"ทุนนิยม" ทำร้ายวงการบันเทิง
"ทุนนิยม" ทำร้ายวงการบันเทิง
สวัสดีครับ ผมกลับมาอีกครั้งกับ BLOG เรื่องใหม่ หลังจากหายไปนาน...น.น.น. ที่พาดหัวไว้ว่า "ทุนนิยม" ทำร้ายวงการบันเทิง ความจริง...ตั้งใจจะเขียนเรื่องใหม่ตั้งหลายวันแล้ว แต่เรื่องมันยังไม่โดนเลยไม่เขียนดีกว่า กลัวคุณผิดหวัง เพราะมันอาจจะไร้สาระเกินไป แต่เรื่องนี้ผมคิดว่าเอามาเล่าก็น่าจะสนุก เลยหยิบมาพูดให้ฟัง
เข้าเรื่องนะครับ ที่หยิบเอาเรื่อง "ทุนนิยม" มาพูดก็เพราะระยะสาม สี่ ปีมานี้ วงการบันเทิงบ้านเราถูกทุนนิยมครอบงำอย่างรุนแรง และนับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้น ออกตัวก่อนเลยนะครับว่าสิ่งที่เขียนมันเป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวของผม ซึ่งคุณอาจจะไม่เห็นด้วยก็ได้ ไม่ว่ากันอยู่แล้ว

เริ่มจากเรื่องใกล้ๆ ตัวของผมก่อน นั่นก็คือ รายการข่าวบันเทิงทางโทรทัศน์ เจ้าของรายการมี 2 แบบ คือ สถานีผลิตเอง และผู้จัดที่ได้เวลาดำเนินการ รู้ไหมครับทุนนิยมเข้ามามีบทบาทอย่างมากกับข่าวบันเทิงทางโทรทัศน์ มีการทุ่มเงินนับสิบล้านต่อปีเพื่อให้มีการ TIE-IN สินค้าในรายการ
การ TIE-IN ก็คือ แอบโฆษณาแฝงในเนื้อรายการ เช่น ให้ดาราพูดถึงสินค้าแบบเนียนๆ หรือว่ามีการนำสินค้าไปวางตามกิจกรรมต่างๆ
ทำไมสินค้าชอบให้มีการ TIE-IN ก็เพราะจะได้มั่นใจว่าผู้ชมจะเห็นสินค้า และเข้าใจรายละเอียดผลิตภัณฑ์มากขึ้น เนื่องจากผู้ชมอาจจะกดรีโมทเปลี่ยนช่องเมื่อเข้าช่วงโฆษณา ที่สำคัญการให้ดาราหรือพิธีกรพูดถึงสินค้าเป็นการยัดเยียดเนื้อหาสินค้าให้ผู้ชมรู้แบบไม่ตั้งตัวนั่นเอง เช่น ดาราบอกว่าเป็นคนหน้ามัน ดังนั้นต้องใช้แป้งยี่ห้อนี้ที่มีส่วนผสมของ OIL-FREE หรือ พระเอกคนนี้ชอบเล่นกีฬามาก ดังนั้นต้องดื่มน้ำยี่ห้อนี่ถึงจะช่วยการเสียเหงื่อได้ อยากรู้เหมือนกันดู TIE-IN ซึ่งเป็นการขายของในเนื้อรายการแล้วคุณหลงเชื่อแล้วไปสนับสนุนสินค้ากันไหม

กลยุทธ์ TIE-IN นิยมมากในยุคนี้ หาดูได้ตามรายการโทรทัศน์ โดยเฉพาะรายการข่าวบันเทิงที่หวังรายได้เป็นหลัก แต่ลืมว่ากำลังละเมิดสิทธิของผู้ชมอยู่ ผมว่าน่าละอายนะครับ
ตามระเบียบการโฆษณาทางโทรทัศน์ เป็นที่รู้กันว่า 1 ชั่วโมง มีโฆษณาได้ 10 นาที แต่บางรายการนอกจากจะโฆษณาเต็มพื้นที่แล้ว ยังเอาเวลาในเนื้อรายการมาขายของอีก แบบนี้คุณว่ามันเอาเปรียบผู้ชมอย่างเราๆ ไหมครับ
สำหรับทีมข่างบันเทิง สำนักข่าวไทยของผม รายการไนน์เอ็นเตอร์เทน เราไม่ชอบการ TIE-IN และไม่สนับสนุน แต่ก็มีข้อจำกัดอีกมากมายที่บีนคั้น กดดัน ให้เราต้องทำในสิ่งที่เรารู้ว่ามันไม่ควรทำ แต่ยืนยันว่าในแต่ละเดือนเรามี TIE-IN เพียง 1 - 2 ครั้งเท่านั้น ให้อภัยได้ไหมครับ

