นักข่าวบันเทิงไร้สมอง..จริงหรือ?
ทันทีที่ผมได้ยินคำพูดนี้ ผมก็ตัดสินใจทันทีว่าควรจะเอาเรื่องนี้มาพูดใน BLOG ให้คุณได้ร่วมวิพากษ์วิจารณ์กัน เพราะคำพูดที่ว่า "นักข่าวบันเทิงไร้สมอง" มันเป็นการดูถูกตัวผมด้วย ก็ผมเป็นนักข่าวบันเทิงนี่ครับ
ผมไม่ได้โกรธหรืออารมณ์เสียจนต้องมานั่งแก้ตัวใน BLOG แต่ที่ขอพูดเรื่องนี้ก็เพราะอยากจะบอกดังๆ ว่า "ผมเห็นด้วยครับ" แต่เห็นด้วยเพียงบางส่วนเท่านั้น ผมว่านักข่าวบันเทิงไร้สมองเป็นเพียงบางคน... ซึ่งอาจจะรวมผมด้วย
ผมว่าที่ใครๆ เค้าชอบบอกวิจารณ์นักข่าวบันเทิงว่าไร้สมอง ก็เพราะ เค้าคงเบื่อและเอือมระอากับข่าวซุปซิปเกินจริง หรือเหลืออดกับการนำเสนอเรื่องในมุ้งหรือบนเตียงของดาราจนเกิดพอดี แถมยังไม่เสนอข่าวในเชิงสร้างสรรค์
ตามขอเท็จจริงเรื่องส่วนตัว และข่าวเกี่ยวกับเรื่องใต้เข็มขัดของดารามันขายได้ โดยเฉพาะ "ภาพหลุด - ภาพลับ" ยิ่งมีคนอยากดู ข่าวแบบนี้คนชอบอ่านครับ เอาไปพาดหัวข่าวใครๆ ก็สนใจ ที่สำคัญข่าวแบบนี้ยังทำง่ายด้วย เอาไมค์จ่อปากดาราแล้วก็ถาม อยู่ที่ว่าดาราจะตอบหรือเปล่า ผมว่ามันเป็นข่าวมิติเดียว คนถามก็ไม่ต้องใช้สมองมาก เพราะไม่ต้องวิเคราะห์อะไรมากมาย แต่คนตอบต้องระมัดระวังและใช้กึ้นในการตอบคำถาม
ถึงข่าวในมุ้งดาราจะถูกมองว่า "ไร้สาระ" แต่ผมว่าก็ไม่ไร้ค่าซะทีเดียว เพราะเรื่องบนเตียงดาราบางทีก็มีมุมน่าสนใจ

อย่างครอบครัว "เจ-ปิ่น" ที่เคยข่าวว่าแยกเตียงกันไปพักนึง สำนักข่าวไทยก็ไปตามข่าว ปรากฎว่าคุณพ่อลูกสี่ "เจ-เจตริน" ยอมรับเต็มปากเต็มคำว่าจริง แต่ตอนนี้ซ่อมแล้ว แถมยังบอกอีกว่าตอนนี้กลับมาร่วมบ้านกันเป็นปกติ เพราะเคลียร์ปัญหาลงตัว โดยอาศัยความจริงใจในการพูดคุยแบบเปิดอก ตอนนั้นคุณเจ บอกว่าเทคนิคการมีชีวิตคู่คือเมื่อเกิดเรื่องให้รีบพูดคุยกันด้วยความจริงใจให้ทุกอย่างกลับสู่ปกติโดยเร็ว

ผมว่าข่าวของครอบครัว "เจ-ปิ่น" เรื่องนี้มีคุณค่านะครับ เพราะคนอ่านก็จะได้คิดว่าคนเรามันต้องใช้ชีวิตคู่แบบระมัดระวัง และถ้ามีเรื่องขัดข้องหมองใจก็ต้องประคับประคองด้วยการพูดคุยเปิดอก เห็นไหมครับนี่คือสิ่งที่เราได้จากข่าวเตียงหัก ที่ใครๆ เค้าว่าไร้สาระ

