นักข่าวบันเทิงไร้สมอง..จริงหรือ?

Posted on Thursday 27 December 2007 at 12:16

ทันทีที่ผมได้ยินคำพูดนี้  ผมก็ตัดสินใจทันทีว่าควรจะเอาเรื่องนี้มาพูดใน BLOG ให้คุณได้ร่วมวิพากษ์วิจารณ์กัน เพราะคำพูดที่ว่า "นักข่าวบันเทิงไร้สมอง" มันเป็นการดูถูกตัวผมด้วย ก็ผมเป็นนักข่าวบันเทิงนี่ครับ

ผมไม่ได้โกรธหรืออารมณ์เสียจนต้องมานั่งแก้ตัวใน BLOG แต่ที่ขอพูดเรื่องนี้ก็เพราะอยากจะบอกดังๆ ว่า "ผมเห็นด้วยครับ"   แต่เห็นด้วยเพียงบางส่วนเท่านั้น  ผมว่านักข่าวบันเทิงไร้สมองเป็นเพียงบางคน...  ซึ่งอาจจะรวมผมด้วย

ผมว่าที่ใครๆ เค้าชอบบอกวิจารณ์นักข่าวบันเทิงว่าไร้สมอง ก็เพราะ เค้าคงเบื่อและเอือมระอากับข่าวซุปซิปเกินจริง หรือเหลืออดกับการนำเสนอเรื่องในมุ้งหรือบนเตียงของดาราจนเกิดพอดี  แถมยังไม่เสนอข่าวในเชิงสร้างสรรค์

ตามขอเท็จจริงเรื่องส่วนตัว และข่าวเกี่ยวกับเรื่องใต้เข็มขัดของดารามันขายได้  โดยเฉพาะ "ภาพหลุด - ภาพลับ" ยิ่งมีคนอยากดู  ข่าวแบบนี้คนชอบอ่านครับ  เอาไปพาดหัวข่าวใครๆ ก็สนใจ ที่สำคัญข่าวแบบนี้ยังทำง่ายด้วย เอาไมค์จ่อปากดาราแล้วก็ถาม  อยู่ที่ว่าดาราจะตอบหรือเปล่า  ผมว่ามันเป็นข่าวมิติเดียว คนถามก็ไม่ต้องใช้สมองมาก เพราะไม่ต้องวิเคราะห์อะไรมากมาย แต่คนตอบต้องระมัดระวังและใช้กึ้นในการตอบคำถาม 

ถึงข่าวในมุ้งดาราจะถูกมองว่า "ไร้สาระ"  แต่ผมว่าก็ไม่ไร้ค่าซะทีเดียว เพราะเรื่องบนเตียงดาราบางทีก็มีมุมน่าสนใจ 

อย่างครอบครัว "เจ-ปิ่น" ที่เคยข่าวว่าแยกเตียงกันไปพักนึง  สำนักข่าวไทยก็ไปตามข่าว ปรากฎว่าคุณพ่อลูกสี่ "เจ-เจตริน" ยอมรับเต็มปากเต็มคำว่าจริง แต่ตอนนี้ซ่อมแล้ว แถมยังบอกอีกว่าตอนนี้กลับมาร่วมบ้านกันเป็นปกติ เพราะเคลียร์ปัญหาลงตัว  โดยอาศัยความจริงใจในการพูดคุยแบบเปิดอก ตอนนั้นคุณเจ บอกว่าเทคนิคการมีชีวิตคู่คือเมื่อเกิดเรื่องให้รีบพูดคุยกันด้วยความจริงใจให้ทุกอย่างกลับสู่ปกติโดยเร็ว

ผมว่าข่าวของครอบครัว "เจ-ปิ่น" เรื่องนี้มีคุณค่านะครับ เพราะคนอ่านก็จะได้คิดว่าคนเรามันต้องใช้ชีวิตคู่แบบระมัดระวัง และถ้ามีเรื่องขัดข้องหมองใจก็ต้องประคับประคองด้วยการพูดคุยเปิดอก เห็นไหมครับนี่คือสิ่งที่เราได้จากข่าวเตียงหัก ที่ใครๆ เค้าว่าไร้สาระ

ที่สำคัญกว่านั้นคือ ข่าวของ "เจ-ปิ่น" ยังสะท้อนภาพความจริงว่า "รักออกแบบไม่ได้"  หล่อสวย หรือรวยแค่ไหนก็มีปัญหาชีวิตทั้งนั้น  ดังนั้นคนเดินดินกินข้าวแกงและขึ้นรถเมย์อย่างพวกเราก็อย่าไปท้อแท้หรือสิ้นหวังกับชีวิต เพราะขนาดดาราที่เพียบพร้อมมากกว่าเราในหลายๆ ด้านยังมีความทุกข์เลย (สาธุ.. ขออภัยถ้าธรรมะมากไปนี๊สนึง)

ที่เล่าให้ฟังมานั้นคือ มุมน่าสนใจของข่าวรักดารา  แต่มุมที่น่าสยองและชวนเบื่อก็คือ การถามซ้ำในเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องว่าเค้าจะไปกิจกรรม...กับใคร (เติมคำในช่วงว่างตามประสบการณ์ของคุณนะครับ) รวมถึงสัดส่วนการรายงานข่าวบันเทิงทั้งในจอทีวี น.ส.พ. และนิตยสาร ที่เน้นเรื่องใต้เข็มขัดจนเกิดพอดี 

