมทริปทั้ง 30 คน ไปชมพระอาทิตย์ยามเย็นที่ “ดอยช้างมูบ”  พร้อมเก็บภาพสวยโรแมนติกก่อนที่ดวงอาทิตย์จะลับขอบฟ้า  ต่อจากนั้น โต๋ –ศักดิ์สิทธิ์ ก็ขอบรรเลงเพลงรักทั้งเก่าและใหม่ รวมถึงเพลงสำคัญอย่าง “แสงหนึ่ง” ให้ชาวไนน์เอ็นเตอร์เทนได้ฟังท่ามกลางสายลมหนาวที่ภูใจใสเพื่อเป็นการอำลาเมืองเชียงราย  จนสร้างความประทับใจไม่รู้ลืม



หนุ่มโต๋ เปิดใจว่า “ได้เดินทางมาพักผ่อนที่เชียงรายเป็นครั้งแรก  และดีใจมากที่ได้เข้าสักการะสมเด็จย่า และสมเด็จพระพี่นางฯ  ที่พระตำหนักดอยตุง  ส่วนการทำอาหารเมืองเหนือ “ไส้อั่ว” ก็เป็นกิจกรรมที่สนุกสนาน เพราะเคยเห็นและได้เคยชิมมาบ้าง แต่ไม่เคยคิดจะทำเพราะไม่ค่อยได้ทำอาหาร  ครั้งนี้ได้มีโอกาสลงมือทำอาหารด้วยตัวเองก็รู้สึกตื่นเต้นมาก”  



ในขณะที่พิธีกรสาว “ฝน-นันทกา วรวณิชานันท์” แห่งรายการ “ไนน์เอ็นเตอร์เทน” ที่เดินทางมาเก็บภาพไปฝากแฟนรายการทั่วประเทศก็เปิดเผยว่า โต๋มีมนุษยสัมพันธ์กับทุกคนมาก เลยทำให้การเดินทางครั้งนี้สนุกสนานและเป็นกันเอง สร้างความประทับใจให้กับผู้เดินทางทุกคน  และหวังว่าจะได้มีโอกาสชวนโต๋ มาร่วมกิจกรรมแบบนี้กับรายการไนน์เอ็นเตอร์เทนอีกในอนาคต



-----------------------------------------------------------------------------------

เอาภาพสวยๆ มาให้ชมกัน

      บอย บันเทิง

นักข่าวบันเทิงไร้สมอง..จริงหรือ?

Posted on Thursday 27 December 2007 at 12:16

ทันทีที่ผมได้ยินคำพูดนี้  ผมก็ตัดสินใจทันทีว่าควรจะเอาเรื่องนี้มาพูดใน BLOG ให้คุณได้ร่วมวิพากษ์วิจารณ์กัน เพราะคำพูดที่ว่า "นักข่าวบันเทิงไร้สมอง" มันเป็นการดูถูกตัวผมด้วย ก็ผมเป็นนักข่าวบันเทิงนี่ครับ

ผมไม่ได้โกรธหรืออารมณ์เสียจนต้องมานั่งแก้ตัวใน BLOG แต่ที่ขอพูดเรื่องนี้ก็เพราะอยากจะบอกดังๆ ว่า "ผมเห็นด้วยครับ"   แต่เห็นด้วยเพียงบางส่วนเท่านั้น  ผมว่านักข่าวบันเทิงไร้สมองเป็นเพียงบางคน...  ซึ่งอาจจะรวมผมด้วย

ผมว่าที่ใครๆ เค้าชอบบอกวิจารณ์นักข่าวบันเทิงว่าไร้สมอง ก็เพราะ เค้าคงเบื่อและเอือมระอากับข่าวซุปซิปเกินจริง หรือเหลืออดกับการนำเสนอเรื่องในมุ้งหรือบนเตียงของดาราจนเกิดพอดี  แถมยังไม่เสนอข่าวในเชิงสร้างสรรค์

ตามขอเท็จจริงเรื่องส่วนตัว และข่าวเกี่ยวกับเรื่องใต้เข็มขัดของดารามันขายได้  โดยเฉพาะ "ภาพหลุด - ภาพลับ" ยิ่งมีคนอยากดู  ข่าวแบบนี้คนชอบอ่านครับ  เอาไปพาดหัวข่าวใครๆ ก็สนใจ ที่สำคัญข่าวแบบนี้ยังทำง่ายด้วย เอาไมค์จ่อปากดาราแล้วก็ถาม  อยู่ที่ว่าดาราจะตอบหรือเปล่า  ผมว่ามันเป็นข่าวมิติเดียว คนถามก็ไม่ต้องใช้สมองมาก เพราะไม่ต้องวิเคราะห์อะไรมากมาย แต่คนตอบต้องระมัดระวังและใช้กึ้นในการตอบคำถาม 

ถึงข่าวในมุ้งดาราจะถูกมองว่า "ไร้สาระ"  แต่ผมว่าก็ไม่ไร้ค่าซะทีเดียว เพราะเรื่องบนเตียงดาราบางทีก็มีมุมน่าสนใจ 

อย่างครอบครัว "เจ-ปิ่น" ที่เคยข่าวว่าแยกเตียงกันไปพักนึง  สำนักข่าวไทยก็ไปตามข่าว ปรากฎว่าคุณพ่อลูกสี่ "เจ-เจตริน" ยอมรับเต็มปากเต็มคำว่าจริง แต่ตอนนี้ซ่อมแล้ว แถมยังบอกอีกว่าตอนนี้กลับมาร่วมบ้านกันเป็นปกติ เพราะเคลียร์ปัญหาลงตัว  โดยอาศัยความจริงใจในการพูดคุยแบบเปิดอก ตอนนั้นคุณเจ บอกว่าเทคนิคการมีชีวิตคู่คือเมื่อเกิดเรื่องให้รีบพูดคุยกันด้วยความจริงใจให้ทุกอย่างกลับสู่ปกติโดยเร็ว

ผมว่าข่าวของครอบครัว "เจ-ปิ่น" เรื่องนี้มีคุณค่านะครับ เพราะคนอ่านก็จะได้คิดว่าคนเรามันต้องใช้ชีวิตคู่แบบระมัดระวัง และถ้ามีเรื่องขัดข้องหมองใจก็ต้องประคับประคองด้วยการพูดคุยเปิดอก เห็นไหมครับนี่คือสิ่งที่เราได้จากข่าวเตียงหัก ที่ใครๆ เค้าว่าไร้สาระ

ที่สำคัญกว่านั้นคือ ข่าวของ "เจ-ปิ่น" ยังสะท้อนภาพความจริงว่า "รักออกแบบไม่ได้"  หล่อสวย หรือรวยแค่ไหนก็มีปัญหาชีวิตทั้งนั้น  ดังนั้นคนเดินดินกินข้าวแกงและขึ้นรถเมย์อย่างพวกเราก็อย่าไปท้อแท้หรือสิ้นหวังกับชีวิต เพราะขนาดดาราที่เพียบพร้อมมากกว่าเราในหลายๆ ด้านยังมีความทุกข์เลย (สาธุ.. ขออภัยถ้าธรรมะมากไปนี๊สนึง)