ที่สำคัญกว่านั้นคือ ข่าวของ "เจ-ปิ่น" ยังสะท้อนภาพความจริงว่า "รักออกแบบไม่ได้" หล่อสวย หรือรวยแค่ไหนก็มีปัญหาชีวิตทั้งนั้น ดังนั้นคนเดินดินกินข้าวแกงและขึ้นรถเมย์อย่างพวกเราก็อย่าไปท้อแท้หรือสิ้นหวังกับชีวิต เพราะขนาดดาราที่เพียบพร้อมมากกว่าเราในหลายๆ ด้านยังมีความทุกข์เลย (สาธุ.. ขออภัยถ้าธรรมะมากไปนี๊สนึง)
ที่เล่าให้ฟังมานั้นคือ มุมน่าสนใจของข่าวรักดารา แต่มุมที่น่าสยองและชวนเบื่อก็คือ การถามซ้ำในเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องว่าเค้าจะไปกิจกรรม...กับใคร (เติมคำในช่วงว่างตามประสบการณ์ของคุณนะครับ) รวมถึงสัดส่วนการรายงานข่าวบันเทิงทั้งในจอทีวี น.ส.พ. และนิตยสาร ที่เน้นเรื่องใต้เข็มขัดจนเกิดพอดี
ผมว่า... การรายงานข่าวเรื่องรักเลิกดาราเป็นหน้าที่หนึ่งของนักข่าวบันเทิง เพราะมีคนสนใจและอยากรู้อยู่พอสมควร แต่เราก็ควรนำเสนอให้น้อยกว่าข่าวสร้างสรรค์ในมุมอื่นๆ เพราะหน้าที่ของนักข่าวบันเทิงมีมากกว่าการทำข่าว "ใครเลิกกับใคร" หรือ "ใครไปนอนกับใคร" คุณเห็นด้วยใช่ไหมครับ
แล้วข่าวแบบไหนหล่ะที่นักข่าวบันเทิงควรทำ อันนี้ต้องเล่ายาว...
ผมไม่บังอาจแนะนำเพราะไม่ใช่นักข่าวชั้นเทพ หรือ ซ้อเก้าเขย่าจอ แต่เท่าที่ทีมข่าวบันเทิง สำนักข่าวไทยทำกันมาก็คือ ในแต่ละวันเราจะให้พื้นที่ข่าวในมุ้งดาราเพียง 10 - 20 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ส่วนพื้นที่ข่าวที่เหลือจะอุทิศให้ข่าวบันเทิงในมุมมองอื่นๆ เช่น แนะนำหนังใหม่ เพลงใหม่ หรือกิจกรรมที่น่าสนใจมากกว่าเอาไมค์ไปจ้อปากดาราแล้วถามว่า "เค้ากิ๊กกับคนนี้จริงหรือเปล่า"
ที่ผ่านมาผมและน้องๆ ทีมข่าวบันเทิง สำนักข่าวไทย มีสโลแกนในใจกันว่า "นำเสนอข่าวที่คุณอยากรู้ และ ข่าวที่คุณควรรู้" รู้ไหมครับ...ข่าวที่ใครๆ อยากรู้เนี๊ยะมันทำง่ายจริงๆ นะครับ แต่ข่าวที่คุณควรรู้ซิสร้างความวุ่นวายปวดหัวอยู่ทุกวัน ยอมรับตรงๆ ครับมันไม่ได้หามารายงานข่าวกันได้ทุกวันหรอก แต่ที่ผ่านมาก็พยายามให้มีในรายการ "ไนน์เอ็นเตอร์เทน" มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