ผมว่า... การรายงานข่าวเรื่องรักเลิกดาราเป็นหน้าที่หนึ่งของนักข่าวบันเทิง เพราะมีคนสนใจและอยากรู้อยู่พอสมควร  แต่เราก็ควรนำเสนอให้น้อยกว่าข่าวสร้างสรรค์ในมุมอื่นๆ เพราะหน้าที่ของนักข่าวบันเทิงมีมากกว่าการทำข่าว "ใครเลิกกับใคร" หรือ "ใครไปนอนกับใคร" คุณเห็นด้วยใช่ไหมครับ

แล้วข่าวแบบไหนหล่ะที่นักข่าวบันเทิงควรทำ อันนี้ต้องเล่ายาว... 

ผมไม่บังอาจแนะนำเพราะไม่ใช่นักข่าวชั้นเทพ หรือ ซ้อเก้าเขย่าจอ  แต่เท่าที่ทีมข่าวบันเทิง สำนักข่าวไทยทำกันมาก็คือ ในแต่ละวันเราจะให้พื้นที่ข่าวในมุ้งดาราเพียง 10 - 20 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น   ส่วนพื้นที่ข่าวที่เหลือจะอุทิศให้ข่าวบันเทิงในมุมมองอื่นๆ เช่น แนะนำหนังใหม่ เพลงใหม่ หรือกิจกรรมที่น่าสนใจมากกว่าเอาไมค์ไปจ้อปากดาราแล้วถามว่า "เค้ากิ๊กกับคนนี้จริงหรือเปล่า"

ที่ผ่านมาผมและน้องๆ ทีมข่าวบันเทิง สำนักข่าวไทย มีสโลแกนในใจกันว่า "นำเสนอข่าวที่คุณอยากรู้ และ ข่าวที่คุณควรรู้"   รู้ไหมครับ...ข่าวที่ใครๆ อยากรู้เนี๊ยะมันทำง่ายจริงๆ นะครับ  แต่ข่าวที่คุณควรรู้ซิสร้างความวุ่นวายปวดหัวอยู่ทุกวัน  ยอมรับตรงๆ ครับมันไม่ได้หามารายงานข่าวกันได้ทุกวันหรอก แต่ที่ผ่านมาก็พยายามให้มีในรายการ "ไนน์เอ็นเตอร์เทน" มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

แนวคิด "นำเสนอข่าวที่คุณอยากรู้ และ ข่าวที่คุณควรรู้"  ที่ผมคิดมันเกิดจากการที่ผมได้มีโอกาสไปเรียน ป.โท ที่วารสารฯ ธรรมศาสตร์  แล้วได้รับรู้อะไรต่อมิอะไรมากมายจนทำให้ตกตะกอนความคิด  ผมเคยถามตัวเองเหมือนกันว่าเราจะเดินหน้าทำข่าวยากๆ ที่คนควรรู้ได้นานแค่ไหน เพราะประชาคมข่าวบันเทิงในบ้านเรา ไม่ค่อยจะสนใจข่าวมุมนี้ซักเท่าไหร่  แล้วก็ไม่รู้ว่าคุณๆ จะชอบดูหรือเปล่า

ที่ผ่านมาผมไปทำข่าวการต่อสู้ของสร้างหนังที่ต่อต้าน ร่าง พ.ร.บ.ภาพยนตร์ ฉบับใหม่ (ตอนนี้กฎหมายฉบับนี้ผ่าน สนช.ไปแล้ว) ทุกครั้งตลอดปีนี้ (พ.ศ.2550)  รู้ไหมครับ มีสำนักข่าวไทย และเพื่อนนักข่าวอีกไม่ถึง 3 คน  ทั้งๆ ที่ข่าวนี้มีความสำคัญและกำลังจะส่งผลกระทบกับคนดูหนังกว่า 20 ล้านคนทั่วประเทศ และผู้สร้างหนังกว่า 2 แสนคน   ผมว่านี่คือภาระและหน้าที่ของนักข่าวบันเทิง  

ผมเศร้าใจ... ที่มีคนไปทำข่าวเชิงนโยบาย หรือเชิงลึกน้อยมาก  ผิดกับข่าวดาราแถลงเรื่องตบแย่งผู้ชาย ที่มีนักข่าวแห่ไปจนแน่นห้อง  บอกตรงๆ นะครับว่า ข่าวฉาวๆ ของดารา  สำนักข่าวไทยก็ไปนะครับ แต่เราก็ไม่ลืมที่จะทำข่าวสร้างสรรค์ด้วย (ถ้าคุณไม่เห็นด้วยช่วยวิจารณ์หน่อยนะครับ)

สรุป..นะครับ ผมว่านักข่าวบันเทิงมีหน้าที่มากมาย นอกจากจะรายงานเรื่องที่ใครๆ อยากรู้แล้ว (ดาราคนโปรดรักกับใคร / ใครจะแต่งงาน / ใครอกหักรักคุด / ไม่รวมข่าวใครที่รักตุ๊กด้วย)  ยังควรรายงานข่าวที่ช่วยยกระดับคุณภาพของผลงานในวงการด้วยในเชิงการวิจารรณ์งานศิลปะ   หรือนำเสนอข้อมูลที่ตรงไปตรงมาว่าควรเสียเงินไปดูหนังที่กำลังจะเข้าฉาย หรืออุดหนุนอัลบั้มนี้หรือไม่  ผมว่าคนที่ชอบดูหนังฟังเพลงรอข้อมูลแบบนี้อยู่

คุณหล่ะครับชอบข่าวบันเทิงแบบไหน  แล้วคุณคิดว่านักข่าวบันเทิงไร้สมองจริงหรือเปล่า?  