ที่เล่าให้ฟังมานั้นคือ มุมน่าสนใจของข่าวรักดารา  แต่มุมที่น่าสยองและชวนเบื่อก็คือ การถามซ้ำในเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องว่าเค้าจะไปกิจกรรม...กับใคร (เติมคำในช่วงว่างตามประสบการณ์ของคุณนะครับ) รวมถึงสัดส่วนการรายงานข่าวบันเทิงทั้งในจอทีวี น.ส.พ. และนิตยสาร ที่เน้นเรื่องใต้เข็มขัดจนเกิดพอดี 

ผมว่า... การรายงานข่าวเรื่องรักเลิกดาราเป็นหน้าที่หนึ่งของนักข่าวบันเทิง เพราะมีคนสนใจและอยากรู้อยู่พอสมควร  แต่เราก็ควรนำเสนอให้น้อยกว่าข่าวสร้างสรรค์ในมุมอื่นๆ เพราะหน้าที่ของนักข่าวบันเทิงมีมากกว่าการทำข่าว "ใครเลิกกับใคร" หรือ "ใครไปนอนกับใคร" คุณเห็นด้วยใช่ไหมครับ

แล้วข่าวแบบไหนหล่ะที่นักข่าวบันเทิงควรทำ อันนี้ต้องเล่ายาว... 

ผมไม่บังอาจแนะนำเพราะไม่ใช่นักข่าวชั้นเทพ หรือ ซ้อเก้าเขย่าจอ  แต่เท่าที่ทีมข่าวบันเทิง สำนักข่าวไทยทำกันมาก็คือ ในแต่ละวันเราจะให้พื้นที่ข่าวในมุ้งดาราเพียง 10 - 20 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น   ส่วนพื้นที่ข่าวที่เหลือจะอุทิศให้ข่าวบันเทิงในมุมมองอื่นๆ เช่น แนะนำหนังใหม่ เพลงใหม่ หรือกิจกรรมที่น่าสนใจมากกว่าเอาไมค์ไปจ้อปากดาราแล้วถามว่า "เค้ากิ๊กกับคนนี้จริงหรือเปล่า"

ที่ผ่านมาผมและน้องๆ ทีมข่าวบันเทิง สำนักข่าวไทย มีสโลแกนในใจกันว่า "นำเสนอข่าวที่คุณอยากรู้ และ ข่าวที่คุณควรรู้"   รู้ไหมครับ...ข่าวที่ใครๆ อยากรู้เนี๊ยะมันทำง่ายจริงๆ นะครับ  แต่ข่าวที่คุณควรรู้ซิสร้างความวุ่นวายปวดหัวอยู่ทุกวัน  ยอมรับตรงๆ ครับมันไม่ได้หามารายงานข่าวกันได้ทุกวันหรอก แต่ที่ผ่านมาก็พยายามให้มีในรายการ "ไนน์เอ็นเตอร์เทน" มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

แนวคิด "นำเสนอข่าวที่คุณอยากรู้ และ ข่าวที่คุณควรรู้"  ที่ผมคิดมันเกิดจากการที่ผมได้มีโอกาสไปเรียน ป.โท ที่วารสารฯ ธรรมศาสตร์  แล้วได้รับรู้อะไรต่อมิอะไรมากมายจนทำให้ตกตะกอนความคิด  ผมเคยถามตัวเองเหมือนกันว่าเราจะเดินหน้าทำข่าวยากๆ ที่คนควรรู้ได้นานแค่ไหน เพราะประชาคมข่าวบันเทิงในบ้านเรา ไม่ค่อยจะสนใจข่าวมุมนี้ซักเท่าไหร่  แล้วก็ไม่รู้ว่าคุณๆ จะชอบดูหรือเปล่า

ที่ผ่านมาผมไปทำข่าวการต่อสู้ของสร้างหนังที่ต่อต้าน ร่าง พ.ร.บ.ภาพยนตร์ ฉบับใหม่ (ตอนนี้กฎหมายฉบับนี้ผ่าน สนช.ไปแล้ว) ทุกครั้งตลอดปีนี้ (พ.ศ.2550)  รู้ไหมครับ มีสำนักข่าวไทย และเพื่อนนักข่าวอีกไม่ถึง 3 คน  ทั้งๆ ที่ข่าวนี้มีความสำคัญและกำลังจะส่งผลกระทบกับคนดูหนังกว่า 20 ล้านคนทั่วประเทศ และผู้สร้างหนังกว่า 2 แสนคน   ผมว่านี่คือภาระและหน้าที่ของนักข่าวบันเทิง  

ผมเศร้าใจ... ที่มีคนไปทำข่าวเชิงนโยบาย หรือเชิงลึกน้อยมาก  ผิดกับข่าวดาราแถลงเรื่องตบแย่งผู้ชาย ที่มีนักข่าวแห่ไปจนแน่นห้อง  บอกตรงๆ นะครับว่า ข่าวฉาวๆ ของดารา  สำนักข่าวไทยก็ไปนะครับ แต่เราก็ไม่ลืมที่จะทำข่าวสร้างสรรค์ด้วย (ถ้าคุณไม่เห็นด้วยช่วยวิจารณ์หน่อยนะครับ)

สรุป..นะครับ ผมว่านักข่าวบันเทิงมีหน้าที่มากมาย นอกจากจะรายงานเรื่องที่ใครๆ อยากรู้แล้ว (ดาราคนโปรดรักกับใคร / ใครจะแต่งงาน / ใครอกหักรักคุด / ไม่รวมข่าวใครที่รักตุ๊กด้วย)  ยังควรรายงานข่าวที่ช่วยยกระดับคุณภาพของผลงานในวงการด้วยในเชิงการวิจารรณ์งานศิลปะ   หรือนำเสนอข้อมูลที่ตรงไปตรงมาว่าควรเสียเงินไปดูหนังที่กำลังจะเข้าฉาย หรืออุดหนุนอัลบั้มนี้หรือไม่  ผมว่าคนที่ชอบดูหนังฟังเพลงรอข้อมูลแบบนี้อยู่

คุณหล่ะครับชอบข่าวบันเทิงแบบไหน  แล้วคุณคิดว่านักข่าวบันเทิงไร้สมองจริงหรือเปล่า?  