แนวคิด "นำเสนอข่าวที่คุณอยากรู้ และ ข่าวที่คุณควรรู้" ที่ผมคิดมันเกิดจากการที่ผมได้มีโอกาสไปเรียน ป.โท ที่วารสารฯ ธรรมศาสตร์ แล้วได้รับรู้อะไรต่อมิอะไรมากมายจนทำให้ตกตะกอนความคิด ผมเคยถามตัวเองเหมือนกันว่าเราจะเดินหน้าทำข่าวยากๆ ที่คนควรรู้ได้นานแค่ไหน เพราะประชาคมข่าวบันเทิงในบ้านเรา ไม่ค่อยจะสนใจข่าวมุมนี้ซักเท่าไหร่ แล้วก็ไม่รู้ว่าคุณๆ จะชอบดูหรือเปล่า
ที่ผ่านมาผมไปทำข่าวการต่อสู้ของสร้างหนังที่ต่อต้าน ร่าง พ.ร.บ.ภาพยนตร์ ฉบับใหม่ (ตอนนี้กฎหมายฉบับนี้ผ่าน สนช.ไปแล้ว) ทุกครั้งตลอดปีนี้ (พ.ศ.2550) รู้ไหมครับ มีสำนักข่าวไทย และเพื่อนนักข่าวอีกไม่ถึง 3 คน ทั้งๆ ที่ข่าวนี้มีความสำคัญและกำลังจะส่งผลกระทบกับคนดูหนังกว่า 20 ล้านคนทั่วประเทศ และผู้สร้างหนังกว่า 2 แสนคน ผมว่านี่คือภาระและหน้าที่ของนักข่าวบันเทิง
ผมเศร้าใจ... ที่มีคนไปทำข่าวเชิงนโยบาย หรือเชิงลึกน้อยมาก ผิดกับข่าวดาราแถลงเรื่องตบแย่งผู้ชาย ที่มีนักข่าวแห่ไปจนแน่นห้อง บอกตรงๆ นะครับว่า ข่าวฉาวๆ ของดารา สำนักข่าวไทยก็ไปนะครับ แต่เราก็ไม่ลืมที่จะทำข่าวสร้างสรรค์ด้วย (ถ้าคุณไม่เห็นด้วยช่วยวิจารณ์หน่อยนะครับ)

สรุป..นะครับ ผมว่านักข่าวบันเทิงมีหน้าที่มากมาย นอกจากจะรายงานเรื่องที่ใครๆ อยากรู้แล้ว (ดาราคนโปรดรักกับใคร / ใครจะแต่งงาน / ใครอกหักรักคุด / ไม่รวมข่าวใครที่รักตุ๊กด้วย) ยังควรรายงานข่าวที่ช่วยยกระดับคุณภาพของผลงานในวงการด้วยในเชิงการวิจารรณ์งานศิลปะ หรือนำเสนอข้อมูลที่ตรงไปตรงมาว่าควรเสียเงินไปดูหนังที่กำลังจะเข้าฉาย หรืออุดหนุนอัลบั้มนี้หรือไม่ ผมว่าคนที่ชอบดูหนังฟังเพลงรอข้อมูลแบบนี้อยู่
คุณหล่ะครับชอบข่าวบันเทิงแบบไหน แล้วคุณคิดว่านักข่าวบันเทิงไร้สมองจริงหรือเปล่า?
ถ้าคุณอยากให้นักข่าวบันเทิงนำเสนอข่าวดารามุมมองใหม่ในปี 2551 ก็ลองไม่อ่าน ไม่สน และไม่ดู ข่าวฉาวและเรื่องรักเลิกดารานะครับ ถ้าคุณทำได้ผมว่านักข่าวบันเทิงก็คงไม่นำข่าวที่ใครๆ บอกว่าไร้สาระมานำเสนออีกแน่นอน "ถ้าคุณทำได้ผมก็ทำได้ครับ"
ขอบคุณมากครับที่ติดตามอ่าน BLOG ของผมจนจบ อย่าลืมแสดงความคิดเห็นหรือติชมนะครับ ส่วนใครที่วิจารณ์มาว่าเขียนแสดงความคิดเห็นยาก ผมจะพยายามบอกผู้ที่ดูแลเว็บให้ช่วยพัฒนาระบบให้ใช้ง่ายขึ้นนะครับ
|
|
สวัสดีปีใหม่ครับ ปีหน้าเจอกันใหม่ บอยบันเทิง ![]() |