ถ้าคุณอยากให้นักข่าวบันเทิงนำเสนอข่าวดารามุมมองใหม่ในปี 2551 ก็ลองไม่อ่าน ไม่สน และไม่ดู  ข่าวฉาวและเรื่องรักเลิกดารานะครับ  ถ้าคุณทำได้ผมว่านักข่าวบันเทิงก็คงไม่นำข่าวที่ใครๆ บอกว่าไร้สาระมานำเสนออีกแน่นอน  "ถ้าคุณทำได้ผมก็ทำได้ครับ"

ขอบคุณมากครับที่ติดตามอ่าน BLOG ของผมจนจบ อย่าลืมแสดงความคิดเห็นหรือติชมนะครับ ส่วนใครที่วิจารณ์มาว่าเขียนแสดงความคิดเห็นยาก ผมจะพยายามบอกผู้ที่ดูแลเว็บให้ช่วยพัฒนาระบบให้ใช้ง่ายขึ้นนะครับ

 

  

สวัสดีปีใหม่ครับ ปีหน้าเจอกันใหม่
บอยบันเทิง 

 

Untitled Comment

Posted on Thursday 27 December 2007 at 14:04 by Pink
กว่าจะเป็นนักข่าวก็ต้องมีคุณสมบัติมากพอควรสำหรับงานนี้แล้ว ความแตกต่างกัน คือ จรรยาบรรณเชิงสร้างสรรค์ ซึ่งแต่ละคนมีแตกต่างกันมาก อยากให้ข่าวบันเทิงของสำนักข่าวไทยมีคอลัมน์สร้างสรรค์ที่เน้นมุมเฉพาะเรื่อง เช่น แนวโน้มละครของไทยปีใหม่ควรมีทิศทางอย่างไร เรตติ้งหนังหรือละครไทยมีจริงแค่ไหน นิสัยดาราไทยที่สังคมบันเทิงอยากได้โดยเฉพาะกับผู้อาวุโส เป็นต้น โดยนำเสนอความเห็นหรือมุมมองจากผู้เกี่ยวข้อง อาจเป็นการคาดการณ์หรือชี้นำสังคมบันเทิงได้อีกทางหนึ่งโดยผู้ทำข่าวมืออาชีพอย่างคุณบอยหรือนักข่าวสำนักข่าวไทยด้านข่าวบันเทิง นอกเหนือจากนำเสนอข่าวบันเทิงทั่วไปแล้ว ข่าวเจาะลึกเชิงคาดการณ์น่าจะเป็นการเพิ่มความรู้ให้คนฟังหรือคนดูมากขึ้น อีกเรื่องคือ การนำเสนอข่าวกฎหมายสื่อมวลชนของคุณบอยถือว่าดีมาก นำเสนอทุกแง่มุมดีหรือไม่ดี ขอเป็นกำลังใจให้คุณบอยและนักข่าวบันเทิงทุกท่านที่จะพยายามคิดถึงจรรยาบรรณมากขึ้น อย่าทำเพื่อสะใจหรือเรตติ้ง ขอให้นึกถึงจิตใจหรือความคงอยู่ในสังคมของผู้เป็นข่าวและครอบครัวให้มากด้วยโดยเปรียบเทียบกับตนและครอบครัว จักทราบขอบเขตที่พึงกระทำต่อพวกเขา อย่าลืมว่า ทุกคนควรมีอนาคตหรือมีโอกาสใหม่ได้ มิใช่สิ้นสุดที่วันนี้เท่านั้น มนุษย์ต้องมีความหวังและเปิดทางให้คนเดินบ้าง เขาจักมีกำลังใจเดินไปข้างหน้าได้ นักข่าวบันเทิงย่อมเป็นกำลังใจให้ทุกฝ่ายได้เช่นเดียวกัน มิใช่เป็นแค่นักขุดคุ้ยและนั่งเทียนเขียนข่าวอย่างไร้จรรยาบรรณและไร้ภูมิปัญญาเท่านั้น

งานหนักขึ้นแต่สร้างสรรค์ดี

Posted on Thursday 27 December 2007 at 15:10 by Anonymous
ตอนนี้งานบันเทิงช่อง 9 คงหนักขึ้น แต่ดีแล้วได้สร้างสรรค์งานดีกว่าไม่ได้ทำงานน่ะนะ สู้ สู้ ชอบข่าวไนน์เอ็น แต่ควรจะกระชับ และขอเหอะไอ้พวกบีบเสียง ทำเสียงเหมือนพิการเส้นเสียงน่ะ เลิกได้ควรเลิก คนดูมีทุกกลุ่มอย่าเอาใจวัยรุ่นกันนักเลย คุณภาพ สะกดคำนี้ไว้ให้จงดี ข่าวในมุ้งมีบ้างแต่ควรเอาเฉพาะข้อจริงไม่ใช่ข้อเท็จนะจ๊ะ -Happy New Year จ้า