ถ้าคุณอยากให้นักข่าวบันเทิงนำเสนอข่าวดารามุมมองใหม่ในปี 2551 ก็ลองไม่อ่าน ไม่สน และไม่ดู  ข่าวฉาวและเรื่องรักเลิกดารานะครับ  ถ้าคุณทำได้ผมว่านักข่าวบันเทิงก็คงไม่นำข่าวที่ใครๆ บอกว่าไร้สาระมานำเสนออีกแน่นอน  "ถ้าคุณทำได้ผมก็ทำได้ครับ"

ขอบคุณมากครับที่ติดตามอ่าน BLOG ของผมจนจบ อย่าลืมแสดงความคิดเห็นหรือติชมนะครับ ส่วนใครที่วิจารณ์มาว่าเขียนแสดงความคิดเห็นยาก ผมจะพยายามบอกผู้ที่ดูแลเว็บให้ช่วยพัฒนาระบบให้ใช้ง่ายขึ้นนะครับ

 

  

สวัสดีปีใหม่ครับ ปีหน้าเจอกันใหม่
บอยบันเทิง 

 

คันปาก..ขอแฉ “เบนซ์-พรชิตา”

Posted on Wednesday 19 December 2007 at 15:41



ขอโทษจริงๆ ครับที่ห่างหายไปจาก M-BLOG ซะนาน คือแบบนี้ครับผมไม่มีเวลาที่จะมาเขียนเรื่องสนุกๆ ให้อ่านจริงๆ เพราะตอนนี้รายการไนน์เอ็นเตอร์เทน ที่ผมทำหน้าที่เป็นโปรดิวเซอร์อยู่มีงานล้นมือ ทั้งทำข่าวให้ทันเหตุการณ์ในวงการบันเทิงที่มีข่าวตลอดทั้งวันและนำข่าวมาออกอากาศมากถึง 222 นาทีต่อสัปดาห์ ไม่นับรวมข่าวทางวิทยุอสมท และSMS ไหนผมจะต้องทำกิจกรรม MEET&GREET ซึ่งจะช่วยให้ทีมข่าวบันเทิง สำนักข่าวไทย มีโอกาสได้ใกล้ชิดกับแฟนรายการและเป็นการคืนกำไรให้กับผู้ชม ที่สำคัญตอนนี้ผมยังต้องแบ่งร่างไปทำงานที่เกี่ยวข้องกับการประกาศผลรางวัล 9ENTERTAIN AWARDS อีก แค่นี้ก็คงทำให้คุณหายงอนแล้วใช่ไหมครับ (จะบอกว่าแก้ตัวก็ได้)


ภาพกิจกรรมของรายการไนน์เอ็นเตอร์เทน
ที่จัดกิจกรรม MEET&GREET ขึ้น
ซึ่งได้รับความสนใจจากแฟนรายการ
SMS มาขอร่วมกิจกรรมกันอย่างคึกคัก
กิจกรรมละกว่า 8,000 SMS

ที่สำคัญกิจกรรมที่จัดขึ้นยังได้รับแรงสนับสนุน
จากผู้สนับสนุนใจดีอีกหลายผลิตภัณฑ์ 
และต้องปรบมือดังๆ ให้กับดาราดัง
ทั้งของไทย และหลิวเต๋อหัว
ที่แม้คิวงานจะแน่นแต่ก็แบ่งเวลามา
ร่วมกิจกรรมเล็กๆ
ของรายการ "ไนน์เอ็นเตอร์เทน"



















































ก่อนจะเข้าเรื่องของเบนซ์ – พรชิตา ถือโอกาสนี้แนะนำทีมข่าวบันเทิงที่ทำงานร่วมกับผมก่อนนะครับ (มีคนถามมาเยอะ) แต่ละคนก็ทำหน้าที่แตกต่างและมีจุดเด่นกันคนละแบบ แต่ก็ลงตัวจนเกิดเป็นทีมเวิร์ค หรือที่เรียกว่า “เป็นหนึ่งเดียว” นั่นแหละครับ ซึ่งมันสำคัญมากในการทำงาน ผมว่าความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันนี่แหละครับที่เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้รายการไนน์เอ็นเตอร์เทนของผม ได้รับรางวัลข่าวบันเทิงยอดเยี่ยมในปีนี้ (พ.ศ.2550) จากสมาคมนักข่าวบันเทิง


ขอแนะนำทีมงานกันเลยนะครับ คนแรกคือ ปู – จินตนา ทำหน้าที่ดูแลข่าวศิลปะและวัฒนธรรม และมานั่งเป็นบรรณาธิการข่าวบันเทิงสลับกับผมในบางวัน คนนี้แหละครับที่ทำให้รายการของเรามีข่าวที่แตกต่างจากรายการบันเทิงอื่นๆ เพราะเราเจาะลึกเรื่องศิลปะให้คุณได้อิ่มเอมใจ

ส่วนคนนี้ชื่อ เก๋ – สุชาดา เป็นนักข่าวสาวที่ผมเชื่อมั่นว่าเธอจะไม่พลาดข่าวลึกๆ และลับๆ ของดาราแน่นอน อีกคนที่ต้องแนะนำคือ เกด – อรจิรา อันนี้เป็นน้องสาวที่ผมภูมิใจมาก เพราะผมเป็นคนชักชวนมาร่วมบุกเบิกการทำข่าวบันเทิงที่สำนักข่าวไทย น้องเกดเป็นคนเล่าข่าวสนุก และสัมภาษณ์ตรงประเด็น ทั้งเก๋และเกดนี่แหละครับที่ผมเรียกกันเล่นๆ ในทีมว่า “รัก-ยม” เพราะทั้งสองคนเจาะข่าวเก่งจนดาราบางคนขยาด

 ปู - จินตนา จุติมานนท์

เกด - อรจิรา  นิลอรุณ

  เก๋ - สุชาดา วลัญโชดม

 



ส่วน แมค – นครินทร์ อันนี้ก็เป็นเพื่อนสนิทของผม ที่ส่วนใหญ่เค้าจะรายงานข่าวในวงการเพลงมาให้ได้ทราบกัน มาถึงน้อง เต็นท์ – วศิน บ้าง คนนี้รับหน้าที่ทำข่าวบันเทิงหนักๆ มารายงานให้ทราบกันโดยตลอด ปกติน้องเต็นท์จะได้รับมอบหมายจากหัวหน้าให้ไปทำข่าวที่ศาล วัด โรงพยาบาลหรือโรงพัก จริงๆ เต็นท์เป็นเหมือนตัวแทนของผม เพราะก่อนเต็นท์จะมาทำงานที่สำนักข่าวไทย ผมนี่แหละที่ต้องวิ่งทำข่าวในที่อโคจร แทนที่จะไปทำงานที่โรงหนัง หรือโรงแรม

อีกคนที่ไม่พูดถึงไม่ได้ก็คือ นภ – นภพรรณ เธอมีหน้าที่เรียบเรียงข่าวต่างประเทศ และลงเสียงข่าวเพื่ออกอากาศทางทีวี ผมเคยพูดเสมอว่านภเกิดมาเพื่อข่าวบันเทิง
เพราะเธอจัดเจนเป็นพิเศษในเรื่องดาราเกาหลีและญี่ปุ่น ซึ่งทำให้เราไม่พลาดข่าวใหญ่ๆ
ที่เกี่ยวข้องกับดาราเอเซีย

และวาว – ศุภลักษณ์ พี่วาวเป็นคนเบื้องหลัง เพราะดูแลงานตัดต่อก่อนข่าวออกอากาศและมีหน้าที่ประสานงานสารพัดเรื่องรวมถึงกิจกรรมต่างๆ ที่เข้ามาด้วย ที่สำคัญเสียงอ่านข่าวที่ชวนฟังและน่าติดตามก็เป็นเสียงของเธอนี่แหละ

