รัฐบาลยังไม่สรุปเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ
คณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติยังไม่พิจารณาปรับเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุใหม่
ที่ประชุมคณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติยังไม่สรุปเรื่องอัตราการจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ตีกลับให้ไปศึกษาและทบทวนร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใหม่ เผยมีการเสนอแนวทาง”ระบบบำนาญแห่งชาติ” ให้เก็บเงินคนในวัยทำงานเดือนละ 200-300 บาทเป็นเงินออมไปเรื่อยๆ แล้วจ่ายให้ภายหลังเมื่ออายุ 60 ปีหรือเกษียณ
วันนี้ (20 มี.ค.51) นายกิดติ สมานไทย ผอ.สำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส คนพิการ และผู้สูงอายุ (สท.) เปิดเผยถึงผลการประชุมคณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ (กผส.) ครั้งที่ 1/2551 วันนี้ที่ ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งมีนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ศึกษาธิการ เป็นประธานว่า ที่ประชุมเห็นชอบให้ ศ.นพ.เสม พริ้งพวงแก้ว เป็นผู้สูงอายุแห่งชาติประจำปี 2551ตามที่คณะอนุกรรมการสรรหาผู้สูงอายุที่เป็นแบบอย่างที่ดีในสังคม ซึ่งมีรมว.พม. เป็นประธานได้ดำเนินการสรรหาและมีมติเป็นเอกฉันท์เสนอ
ส่วนแนวทางเสนอปรับเปลี่ยนการจ่ายเบี้ยยังชีพแก่ผู้สูงอายุใหม่ ยังไม่ได้ข้อยุติ โดยให้ไปศึกษาเพิ่มเติมและหารือกับสำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และกรมการปกครองท้องถิ่นด้วย ก่อนนำมาพิจารณาใหม่ในการประชุมเดือนถัดไป โดย แนวทางแรก ที่เสนอให้เบี้ยยังชีพแก่ผู้สูงอายุที่มีอายุ 80 ปีขึ้นไปทุกคน คนละ 500บาท ต่อเดือน และให้เปลี่ยนชื่อเป็นระบบบำนาญพื้นฐานนั้น ที่ประชุมส่วนใหญ่มีข้อเสนอแนะติติงว่า อย่าเพิ่งรีบสรุป เพราะคนที่อายุ 80 ปีขึ้นไปไม่ได้ยากจนทุกคน
ส่วนแนวทางที่ 2 ที่เสนอให้เพิ่มอัตราเบี้ยยังชีพจากเดิมที่ให้กับผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ที่มีรายได้ต่ำกว่า ปีละ 1 หมื่นบาท คนละ 500 บาท ต่อเดือน เป็นอัตรา 1,000 บาทต่อเดือนนั้น ที่ประชุมระบุว่าค่อนข้างน่าสนใจ แต่มีการติงเช่นกันว่า ที่ผ่านมาการจ่ายในอัตราเดิมมีปัญหาว่า ไม่ได้จ่ายให้กับผู้สูงอายุที่ยากจนจริงๆ
“มีการร้องเรียนว่าส่วนใหญ่กำนัน และผู้ใหญ่บ้านจะรับรองให้กับญาติพี่น้องของอบต. นอกจากนี้ที่ประชุมได้หยิบยก แนวทางใหม่ คือ ระบบบำนาญแห่งชาติ ซึ่งกระทรวงการคลังได้ทำการวิจัยศึกษาอยู่ โดยมีลักษณะเป็น เงินออมแห่งชาติ คือ เก็บเงินกับคนทุกอาชีพในช่วงวัยทำงาน เดือนละ 200 -300 บาท ออมไปเรื่อยๆ จนเมื่ออายุ 60 ปี หรือเกษียณอายุ ค่อยมีการจ่ายเป็นสวัสดิการให้” นายกิตติกล่าว