มองต่างมุม

Posted on Thursday 27 December 2007 at 16:34 by Anonymous
ต่างคนต่างความคิดนะ บางคนอ่านแล้วก็ผ่านเลย บางคนอ่านแล้วมองเป็นบวก หรือมองเป็นลบ อยู่ที่พื้นฐานทางความคิดของแต่ละคน เอาเป็นว่าเห็นด้วยกับที่คุณบอยเขียน เป็นกำลังใจให้นะ ..
นัท-สระบุรี

ฮา

Posted on Thursday 27 December 2007 at 16:55 by Anonymous
รถเมล์จ๊ะน้องบอย ไม่ใช่รถเมย์ เฟื่องอารมย์ อิ อิ

นักข่าวบันเทิงมีสมองแต่ข่าวบันเทิงไร้สมอง

Posted on Thursday 27 December 2007 at 18:46 by Anonymous
ผมว่านักข่าวบันเทิงไม่ไร้สมองหรอก แต่ข่าวบันเทิงต่างหากที่ไร้สมองและไม่สร้างสรรค์ ตั้งแต่ดูมาผมว่าข่าวบันเทิงที่มีสาระคือ ของคุณ............ที่เคยทำอยู่ช่อง ๕ แต่ปัจจุบันอไปอยู่ช่องสามแล้ว ขอโทษที่นึกชื่อรายการไม่ออก
แต่เอาเป็นว่า ข่าวบันเทิงส่วนใหญ่จะนำเสนอแต่เรื่องผัวๆเมีย ใครเป็นชู้เป็นกิ๊กกับใครไม่เห็นให้ประโยชน์อะไรกับคนดู มิหนำซ้ำยังทำให้เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีกับเยาวชนไทยอีกด้วย
จำได้ว่าช่อง ๙ เคยถ่ายทอดสดงานแต่งของแหม่มแคทลียาด้วย มันสำคัญขนาดนั้นเลยหรือครับ กับแค่งานแต่งดาราคนหนึ่ง ถ้าอสมท.ยังเป็นรัฐวิสาหกิจอยู่ผมว่าอาจมีคนประท้วงเพาะเอาเงินภาษีรายได้ประชาชนไปรายงานข่าวดาราแต่งงาน(ฮา)
เอาอย่างนี้ดีไหมครับไหนๆช่อง ๙ ก็บอกว่าจะเป็นผู้นำข่าว ช่วยลดข่าวบันเทิงลงหน่อยได้ไหมครับ ช่อง ๙ไม่ค่อยมีละครก็จริงแต่ข่าวบันเทิงเยอะมาก หรือไม่ก็ทำบันเทิงที่มีสาระ เช่นการวิเคราะหืวิจารณ์หนังดีๆ เพลงดีๆ ให้ผู้ชมได้เป็ฯทางเลือกไปเลือกซื้อเลือกดูดีกว่าไหมครับ ดีกว่าเสนอเรื่องดาราตบดีกัน เลิกกันทะเลาะกันเตียงหัก ผมว่าถึงเขาจะเป็นสาธารณะ แต่ก็เป็นเรื่องส่วนตัวครับ วันนึง นักข่าวบันเทิงอาจถูกขุดเรื่องส่วนตัวมาแฉบ้างก็ได้

ช่อง 9 มีหนังสั้นดีๆ เหมือนกัน

Posted on Thursday 27 December 2007 at 19:48 by Anonymous
วันก่อนได้ดูหนังสั้นที่ช่อง 9 สนับสนุน เกี่ยวกับในหลวงดีมากๆ แล้วช่วงที่ร่วมมือกับเทศกาลหนังนั่นก็ดีนะ ถ้ามีเวลาเหลือๆ หรือดึกๆ ก็ได้ เอาหนังทางเลือกมาให้ดูบ้างก็จะเริ่ดค่ะ

RE : นักข่าวบันเทิงมีสมองแต่ข่าวบันเทิงไร้สมอง

Posted on Friday 28 December 2007 at 14:13 by Anonymous
แม้จะไม่ค่อยได้ติดตามรายการที่คุณบอยจัดทั้งทีวี และวิทยุ เนื่องมากจากหน้าที่การงาน แต่ถ้ามีวันหยุดในวันปกติหรือเวลาว่างวันเสาร์-อาทิตย์ก็จะเข้ามาได้ดูบ้าง ตามความเห็นมีความรู้สึกว่าคุณตอบไว้ในหัวข้อนี้อาจจะไม่เคยมาดูรายการของช่องนี้หรือเปล่า เพราะดูจากที่บอกว่า "ตั้งแต่ดูมาผมว่าข่าวบันเทิงที่มีสาระคือ ของคุณ............ที่เคยทำอยู่ช่อง ๕ แต่ปัจจุบันไปอยู่ช่องสามแล้ว" ซึ่งอาจจะเป็นแนวของช่องนั้นหรอเปล่า