นภ - นภพรรณ อัศวรังสี


 แมค - นครินทร์ ภีระคำ

 วาว - ศุภลักษณ์ วรรณธนาคินทร์

 เต็นท์ - วศิน บุณยาคม



สุดท้ายถ้าไม่พูดถึงไม่ได้ก็คือ แจ้ – ชัยนันต์ คนนี้เป็นหัวหน้าของผมและเพื่อนๆ ทีมข่าวทุกคน หน้าที่คงไม่ต้องแจกแจงนะครับ

ที่นี่ก็เข้าเรื่องของเราที่สัญญาเอาไว้ว่าจะแฉเบนซ์ – พรชิตา ผมไม่ได้หวังให้คุณหรือให้โทษใครและไม่ได้หวังดังเหมือนพวกที่ชอบแฉ แต่เรื่องที่จะเล่ามันมีมุมมองน่าสนใจมากๆ สำหรับคนในวงการบันเทิง

เรื่องของเรื่อง.... แบบนี้ครับ ผมได้มีโอกาสไปทำข่าวของเบนซ์ที่เกาะสมุย จัดโดยคลื่นวิทยุกรีนเวฟ เย็นวันนั้นผมได้ไปเดินเที่ยวเล่นไปกับเบนซ์-พรชิตา และคุณแม่ของเธอหลังทานอาหารเย็นเสร็จ ทันทีที่แม่ค้าแม่ขายและชาวสมุยเห็นเบนซ์-พรชิตา ผมก็บอกกับตัวเองว่าคงไม่ได้ไปกินไอศครีมตามที่น้องเบนซ์ชวนแน่ๆ เพราะเธอกำลังถูกรุมล้อมจากแฟนคลับชาวใต้ของเธอ ซึ่งประเมินแล้วว่าคงไม่หลุดออกมาง่ายๆ ภายใน 30 นาทีแน่นอน

ผมยืนรอเบนซ์ พร้อมๆ กับคุยกับแม่ของเธอ ผมเอ่ยปากถามแม่เบนซ์ว่า “ให้ผมไปพาเบนซ์ออกมาจากวงล้อมของแฟนคลับไหม” คำตอบที่ได้จากคุณแม่น้องเบนซ์คือ ปล่อยเถอะนานๆ น้องจะได้เจอแฟนคลับชาวเกาะสมุยซักที ทันทีที่ได้ยินคำพูดจากคุณแม่น้องเบนซ์ แว็บแรกคือ สร้างภาพหรือเปล่า เพราะผมเป็นนักข่าว แต่แม่ของน้องเบนซ์ก็พูดต่อว่า “สอนเบนซ์เสมอว่าใครมาขอลายเซ็นต์ให้หยุดแจกจนครบ อย่าเดินหนีหรือปฏิเสธ เพราะเค้าคือนายจ้างของเรา” โห้ผมนับถือจริงๆ เพราะจะมีดาราซักกี่คนที่มองแบบนี้

ไม่เท่านั้นนะครับ แม่น้องเบนซ์ยังเดินไปคุยไปกับแบบไม่สนใจด้วยซ้ำว่าเบนซ์แจกลายเซ็นต์เสร็จหรือไม่ พร้อมๆ กับเล่าให้ฟังอีกว่า ช่วงที่เบนซ์ดังสุดขีด ตอนที่รับบทเด่นในละครเรื่องสะใภ้ไร้ศักดินา เบนซ์เคยแจกลายเซ็นต์บนรถตู้หลังแสดงคอนเสิร์ตเสร็จตั้งแต่ตี 2 ถึงตี 4 กว่าๆ ทั้งๆ ที่เหนื่อยจากการเล่นคอนเสิร์ต แต่เบนซ์ไม่บ่นซ๊ากคำ เพราะรู้ดีว่าจะโดนแม่ดุ อีกอย่างเธอก็มีความสุขที่ได้พบคนที่รักเธอ




ก่อนกลับโรงแรมที่พักผมถามเบนซ์ว่าเหนื่อยไหมที่มีคนมาขอลายเซ็นต์เยอะมากๆ เบนซ์ตอบแบบสั้นๆ ว่าไม่เหนื่อยหรอก เพราะไม่ได้ทำอะไรเลย นานๆ จะเจอกันที ผมยิ้มให้เบนซ์เป็นคำตอบที่มาจากความรู้สึกลึกๆ ของผม

ผมสรุปได้เลยนะครับว่า แม่น้องเบนซ์เค้าคุมเข้มจริงๆ ไม่ตามใจเหมือนแม่ดาราคนอื่นๆ ตอนที่ไปเกาะสมุยด้วยกันพวกผม (นักข่าวและทีมงาน) เล่นน้ำทะเลที่หมู่เกาะอ่างทองด้วยความสนุกสนาน เบนซ์ก็อยากเล่นแต่แม่ไม่ยอม บอกว่ายังดำไม่พออีกเหรอ พูดแค่นี้เบนซ์ก็ยอมนั่งนิ่งรอทั้งๆ ที่อยากเล่นน้ำใจจะขาด พร้อมๆ กับเอ่ยปากว่ายอมตามใจแม่ดีกว่าไม่งั้นก็จะถูกบ่นไม่เลิก

จริงๆ แม่น้องเบนซ์ก็เหมือนผู้จัดการส่วนตัวดารานะครับ ผมว่าถ้าผู้จัดการส่วนตัวแนะนำเรื่องดีๆ หรือสอนสิ่งดีๆ ให้กับเด็กของตัวเอง ผมว่านักแสดง – นักร้อง ก็จะคิดดีและทำดีตาม ผมชอบจังเลยที่แม่เบนซ์สอนว่า “แฟนคลับเค้าไม่ได้เจอเราทุกวัน ถ้าวันนี้เราทำให้เค้ารู้สึกดีและมีความสุข เค้าก็จะรักเราไปอีกนาน” มันใช่เลยครับคุณว่าไหม



ผมเจอผู้จัดการส่วนตัวดาราบางคนสอนดาราแย่ๆ บางคนบอกว่าถ้าเจอแฟนคลับมาขอถ่ายรูปหรือลายเซ็นต์อย่าหยุดเพราะจะโดนรุม ผู้จัดการดาราบางคนก็บอกดาราที่ตัวเองดูแลว่าเราดังได้ด้วยตัวเราเองอย่าไปสนใจใคร เราสวยซะอย่างยังไงสินค้าก็ต้องมาจ้างเรา ถ้าผู้จัดการดาราคิดได้แค่นี้คุณว่าวงการบันเทิงไทยจะเป็นยังไง

จริงๆ ดาราก็เป็นลูกจ้างพวกเราแหละครับ คุณและผมก็เป็นคนจ่ายเงินค่าแรงหรือค่าตอบแทนให้ดารา – นักแสดงกันทั้งนั้น เราจ้างพวกเค้าแบบอ้อมๆ ครับ อย่าเพิ่งงง คือแบบนี้...สินค้าที่เราจับจ่ายเลือกใช้ในแต่ละวันเค้าก็เอาเงินของเราไปจ้างดาราพวกนี้ต่อไงครับ เช่น ลงโฆษณาสนับสนุนละครเรื่องต่างๆ หรือให้ดาราพวกนี้มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ เห็นไหมครับว่าเราเป็นนายจ้างของดารา – นักร้อง ดังนั้นถ้าดาราคนไหนหยิ่งหรือไม่แคร์แฟนคลับ นั่นก็คือเค้ากำลังหักหลังและทรยศนายจ้างนั่นเอง