ความน่ากลัวของทุนนิยมๆไม่ได้มีเฉพาะเรื่อง TIE-IN เท่านั้น ยังมีการซื้อเวลาแบบจริงจังในเนื้อรายการเพื่อขายของหรือสร้างภาพลักษณ์ต่างๆ อันนี้เรียกว่า ขายกันแบบหน้าด้านๆ คือเอาเวลาที่ควรจะเป็นเนื้อรายการยกให้สินค้า 1 - 2 นาที เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ บอกเล่าเรื่องราวของตัวเอง เช่น มือถือยี่ห้อดังจัดโครงการพิเศษถ้าเป็นสมาชิกแล้วได้สิทธิพิเศษไปดูหนัง ฟังเพลง ผมว่าอันนี้สินค้าชอบมาก อยากได้เวลาในรายการดังๆ เพื่อนำเสนอเนื้อหาที่อยากบอก ส่วนเจ้าของรายการก็ชอบเพราะได้เงินอีกทาง เป็นไงจรรยาบรรณสื่อมวลชนไทยถดถอยลงทุกที
ความน่ากลัวของทุนนิยมในวงการบันเทิงยังไม่จบนะครับ ในแง่ของดารา ทุกวันนี้ทุนนิยมก็เข้าไปหลอกล่อให้ดาราทำอะไรก็ได้ที่อยากให้ทำ เงินมันคือพระเจ้าจริงๆ แบบนี้ครับเดี๋ยวนี้เค้ามีการจ้างดาราดังๆ ด้วยค่าตัวแพงๆ บางกิจกรรมนับล้าน เพื่อให้ทำกิจกรรมบางอย่างให้สินค้าของตัวเอง เช่น อาบน้ำกลางสี่แยก หรือบางทีก็แต่งโป๊เดินโชว์บนเวที อำนาจเงินมันทำได้ทุกอย่างเห็นไหมครับ อ๋อ ต้องพวกดาราหน้าเงินด้วยเค้าถึงยอมทำอะไรบ้าๆ แบบนี้
การจ้างดาราดังด้วยค่าตัวแพง แล้วให้ทำอะไรหวือหวาเป็นแรงดึงดูดมหาศาลให้บรรดานักข่าวไปร่วมงาน ไม่ไปก็ไม่ได้เพราะภาพมันเป็นข่าวจริงๆ เห็นไหมครับสุดท้ายผู้ชมก็ตกเป็นเหยื่อของโฆษณาแฝงตามเคย เพราะยังไงดาราก็ต้องพูดถึงสินค้า หรือไม่ก็ต้องมีเรื่องราวของสินค้าเข้าไปอยู่ในเนื้อข่าวและภาพข่าว

ที่เล่ามานี่คืออำนาจของทุนนิยมที่มีต่อวงการข่าวบันเทิง ที่นี้มาเล่าเรื่องที่ได้รับผลกระทบจากอำนาจเงินในมุมอื่นๆ บ้าง
ในวงการละคร คุณศัลยา สุขขะนิวัตติ์ นักเขียนบทละครโทนทัศน์ชื่อดังเจ้าของผลงาน คู่กรรม / นางทาส / เกิดแต่ตม /สายโลหิต และอีกมากมายกว่า 60 เรื่องของช่อง 7 เล่าให้ฟังว่า ทุนนิยมทำให้ละครไทยไม่พัฒนา เพราะตอนนี้ทั้งสถานีโทรทัศน์และผู้จัดละครสนใจแต่ว่าทำยังไงให้คนดูละครมากๆ หวังเรตติ้ง เพื่อให้โฆษณามาลงเยอะๆ แต่ไม่ได้สนใจเลยว่าละครที่ออกอากาศได้ทำหน้าที่สะท้อนสังคมและสร้างประโยชน์ให้ผู้ชมหรือไม่ ดังนั้นทุกวันนี้ละครไทยจึงเน้นฉากรุนแรง หวือหวา ตบจูง ลูบคลำ หรือนัวเนียบนเตียงกันมากขึ้น เนื่องจากมันขายได้จริงๆ เพราะเสพง่ายไม่ต้องคิดมาก
เห็นไหมครับทุนนิยมมันทำให้สภาพสมดุลในวงการบันเทิงเสียไป เพราะใครๆ ก็หวังได้เงินมากที่สุดเป็นสำคัญ ไม่งั้นตลาดหุ้นเค้าจะสนใจหรือว่า บริษัทมีผลประกอบการเติบโตเท่าไหร่
จริงๆ วงการบันเทิงมีเรื่องทุนนิยมเข้าไปเกี่ยวข้องมากมาย แต่ถ้าเล่าคงอีกยาว เอาเท่านี้แล้วกัน
ส่วนตัวผมว่าทุนนิยมไม่ได้น่ารังเกียจ หรือแย่ซะทีเดียว เพราะความจริงทุนนิยมก็มีส่วนผลักดันให้เกิดรายการดีๆ มากมายในวงการบันเทิง แต่ผู้ผลิตต่างหากที่ไม่รู้จักพอในสิ่งที่ได้ เลยทำให้ทุนนิยมมีบทบาทเพิ่มมากขึ้น ผมขอเรียกว่าผู้จัดหน้าเงินครับ
บางคนบอกผมว่า ก็มีเงินมาวางตรงหน้าใครจะไม่เอา รับได้ครับ แต่ถ้ารับเงินแล้วเอาเปรียบผู้ชม ผมว่าไม่สมควร ที่ผ่านมาไม่เคยมีผู้ชมแสดงออกถึงความไม่พอใจเลย จึงทำให้ผู้ผลิตรายการที่ไร้จรรยาบรรณอิ่มหนำท้องโตกับรายได้
นี่เป็นแค่เศษเสี้ยวของเรื่องราวที่ผมนำมาเล่า ผมเองอยู่ในฐานะลูกน้อง ไม่ได้เป็นเจ้าของรายการ อาจจะมองในมุมนี้ มองว่าไม่ควรเอาเปรียบผู้ชม และคุณหล่ะคิดเห็นเรื่องนี้อย่างไรครับ รู้สึกอย่างไรกับทุนนิยม.... อย่าลืมนะครับว่าคุณคือเจ้าของคลื่นความถี่ ทีวีทุกช่อง วิทยุทุกคลื่นพวกเราเป็นเจ้าของ
รบกวนแสดงความคิดเห็นด้วยนะครับ ความเห็นของคุณ... จะช่วยเติมเต็มเนื้อหาให้คนคอเดียวกันได้อ่านใน BLOG ของผม

ขอบคุณครับ ||
บอย บันเทิง boytv9@hotmail.com