และที่บอกว่าอยากให้รายการบันเทิงของช่อง ๙ ทำบันเทิงที่มีสาระ เช่น การวิเคราะห์วิจารณ์หนังดีๆ เพลงดีๆ แสดงว่าไม่เคยดูของช่องนี้ เพราะว่าโดยปกติที่เคยดูจะมีการทำในส่วนนี้อยู่แล้วทั้งในแง่ของไทย และเทศ ก็ลองดูสักนิดแล้วออกความเห็นเพิ่มเติมจะดีกว่าไหม

ที่มาตอบนี้มิได้เข้าข้างรายการนี้แต่อย่างใด แต่ก็มองด้วยความเป็นกลางเช่นกัน Happy New Year ด้วยนะ

จรรยาบรรณกับคุณภาพนักข่าว

Posted on Friday 28 December 2007 at 14:56 by Siree
นักข่าวแต่ละคนจะมีคุณภาพหรือคุณค่าแตกต่างกันที่ จรรยาบรรณ มิใช่ระดับการศึกษาเท่านั้น การหาข่าวไม่จำเป็นต้องแสดงดีกรีการศึกษา แต่การสร้างความน่าเชื่อถือในข่าวนั้นต้องเกิดจากแหล่งข่าว การกลั่นกรองจากทักษะของนักข่าว ส่วนการนำเสนอหรือคัดเรื่องนำเสนอต้องมาจาก จรรยาบรรณของนักข่าวแต่ละคนที่มีแตกต่างมากน้อยต่างกัน บางครั้งนักข่าวรุ่นใหม่บางคนอาจมีจรรยาบรรณสูงกว่านักข่าวเก่าแก่บางคนในการเลือกข่าวเสนอต่อผู้ฟังหรือผู้ชม บางครั้งนักข่าวรุ่นใหม่มีจรรยาบรรณน้อยกว่าคนเก่าแก่ก็ยังมีเพราะเลือกเอาความสะใจและชัยชนะเป็นหลัก แต่ขาดความรู้กาลเทศะ ดังนั้น นักข่าวบันเทิงไม่ไร้สมองอย่างแน่นอน แต่ระดับจรรยาบรรณมีต่างกัน ทำให้ข่าวจากนักข่าวบางคนจึงขาดความน่าเชื่อถือไป นักข่าวในปีใหม่นี้น่าจะเลือกได้ว่า อยากเป็นนักข่าวประเภทจรรยาบรรณต่ำ หรือ ได้มาตรฐานเป็นที่น่าเคารพนับถือในกลุ่มเดียวกันหรือกลุ่มผู้ฟัง

นักข่าวบันเทิงใช้กึ๋นเขียนกี่คน?

Posted on Friday 28 December 2007 at 16:53 by แฟน Mcot
ถ้านักข่าวใช้กึ๋นวิเคราะห์และนำเสนอแบบคุณบอยซัก 60 % ก็คงจะดีเจ้าค่ะ

ชื่นชมไนน์เอ็นเตอร์เทน

Posted on Friday 28 December 2007 at 20:58 by สาวกรุงเทพ
ดิฉันชมรายการนี้ประจำ และชอบเนื้อหามาก เพราะหลากหลาย และติดตามรายการของคุณบอยประจำ เป็นกำลังใจให้นะค่ะ บางทีสาระก็เกิดขึ้นในข่าวบันเทิง

ร่วมแสดงความเห็นค่ะ

Posted on Saturday 29 December 2007 at 14:45 by Anonymous
ไม่ใช่ไร้สมองหรอกค่ะ แต่บางคนน่ะมีสมองไว้สำหรับทำร้ายคนบันเทิงได้ยินคำถามนักข่าวสายบันเทิงบางสื่อถามคำถามนักแสดงแล้วบอกตรงๆนะคะว่ารับไม่ได้และรู้สึกอายแทนว่าทำไมกล้าถามคำถามแบบนี้และได้ประโยชน์อะไรจากคำถามแบบนี้ จริงๆแล้วข่าวบันเทิงมีหลายมุมให้นำเสนอ ไม่ใช่แค่เรื่องเตียงหัก ใครนอนกับใคร ใครเลิกกับใคร แต่ก็มักมีนักข่าว(บางคน)จะแย้งว่าก็คนอื่นอยากรู้ ข่าวเชิงลบและไม่อยากรู้ข่าวดีๆของดาราหรอก เราว่าไม่จริงหรอกค่ะ เพียงแต่นักข่าวนั่นแหละที่ตัดสินไปเองว่าคนอื่นอยากรู้แต่เรื่องทางลบของดารา ใครเลิกกับใคร ใครรักกับใคร ใครท้องก่อนแต่ง สื่อบางสื่อก็นำเสนอซะใหญ่โตเหมือนดาราคนนั้นฆ่าคนตาย หรือบางสื่อก็ชอบนำภาพหลุดออกมาประจานทางสื่อของตัวเอง โดยไม่คำนึงถึงจรรณยาบรรณของสื่อมวลชน เพราะหากเป็นเราก็คงไม่อยากให้ใครนำภาพหลุด ออกมาเผยแพร่ บางทีดาราไปกินข้าวกับแฟน กับเพื่อนก็ถ่ายรูปมาลงหนังสือแล้วก็บรรยายว่าคงมากับแฟน มากับหนุ่ม/สาวปริศนา อย่างนี้เป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลหรือเปล่า ...แต่นักข่าวก็มักจะมีข้อแก้ตัวเสมอว่าเป็นดาราดังได้เพราะมีสื่อหนุน ช่วยเสนอข่าว เป็นบุคคลสาธารณะ นักข่าวมีสิทธิขุดคุ้ยทุกเรื่องออกมาตีแผ่ นั่นมันก็มีส่วนถูก แต่การแก้ตัวอย่างนี้มันก็เหมือนกับการแสดงตัวว่านักข่าวมีบุญคุณกับนักแสดงทำให้นักข่าวบางคนทำตัวใหญ่ เบ่ง คิดว่าตัวเองวิเศษกว่าคนอื่นและละเมิดความเป็นส่วนตัวของนักแสดง เพียงเพราะต้องการให้ได้ข่าวหน้า 1 แม้ว่าจะเป็นการทำลายคนอื่นก็ไม่สนใจ ... หรือคุณคิดต่างจากนี้คะ