ขอยืนยันนะครับว่าไม่ได้รับซองหรือหวังเชียร์เบนซ์ พรชิตา แบบออกหน้าออกตา และเรื่องที่ผมเอามาเขียนก็ไม่ได้โทรไปบอกหรือขออนุญาตน้องเบนซ์ก่อน เพราะผมว่ามันเป็นเรื่องดีๆ ที่ควรจะเอามาเล่าสู่กันฟัง คุณเห็นต่างหรือเห็นด้วยยังไงก็ช่วยแสดงความคิดเห็นด้วยนะครับ



ขอบคุณจริๆ ครับที่อ่านจนจบ อย่าลืม COMMENT นะครับ

แล้วเจอกันใหม่

นักข่าวบันเทิงไทย (ขอย้ำ) ไร้ระเบียบ

Posted on Thursday 22 November 2007 at 13:53


ทีแรกกะว่าจะลงมือเขียนเรื่องใหม่ให้คนที่ชื่นชอบเรื่องราวในวงการบันเทิงได้อ่านกันในสัปดาห์หน้า แต่พอได้เข้ามาอ่าน
COMMENT เลยได้คำตอบว่าคงต้องรีบเขียนไม่งั้นโดนแน่ๆ (ดีใจที่มีคนมาอ่าน) เพราะมีแฟนคลับ (ขอทำตัวแบบดารากับเค้าซักนี๊ส) รออ่านอยู่ เลยขอใช้เวลาช่วงค่ำระหว่างรอทีมงานคุณภาพของสำนักข่าวไทยส่งข่าวเข้ามาที่กองบรรณาธิการเล่าเรื่องที่สัญญาว่าจะเล่า

ผมอาจจะใช้คำรุนแรงไปหน่อยสำหรับหัวข้อที่ตั้ง แต่อยากให้รู้ว่ามันออกมาจากความรู้สึกของผมจริงๆ ในฐานะนักข่าวบันเทิงคนหนึ่งที่รู้เห็นและได้สัมผัสความเปลี่ยนแปลงของวงการบันเทิงมาไม่น้อยกว่า 8 ปี ซึ่งระยะเวลาอาจจะน้อยกว่าพี่ๆ นักข่าวคนอื่นๆ ในวงการบันเทิงที่ผมเคารพ แต่ผมก็ขอเล่าด้วยหัวใจที่บริสุทธิ์เพื่อต้องการสะท้อนภาพให้ได้เห็นกัน ไม่ได้หวังว่าจะสอนหรือถือดีตักเตือนใคร แต่หวังว่ามันจะช่วยให้การทำงานดีขึ้นบ้างก็เท่านั้น


เข้าเรื่องเลยคืออย่างนี้ครับ ทุกวันนี้นักข่าวทุกสาย ไม่ว่าจะเป็นการเมือง กีฬา หรือบันเทิง ต่างก็มีวัฒนธรรมในการทำข่าวของตัวเอง ซึ่งย่อมแตกต่างกัน แต่สิ่งที่เหมือนกันก็คือ "ต้องแข่งขันเพื่อผู้อ่านและผู้ชม" และการแข่งขันนี้แหละทำให้นักข่าวบันเทิงถูกมองว่าไร้ระเบียบที่สุด

ความไร้ระเบียบของนักข่าวบันเทิงคือ ไม่รู้จักเคารพเพื่อนร่วมอาชีพ ไม่มีวินัย เอาแต่ได้ ไม่เคยสนใจคนอื่น

แรงใช่ไหมที่ผมพูดแบบนี้? เหตุผลเป็นแบบนี้ครับ ทุกวันนี้นักข่าวบันเทิงจะมาที่งานก่อนหรือหลังไม่สำคัญ ขอให้ได้อยู่หน้าสุดไว้ก่อน บางคนอาจจะรู้สึกเจ๋งถ้าแซงหน้าคนอื่นๆ ได้ ทั้งๆ ที่อุปกรณ์ที่ใช้ (กล้องภาพนิ่ง / กล้องวีดีโอ) มีประสิทธิภาพสูง ZOOM
ได้ไกลก็ตาม เรียกว่ารุมกันจนดาราเอือมระอา




ผมเชื่อว่านักข่าวบันเทิงดีๆ ในวงการมีเยอะ แต่สุดท้ายทางออกเมื่อเจอคนมาทีหลังตั้งกล้องบังก็คือ ตั้งกล้องให้ชิดแหล่งข่าวมากๆๆๆ ย้ำว่าติดเวที จะได้ไม่มีใครมาแซงได้อีก อีกเหตุผลที่ตั้งกล้องจ่อดาราเพราะต้องการถ่ายอวัยวะสงวนดารา เผื่อหนังสือ นิตยสาร หรือรายการทีวีของตัวเองจะมีคนดูมากขึ้น เฮ่อ งานนี้กลายเป็นการสัมภาษณ์แบบตะลุมบอน

ที่สำคัญบรรดาเจ้าของงานไม่ว่าจะเป็นเปิดกองละคร แถลงคอนเสิร์ต หรือเปิดตัวสินค้า ต่างก็เอ่ยปากถึงความไร้ระเบียบของนักข่าว ผมได้ฟังก็อายแทน แต่ก็คงแก้ปัญหาไม่ได้ เพราะในยุคที่ต่างคนต่างคิดว่าข้าเจ็งคงไม่มีใครฟังใครหรอก


ที่เล่าให้ฟังมาทั้งหมด... เป็นเหตุผลส่วนหนึ่งที่ทำให้บรรดาคนดังหลายคนไม่ยอมให้นักข่าวบันเทิงเข้างานแต่ง หรืออาจจะต้องจัดการควบคุมพื้นที่ในจุดที่เตรียมไว้ ไม่งั้นงานแต่งจะกลายเป็นมหกรรมงานวัด เพราะช่างภาพต่างคนต่างหาพื้นที่หน้าเวทีเพื่อถ่ายภาพสำคัญ ทั้งตัดเค้กและหอมแก้มโชว์ (ภาพแบบนี้หน้า 1 ลงชัวร์) โดยไม่สนใจใยดีว่าการทำหน้าที่ครั้งนี้จะบังแขกเหรื่อหรือผู้หลักผู้ใหญ่ที่มาร่วมงานหรือไม่ อายครับ ผมอายเมื่อมีแขกบางคนบอกว่าสื่อทำให้บรรยากาศงานแต่งเสีย แต่ผมก็ต้องทำใจและให้ช่างภาพของช่อง 9 ทำตามคนอื่นๆ ไม่งั้นตกข่าว ซึ่งจะเป็นเรื่องเศร้ามากกว่าโดนเจ้าภาพด่า



เล่าแบบนี้คงทำให้เข้าใจหัวอกดาราที่กีดกันนักข่าวได้บ้าง แต่ไม่ใช่เหตุนี้เหตุผลเดียวนะครับ เพราะบางทีดาราก็เรื่องเยอะ บางคนกันนักข่าวไม่ให้เข้างานเพียงหวังเงิน ขนาดงานแต่งยังขอมีเรื่องผลประโยชน์หวังทำมาหากิน แบบนี้เรียกว่างงหรือเปล่า คุณช่วยตัดสินหน่อยนะครับ



เมื่อยกตัวอย่างเรื่องน่าอายในอาชีพผมให้คุณได้ฟังกันแล้ว ก็มีตัวอย่างดีๆ ที่ผมไปสัมผัสมา มาเล่าให้ฟังกันบ้าง ผมเชื่อว่าคงทำไม่ได้ใรบ้านเรา แต่ก็ขอเล่าเผื่ออะไรๆ จะดีขึ้น

ตอนไปเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อเดือนก่อน ผมต้องการไปทำข่าวงานแถลงข่าวเปิดตัวหนังเรื่องใหม่ของ "ทาคูยะ คิมูระ" ทีมข่าวไปก่อนเวลานัดหมายถึง 40 นาที ปรากฎว่าห้องแถลงข่าวแน่นมากจนได้จุดตั้งกล้องที่ไม่ดีเลย แต่ต้องรับสภาพ... เห็นถึงความตั้งใจในการทำงานของนักข่าวบันเทิงต่างประเทศ อาทิ
NHK CCTV KBS BTV

 

 

ในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติปูซาน เกาหลีใต้
ช่างภาพและนักข่าวที่มาช้าต้องยืนด้านหลังเท่านั้น
ไม่มีสิทธิไปยืนติดขอบเวทีบังคนที่มาก่อน






เมื่อเป็นแบบนี้ในวันรุ่งขึ้นที่ต้องไปสัมภาษณ์พระเอกเกาหลี ผมและทีมงานคุณภาพของช่อง 9 เลยไปก่อนเวลา 1 ชั่วโมง 30 นาที ทีนี้ห้องแถลงข่าวไม่เปิด แต่ที่น่าตกใจคือสื่อเกาหลี ญี่ปุ่น และจากประเทศอื่นๆ ที่มาก่อนเวลาเหมือนกันต่างยืนเข้าแถวเรียงหนึ่งจนแถวยาวมาก ยอมรับว่าตกใจและนึกไม่ถึง แต่ผมว่ามันเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าเค้าเคารพสิทธิผู้อื่น และช่วยกันแก้ปัญหาจนไม่เกิดความวุ่นวาย

พอถึงเวลานัดหมายสื่อที่เข้าแถวคนแรกจะมีสิทธิเข้าห้องก่อนเลือกที่ตั้งกล้องก่อน แบบใครมาทีหลังอย่าหวังแซง เพราะเค้ามีเจ้าหน้าที่ประสานงานดูแลความเรียบร้อยด้วย ผมนึกในใจสื่อเมืองนอกเจ๋งมาก และคิดต่อไปว่าคงไม่เห็นแบบนี้ในเมืองไทยแน่นอน และเมื่อสื่อที่เข้าคิวจัดวางอุปกรณ์จนครบใครมาช้ากว่านัดหมายประตูห้องปิดหมดสิทธิทำข่าว

ที่ผมเล่ามาทั้งหมดคือเหตุผลที่ทำให้คิดว่า "นักข่าวบันเทิงไทยไร้ระเบียบ"

เป็นไงครับร่ายมาซะยาว คงไม่เบื่อนะครับ นี่คือมุมมองของนักข่าวบันเทิงคนหนึ่งเท่านั้น เรื่องเล่าครั้งหน้าคุณอยากให้ผมเล่าเรื่องอะไรอีกช่วยแนะนำด้วย เพราะบางทีผมก็ไม่รู้จะเขียนอะไร แต่ที่ตั้งใจไว้คือ เรื่องของเบนซ์ พรชิตา ที่เล่าแล้วคุณต้องทึ่ง งานนี้ขอแฉเบนซ์แบบหมดเปลือกเลยครับ หวังว่าคุณน้องเบนซ์คงไม่ว่ากันนะ เพราะพี่ขอแฉจริงๆ เตรียมตัวอ่านได้เลย 

ขอบคุณมากครับ.. ที่เป็นกำลังใจให้ แต่กรุณาเขียน COMMENT กลับมาให้ด้วยนะครับ ไม่งั้นงอน

ปล.. อย่าลืมไปดูหนัง รักแห่งสยามนะครับ หนังที่ผมว่าดีที่สุดในปีนี้ที่... เป็นหนังที่ทำให้ผมน้ำตาไหลหลายฉาก  ขอให้คะแนน 9.5 จาก 10 เชื่อ หรือไม่ ไปพิสูจน์เอาเอง

ดาราเกาหลีเป็นเทวดา ดาราไทยเป็นคน

Posted on Sunday 18 November 2007 at 14:58

วันนี้ขอเล่าเรื่องความแตกต่างของดาราไทยกับดาราเกาหลีให้ฟังก็แล้วกัน เนื่องจากตลอด 3 ปีที่ผ่านมาตัวผมได้สัมผัสนักกับนักร้องและนักแสดงเกาหลีอยู่บ่อยๆ เพราะต้องรายงานข่าวตามกระแสนิยมของวัยรุ่นไทยที่หลงใหลได้ปลื้มกับเพลง K-POP และซีรี่ส์ดังจากแดนกิมจิ


แบบนี้ครับ ผมเพิ่งกลับมาจากเกาหลีเมื่อวานนี้ อสมท ส่งผมไปทำ SCOOP พิเศษ ที่สำคัญได้มีโอกาสไปพูดคุยกับ “ลี ดา เฮ” ซุปเปอร์สตาร์ของเกาหลี และไปสัมภาษณ์ประธานบริษัท JYP ที่ปั้นจนหนุ่มเรนดัง หลังทำงานเสร็จผมได้คำนิยามเลยว่า “ดาราเกาหลีเป็นเทวดา”



ที่สรุปแบบนี้ก็เพราะที่ประเทศเกาหลีเค้าวางกลยุทธ์และมีการจัดการดาราไม่เหมือนกับเมืองไทย ดาราของเกาหลีต้องเก็บตัวและไม่มีสิทธิ์เดินเฉิดฉายหรือช็อปปิ้งตามห้างหรือแหล่งชุมชน ที่สำคัญการปรากฎตัวต้องเนียบและดูดีมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมากมายและต้องไปในฐานะคนสำคัญที่สุด เมื่อเป็นแบบนี้แฟนคลับจึงมีโอกาสน้อยมากที่จะได้จับมือ สบตา หรือขอลายเซ็นต์ นักร้องหรือนักแสดงคนโปรด และยิ่งไปกว่านั้นคือจะทำข่าวหรือสัมภาษณ์ก็ยุ่งยากตามไปด้วย


แต่ถ้าเป็นบ้านเรา ใครที่อยากดังก็ต้องสร้างข่าว รวมถึงต้องหาจุดขายให้กับตัวเอง แถมยังต้องออกสื่อบ่อยๆ ออกงานโชว์ตัวเกือบทุกวัน และต้องไม่หยิ่ง (อันนี้สำคัญ) คำว่าไม่หยิ่งที่พูดก็คือ ต้องทักทายแฟนคลับ แจกลายเซ็นต์ตามสมควร และต้องอ่อนน้อมถ่อมตนด้วย