ทำไม ? นักข่าวบันเทิง(ต้อง)ไร้สมอง !

Posted on Saturday 29 December 2007 at 18:16 by กาเหว่า
ถึง คุณบอย

ขอแสดงความคิดเห็น และ "เห็นด้วย" กับทัศนะของคุณที่ว่า ในวงการบันเทิง ยังคงมี นักข่าวบันเทิงไร้สมอง จำนวนหนึ่ง

แต่ก็ขอเสริมประเด็นที่ว่า จำนวนหนึ่งหรือบางส่วน ที่ไม่ใช่ทั้งหมดของนักข่าวบันเทิงนั้น ในความคิดเห็นแบบปัจเจกแล้ว คิดว่า มีอยู่เป็นจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว

โดยเฉพาะประเด็นการนำเสนอข่าวเพื่อขาย ที่ทุกวันนี้ ข่าวบันเทิงทุกช่อง ขอย้ำนะคะว่า ทุกช่อง จำเป็นต้องไม่ตกข่าวเรื่องในมุด ในมุ้ง หรือเรื่องที่เกี่ยวโยงไปถึงเซ็กซ์ !!! (ข่าวฉาว คาว และความเสื่อมเสียของดาราทั้งหลายนั่นแหละ)

ถามว่า คนทำข่าวเองเบื่อไหมกับการต้องจิก ตี วิ่งตาม ข่าวประเภทนี้ ตอบแบบไม่ต้องคิดว่า เบื่อแน่นอน แต่ถ้าถามว่า จำเป็นไหมที่ต้องนำเสนอข่าวประเภทนี้ ตอบแบบคิดสักนิดว่า จำเป็น เพราะในข่าวนั้นๆ ประชาชนสนใจใคร่รู้ มันมี Human Interest อยู่ในข่าว เพียงแต่ว่าลักษณะการนำเสนอของข่าวนั้น จะออกมา แรง แค่ไหน ซึ่งคงขึ้นอยู่กับนโยบายของสำนักข่าวนั้น ๆ หรือ รายการข่าวนั้นๆ

ถึงแม้ข่าวประเภทนี้ จะได้รับความสนใจสูงมาก และขายได้มาก จนนักข่าวต้องแย่งกันขายข่าว (ไม่เชื่อลองดูบนแผงหนังสือที่เต็มไปด้วยภาพเต้าหลุด หวอโผล่ และคลิปหน้าเหมือน) จนทำให้ วงการบันเทิง ถูกมองว่าไร้สาระ ฉาบฉวย และเสื่อมเสีย

แต่ในความจริง(ที่เห็นอยู่)แล้ว ในวงการบันเทิง ก็มีเรื่องดี ๆ สิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นอีกมากมาย หลายแง่มุม แต่ไม่ได้รับการนำเสนอ หรือ อาจจะเป็นเพราะคำว่า บันเทิง มันครอบคลุมแต่เรื่องเริง(อา)รมณ์ ก็ไม่รู้ได้...เพราะฉะนั้นขอเสนอให้เปลี่ยนไปใช้คำว่า วงการศิลปะ บันเทิง แทน จะดีกว่ามั้ย ?

ที่เสนอไปเช่นนี้ เพราะมีความเชื่อมาโดยตลอดว่า นอกจากข่าวเสื่อมๆ ที่กล่าวมาแล้วนั้น วงการบันเทิงของเรายังมีความเคลื่อนไหวในวงการภาพยนตร์ วงการเพลง ฯลฯ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็น "งานศิลปะ" และ"งานสร้างสรรค์"ทั้งสิ้น เพียงแต่ ในประเด็นนี้ มีนักข่าวจำนวนน้อยมากที่จะสนใจนำมาขยายความ และนำเสนอให้ประชาชนได้รับรู้

ก็อย่างเช่นที่คุณบอยยกตัวอย่างเรื่อง ข่าว พ.ร.บ.ภาพยนตร์ฉบับใหม่ ทั้งๆที่มีผลกระทบอย่างยิ่งต่อวงการภาพยนตร์ และเป็นข่าวที่มีความสำคัญมาก แต่กลับมีพื้นที่ในการนำเสนอข่าวที่น้อยมาก