ย้อนไปนะครับ ช่วงที่ผมไปรายงานข่าวในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติปูซาน ประเทศเกาหลีเมื่อเดือนที่แล้ว มีเหตุการณ์ที่ทำให้ผมมั่นใจว่าดาราเกาหลีเป็นเทวดา แบบนี้ครับ... แฟนคลับสาวน้อย สาวใหญ่ทำการเช็คตารางมาอย่างดีว่าดาราคนโปรดที่นอนฝันทุกคืนพักที่ไหนและจะไปไหนเมื่อไหร่ และพวกเค้าก็ตามไปเฝ้าตั้งแต่เช้า พอดีผมไปทำข่าวที่นั่น (โรงแรมโนโวเทล ปูซาน) ทันทีที่ดาราเกาหลีปรากฎตัว (ไม่รู้จักแต่คงดังมาก) และเดินออกจากโรงแรมมาขึ้นรถที่จอดรอ แฟนคลับกว่า 50 คนก็ส่งเสียงกรี๊ดและยื่นมือไปขอสัมผัสปลายนิ้ว แต่ปรากฎว่าพ่อหนุ่มหน้าใสคนนั้นไม่มีอาการใยดีต่อเสียงของแฟนคลับ ไม่เท่านั้นยังไม่แลตาไปมองด้วยซ้ำ จ้ำอ้าวเดินปรี่ขึ้นรถทันที ภาพนี้ทำให้ผมพูดกับทีมงานช่อง 9 ที่ไปด้วยกันว่า ถ้าเป็นเมืองไทยดับแน่ๆ


พฤติกรรมของดาราเกาหลีเป็นแบบนี้จนผมชินตลอดการทำข่าวที่ปูซาน จนผมขอสรุปว่า “ดาราเกาหลีเป็นเทวดา”


ผมพยายามหาคำตอบว่าทำไม ทีมงานเกาหลีถึงต้องทำให้ดาราดูหยิ่งแบบนั้น และก็ได้เหตุผลบางส่วนว่า ที่เป็นแบบนี้เพราะเค้าต้องการให้ดาราเข้าถึงยาก ไม่ใช่มนุษย์ปกติที่จะเดินเจอตามถนน อันจะส่งผลให้ผลงานมีกระแสตอบรับที่ดี เพราะแฟนคลับแห่ไปยลโฉมผลงานในโรงหนัง หรืออุดหนุนอัลบั้ม


อีกหนึ่งเหตุการณ์นะครับ ตอนไปเกาหลีครั้งล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาผมได้รับเชิญให้เข้าไปที่ บริษัทJYP พร้อมๆ กับนางเอกสาวคนสวย “จั๊กจั่น-อคัมย์สิริ” ปรากฎว่าเค้าเปิดบริษัทให้เราดูทุกซอกทุกมุม และได้นั่งพูดคุยกับคุณโฮง ซึง ซอง ประธานบริษัทด้วย และที่เป็นไฮไลน์ก็คือผมได้ชมการซ้อมเต้นของนักร้องกลุ่มหน้าใหม่ ซึ่ง 1 ใน 4 หนุ่ม คือ “นิชคุณ” คนไทยที่ JYP เค้าเลือกให้ทำอัลบั้ม


เรื่องเนื้อหาการสัมภาษณ์กับประธานบริษัท JYP ผมไว้เล่าในโอกาสต่อไปน่าสนใจเหมือนกัน แต่สิ่งที่ให้ผมรู้สึกงงก็คือ JYP เค้าห้ามให้ผมสัมภาษณ์ ถ่ายรูป และบันทึก VDO นิชคุณและทีมงานของบริษัททุกคน โดยให้เหตุผลว่าทุกคนที่เราได้ชมการซ้อมยังไม่ได้เปิดตัว และทางบริษัทไม่อยากให้ภาพนักร้องของเค้าดูไม่ดี เนื่องจากเสื้อผ้าหน้าผมขณะซ้อมไม่แจ่มเด้งเหมือนอยู่บนเวที


แอบงอนอยู่นิดๆ ว่าอุตส่าบินข้ามน้ำ ข้ามทะเล มาถึงเกาหลี และได้เจอคนไทยที่กำลังจะเป็นความภูมิใจอย่าง นิชคุณ แต่กลับห้ามไม่ให้พูดจา ขนาดนิชคุณจะส่งยิ้มให้ยังโดนผู้จัดการส่วนตัวทำตาขวางเลย เฮ้ย.. เวรกรรม


อีกเรื่องแล้วกัน ไปพูดคุยกับ “ลี ดา เฮ” เธอไม่หยิ่งเหมือนดาราเกาหลีที่เคยพบ ยิ้มสวยและหุ่นดีจนหนุ่มหลายคนต้องอิจฉาผมแน่นอน แต่สิ่งที่ทำให้ผมงงก็คือ ทุกคำถามที่ถามไปเธอต้องมองผู้จัดการส่วนตัว และจะตอบต่อเมื่อได้รับสัญญาณด้วยการพยักหน้าเท่านั้นจึงจะตอบ แต่เธอก็เป็นดาราเกาหลีที่วุ่นวายและเรื่องน้อยที่สุดแล้ว ผมชอบเธอครับ



กรณีสุดท้ายที่จะเล่า แต่ยังมีอีกหลายเรื่องที่เป็นสาเหตุทำให้ผมสรุปว่าดาราเกาหลีเป็นเทวดา คือว่าผมได้ไปสัมภาษณ์หนุ่มเรน ตอนที่เค้ามาแสดงคอนเสิร์ตในเมืองไทย ทีมงานช่อง 9 ได้สัมภาษณ์ 10 นาที พอสนทนาและบันทึกรายการเสร็จ “ตี๋เรน” ขวัญใจสาวๆ ก็ลุกแล้วเดินเข้ามาหาผม เพื่อจับมือทักทาย แต่ทันทีที่เรนเค้ายื่นมือมาจับมือผมเพื่อเป็นการขอบคุณที่มาทำงาน ทีมงาน (หน้าดุมาก) ก็ปรี่เข้ามาขว้างแล้วชี้นิ้วให้เรนเข้าไปนห้องเก็บตัว ยอมรับว่าเสียความรู้สึก พร้อมกับเข้าใจว่าที่ดาราเกาหลีดูหยิ่ง อาจะเป็นเพราะทีมงานก็ได้ ไม่ได้เกิดจากนิสัยของดารา



ทั้งหมดที่เล่ามานี่แหละที่ทำให้ผมสรุปแบบไม่ต้องรอข้อมูลเพิ่มเติม ว่าดาราเกาหลีเป็นเทวดา ดาราไทยเป็นคน เพราะดาราไทยดูเข้าถึงง่าย (ใครหยิ่งดับแน่นอน) ใกล้ชิดแฟนคลับ และมีดี มีชั่ว รัก โลภ โกรธ หลง เหมือนคนทั่วไป ไม่ใช่จะลงข่าวเพราะผลงานเท่านั้น เหมือนอย่างดาราเกาหลี