จะว่าไปแล้ว จะไปโทษใครได้ ถ้าไม่กลับมาโทษพวกเรา(นักข่าว)กันเอง ที่หลายคนไม่ได้สนใจ หรือไม่รู้เสียด้วยซ้ำว่า มีข่าวการคัดค้าน พ.ร.บ.ภาพยนตร์ แบบใหม่เกิดขึ้น (ท้าให้ทำแบบสำรวจกันเลยว่า มีนักข่าวบันเทิงซักเท่าไหร่ที่รู้ เข้าใจ ติดตาม และต้องการนำเสนอ)

เป็นไปได้มั้ย ว่านักข่าวบันเทิงเองนั่นแหละ ที่น่าจะใส่ใจสนใจ กับข่าวในเชิงลึก หรือข่าวที่มีประโยชน์จริง ๆ หรือข่าวที่จะผลักดันสร้างสรรค์ และมีผลกระทบต่อมวลชนแบบนี้กันบ้าง หรือว่า มันเป็นเรื่องที่ยากเกินไป ? ถ้าคิดแบบนั้นแสดงว่า นักข่าวคนนั้น ก็เป็นนักข่าวบันเทิงที่ไร้สมองจริงและแย่มาก

เมื่อนักข่าว ซึ่งเป็นสื่อมวลชนไม่ทราบแล้ว ย่อมจะนำเสนอข่าวไม่ได้ เผลอๆ กลัวโง่ เลยไม่นำเสนอมันไปซะเลย เปลี่ยนไปตามข่าวใครท้องกับใคร เป็นผัวใครเมียใคร มันทำงานง่ายกว่า อย่างที่คุณบอยบอกน่ะถูกแล้ว

มากันที่เรื่องการตั้งคำถาม เจาะประเด็นของนักข่าวกันบ้าง ที่นักข่าวบางคนแทบจะไม่ทำการบ้านก่อนออกไปทำข่าวเลย อย่าง ข่าวเปิดตัวอัลบั้ม ก็ทำกันแบบง่ายๆ ถามง่ายๆ เช่น อัลบั้มนี้เปลี่ยนลุคส์ไปนะ แล้วก็ไปถามถึงเรื่องส่วนตัวลับๆ ของศิลปินต่อ ฯลฯ (เข้าใจได้ว่า human interest) แต่...ลองถามเจาะลึกการทำงานของศิลปินกันบ้างมั้ย เช่น โปรดิวเซอร์ ทำงานอย่างไร ทำไมถึงมีคอนเส็ปต์แบบนี้ ศิลปินดูมีพัฒนาการรึเปล่า และอีกมากมายที่น่าถาม และน่ารู้ ไม่ใช่คิดแต่จะเอาข้อมูลโปรโมทจากพีอาร์มาเขียนเพียงอย่างเดียว ลองอีแบบนี้ นักข่าว ก็เป็นแค่เครื่องมือประชาสัมพันธ์ทางหนึ่งเท่านั้น


สุดท้าย เมื่อถึงเวลามีคนเดินมาบอก เหมือนตบหน้าเราว่า นักข่าวบันเทิงไร้สมอง พูดง่ายๆ คือ โง่ เราจะไปพาลโกรธคนด่าก็คงไม่ได้ ได้แต่ทำใจก้มหน้ายอมรับ เพราะส่วนใหญ่เป็นเช่นนั้นจริง

ส่วนจะปฏิเสธต่อไปว่า "ตัวเองไม่ได้เป็น นักข่าวบันเทิงที่ไร้สมอง แบบนั้น" ก็คงต้องสุดแล้วแต่ว่า ตลอดเวลาที่คุณเป็นนักข่าวบันเทิง คุณได้ทำหน้าที่ของ"สื่อมวลชน" ที่ควรจะต้องทำแล้วหรือยัง

"ถ้าทบทวนแล้ว สามารถปฏิเสธออกไปได้เต็มปาก" ก็ขอแสดงความยินดีด้วยในฐานะที่คุณ คือ นักข่าวบันเทิงที่มีสมอง

ส่วน"บางคน"ถ้าคิดว่า หากจะโต้ตอบอะไรออกมาไป แล้วรังแต่จะทำให้คนด่า ตอกย้ำ แทงใจดำ เรื่อง ไร้สมอง ของตัวเองมากกว่าเดิม ก็อย่าพูดอะไรออกไปเลยจะดีกว่า นอกเสียจากกลับไปบ้าน แล้วสัญญากับตัวเองว่า ในปี 2551 ที่จะถึงนี้ จะเริ่มต้นหัดการเป็น"นักข่าวบันเทิงที่มีสมอง" ซะที

ขอบคุณทุกความเห็น

Posted on Saturday 29 December 2007 at 18:29 by บอย บันเทิง
ผม... นึกไม่ถึงว่ามุมมองส่วนตัวของผมที่เอามาเขียนใน BLOG นี้จะจุดประเด็นให้คุณๆ เข้ามาแสดงความคิดเห็นกันแบบจริงจังและจริงใจแบบนี้ พออ่านแล้วก็เป็นการเพิ่มเติม และต่อยอดความคิด ดีจริงๆ ครับ ขอบคุณมากครับสำหรับทุก COMMENT