วันนี้เล่ายาว เบื่อหรือเปล่าครับ เห็นด้วย เห็นต่าง ก็ช่วยวิจารณ์และแนะนำกันมานะครับ ผมเองมีเรื่องเล่าอีกเยอะก็เพราะอยู่วงการบันเทิงมาหลายปี  คราวหน้าผมตั้งใจจะเล่าเรื่อง  นักข่าวบันเทิงไทยไร้ระเบียบ ให้ฟัง (ขอแฉอาชีพตัวเอง) ลาก่อนนะครับ


ขอบคุณมากครับ
บอย บันเทิง

 

 

 

ขออาสาเล่าเรื่องลึกๆ แต่ไม่ลับในวงการบันเทิง

Posted on Saturday 17 November 2007 at 12:45

 
สวัสดีครับ

ความจริงแล้วตอนได้รับการเชิญจากพี่ทีมงานให้มาทำหน้าที่เล่าเรื่องราวใน BLOG ที่เหมือนไดอารี่ส่วนตัวที่ใครๆ สามารถเข้ามาอ่านได้ง่ายๆ  ผมเองก็ค่อนข้างกังวลใจ เพราะผมไม่ใช่คนดังนั่งหน้าจอที่คุณจะคุ้นหน้าคุ้นตาเหมือนพี่ๆ คนอื่นๆ (คุณโศภณ หรือคุณกำภู) และคิดเสมอว่าคงไม่มีใครอยากอ่านอะไร ต่อมิอะไรจากผม   แต่พอผู้ดูแลเว็บ อสมท บอกว่าผมไปเจอดารามาเยอะน่าจะมีเรื่องเล่าที่น่าสนใจ เพราะเป็นนักข่าวบันเทิง  นี่แหละที่ทำให้ผมใจอ่อนยอมเปิด BLOG  ซึ่งจะมีภาระผูกพันในอนาคต  แต่ขอยืนยันจะครับว่าเต็มใจแบบสุดๆ

ผมบอกกับตัวเองว่าถ้าไม่มีคนอ่าน BLOG หรือเรตติ้งต่ำก็คงจะขออำลา เพราะไม่ควรจะมีเรื่องของผมรกหน้าเว็บไซต์ อสมท อันนี้ไม่ได้อ้อนขอความเห็นใจ แต่อยากแสดงให้เห็นว่าผมคิดแบบนี้จริงๆ


เอาล่ะเข้าเรื่องนะครับ จากนี้ไปถ้าผมไปเจอใครไม่ว่าจะเป็นดารา คนดัง หรือเรื่องสนุก ในวงการบันเทิงผมก็จะมาเล่าให้ฟัง ในฐานะคนทำงานข่าวที่โชคดีกว่าคนอื่นๆ โดยเฉพาะแฟนคลับ (ที่ใครชอบว่าว่าบ้าดารา)  เพราะตัวผมเองได้ไปเจอคนดังเกือบทุนวันจนเพื่อนฝูงมันอิจฉากันทุกครั้งที่รู้ว่าเราเป็นนักข่าวบันเทิง ที่สำคัญของช่อง 9


แต่สิ่งที่อยากจะย้ำให้คุณทราบก็คือ ผมจะขอเล่า และพูดคุยเฉพาะเรื่องที่ทำให้คนอ่านและตัวผมมีความสุข รวมถึงจำทำให้คุณได้มุมมองใหม่ๆ ในวงการเท่านั้น ที่สำคัญเจ้าของเรื่อง (ดารา) ต้องไม่เดือดร้อนด้วย ไม่อยากให้ใครมาด่า หรือฟ้องร้อง เพราะผมมานั่งเขียนในที่แจ้ง เป็นพนักงานของ อสมท และคนอ่านรู้ว่าผมเป็นใคร  ยิ่งบางเรื่องมันเล่าแล้วอาจจะรุนแรงหรือทำให้ดาราเสียชื่อเสียง ทั้งๆ ที่เป็นเรื่องจริงผมก็ขอเลี่ยงนะ ดาราก็คือคนมีดีมีเลวเหมือนพวกเราแหละ  คงไม่ว่ากันนะครับ เพราะทุกวันนี้มีเรื่องลับๆ ลึกๆ เยอะเหลือเกินที่รู้

ถึงตอนนี้หลายคนคงสงสัยว่าผมเป็นใครถึงเสนอตัวมาเล่าเรื่องดาราให้คุณรู้ ขอแนะนำตัวเลยนะครับ ผมชื่อ บอย เป็นนักข่าวบันเทิงคนแรกของสำนักข่าวไทย ทำงานมาประมาณ 8 ปี  และรับผิดชอบจัดรายการวิทยุข่าวบันเทิง ทางสถานีวิทยุ FM 100.5  ก่อนจะได้รับโอกาสให้เป็นโปรดิวเซอร์ผลิตรายการ "ไนน์เอ็นเตอร์เทน" ทางโมเดิร์นไนน์ทีวี และสิ่งที่ทำให้ผมกับทีมงานหายเหนื่อยคือ รายการของผมได้รับรางวัล "ข่าวบันเทิงยอดเยี่ยม" จากสมาคมนักข่าวบันเทิง  ซึ่งพวกเราไม่คิดว่าจะได้รางวัลนี้ เพราะเมืองไทยมีรายการข่าวบันเทิงเยอะจนคิดว่าคงไม่มีใครหันมามองรายการที่ไม่มีข่าว GOSSIP ให้ดูเยอะแยะเหมือนรายการอื่น

ขอเริ่มต้น BLOG ของผมสั้นๆ เพียงเท่านี้ก่อนนะครับ แล้วยืนยันว่าจะเข้ามาสาธยาย เรื่่องราวในวงการบันเทิงให้ฟังกันอีก (เร็วๆ นี้)  แล้วถ้าคุณอยากรู้ สงสัย หรืออยากให้ผมหาข้อมูลอะไรก็ยินดีนะครับ ผมหวังว่า BLOG นี้จะทำให้คุณและผม รวมถึงคนอื่นๆ ที่ได้อ่านเกิดความสนุกสนาน ผมคิดเสมอว่าวงการบันเทิงมีมุมดีที่สร้างสรรค์อีกเยอะที่คุณไม่เคยรู้ 

สุดท้ายผมยืนยันว่าจะไม่ขอทำตัวเป็นซ้อเก้าเขย่าจอ หรือยายเม้าท์ปากตลาด ที่แปลงร่างไปเป็นจิ้งจกเกาะตามบ้านดาราแล้วเอาเรื่องจริงบ้างไม่จริงบ้างของเค้ามาพูดแบบสนุกปาก แต่คนอ่านไม่ได้ประโยชน์อะไรจากข่าวเลย ที่สำคัญคงไม่เป็นธรรมกับดาราที่ไม่มีโอกาสได้แก้ตัว เพราะไม่มีสื่อในมือ

แล้วเจอกันเรื่อยๆ นะครับ


ขอบคุณครับ
บอย บันเทิง


Links

- Home
- My Profile
- Archives
MCOT Public Company Limited. All rights Reserved.2004
Contact Us Tel:02-201-6000 webmaster@mcot.net Tel: 02-201-6145
Powered by Computer Department of MCOT.