และผมต้องขอขอบคุณคำชมด้วย เชื่อว่าจะสร้างกำลังใจให้กับทีมงาน "ข่าวบันเทิง สำนักข่าวไทย" ทุกคน

ส่วนคำวิจารณ์ที่ส่งมา ก็จะนำไปแก้ไขนะครับ แต่ผมเชื่อว่าที่ผ่านมาเราทำในสิ่งที่ถูกต้องและทำดีที่สุดแล้ว

ขอบคุณมากครับ

คิดถึงนักข่าวบันเทิง

Posted on Saturday 29 December 2007 at 20:09 by หม่ะมีอะหยังตี้น้องปี้แย้ทำบ่ะได้
เห็นโพสท์เรื่องนั้น เรื่องนี้ ทำโน่นทำนี่ รู้ได้เลยครับว่างานต้องหนักแน่ๆ แต่ก็รู้เช่นกันว่าพี่ของผมน่ะไม่ถอยอยู่แล้ว เพราะทำด้วยใจรักจริงๆ พี่แย้เป็นคนดีและคนเก่งครับ แต่ยังไง ก็ระวังเรื่องสุขภาพด้วยนะครับ ทุกคนทางนี้เป็นห่วง

"หวังว่าเธอคงสุขดี อยู่ตรงนั้นเจอสิ่งดีดี
ฉันคงมีเพียงสิ่งเดียวทุกวัน
มีแต่คิดถึง มีแต่คิดถึง
อยู่ทุกครั้งที่มองดาว
มีแต่คิดถึง มีแต่คิดถึง
เรื่องวันวานและฝันของเรา
มีแต่คิดถึง มีแต่คิดถึง
และบ่อยครั้งก็ทำให้เหงา
คิดถึงเธอ....คิดถึงเธอ

มีแต่คิดถึง มีแต่คิดถึง
อยากให้เธอได้อยู่ตรงนี้
คิดถึงเธอ....คิดถึงเธอ
คิดถึงเธอ....คิดถึงเธอ"

คิดถึงพี่แย้มากๆ ครับ

หวัดดีปีใหม่คับ

Posted on Sunday 30 December 2007 at 02:22 by akk6
หวัดดีปีใหม่คับพี่แย้ อัคร เองคับ ขอให้พี่แย้มีความสุขมากๆในปีใหม่นี้นะคับ รวยๆนะคับพี่อิอิ ยังไงถ้าได้ไปกรุงเทพจะให้อ้ายวุดส่งไปเท่วหา คิดถึงนะคับ

Untitled Comment

Posted on Monday 31 December 2007 at 15:21 by Anonymous
สวัสดีคุณบอย ปีหนูมาถึงแล้วขอให้มีความสุขมากๆนะ ไม่เจ็บไม่จน ขยันมาเขียนอะไรในบล๊อกหน่อยนะ ที่100.5 จะไม่จัดแล้วนี่ คงเงียบหูไปเยอะ แต่จะติดตามงานของคุณบอยและทีมงาน ไปตลอด

สวัสดีปีใหม่

Posted on Wednesday 2 January 2008 at 13:04 by Anonymous
ขอฝากสวัสดีปีใหม่ชาว 100.5 ไปกับคุณบอยหน่อยนะจ๊ะ ขอให้มีความสุข สุขภาพแข็งแรง เจริญในหน้าที่การงาน ร่ำรวยในสิ่งที่ประสงค์ สวยวันสวยคืน หล่อวันหล่อคืนด้วยนะจ๊ะ

นู๋หนุ่ม

ฐานันดรที่ 5

Posted on Sunday 24 February 2008 at 15:41 by Anonymous
เป็นนักข่าวมากี่ปีค่ะคุณบอย ดูตัวเองก่อนวัดคนอื่นดีกว่า ได้ข่าวว่า นอกจากจะเส้นเข้ามาเพราะญาติในอสมท.แล้วยังได้รถราคาถูกจากดาราบางคนด้วยจิงหรือเปล่าจ๊ะ(ฮา)

keaeffcz

Posted on Saturday 26 April 2008 at 01:33 by keaeffcz
<a href="http://unezgmnd.com">gtblsnzz</a> eaunhfbd http://rfgclxbe.com jwzukyzw tgiyolmk [URL=http://krxwyrty.com]rixcrvzm[/URL]

keaeffcz

Posted on Saturday 26 April 2008 at 01:33 by keaeffcz
<a href="http://unezgmnd.com">gtblsnzz</a> eaunhfbd http://rfgclxbe.com jwzukyzw tgiyolmk [URL=http://krxwyrty.com]rixcrvzm[/URL]

balhqjtq

Posted on Saturday 26 April 2008 at 05:59 by balhqjtq
lgzmjyvt http://uikarcke.com ouuiterr qfuvegfl [URL=http://hdzvuivk.com]hgbsjgep[/URL] <a href="http://clpbbfyp.com">sveobjpf</a>

Last Page | Page 6 of 10 | Next Page

Links

- Home
- My Profile
- Archives
MCOT Public Company Limited. All rights Reserved.2004
Contact Us Tel:02-201-6000 webmaster@mcot.net Tel: 02-201-6145
Powered by Computer Department of MCOT.