ปลาทูซาเตี๊ยะ
Posted on
1/5/2008
at
05:28





แน่นอนที่สุด "ปลาทูซาเตี้ยะ" ต้องมีปลาทูค่ะ บางใหญ่ 12 ตัวกิโล ราคากิโลละ 80 บาท

ล้างน้ำ ควักเหงือก ไส้ พุง ออกให้หมด ล้างน้ำอีก 2 ครั้ง พักให้สะเด็ดน้ำค่ะ

จุ๋มใช้ปลาเพียงครึ่งเดียวของที่เห็นนะคะ ประมาณ 1/2 กิโล ส่วนผสมอื่นได้แก่
หมูสามชั้น หรือมันหมูแข็ง หรือเบคอน 1/2 ถ้วย สำหรับรองก้นหม้อ
พริกแห้งเม็ดใหญ่ มากน้อยตามชอบ จุ๋มใส่ 7 เม็ด
พริกขี้หนู จะใช้พริกขี้หนูสวนเม็ดเล็กหรือเม็ดใหญ่ตามชอบและที่มี ที่บ้านมีแต่เม็ดใหญ่ค่ะ จุ๋มใช้ 6 เม็ด
กระเทียม 15 กลีบ
หัวหอมแดง 8 หัว
ขิงแก่ 10 แว่น
รากผักชี 5 ราก
มะขามเปียก 1/4 ปั้นใหญ่
น้ำตาลปีบ ประมาณ 1 + 1/2-2 ช้อนคาว
น้ำมันหอย ประมาณ 4-5 ช้อนคาว
ซีอิ๊วขาว ประมาณ 3-4 ช้อนคาว
ซีอิ๊วดำนิดหน่อย
น้ำมันงา 1 ช้อนคาว
น้ำเปล่า 1+1/2-2 ถ้วย
พริกแห้งเม็ดใหญ่ มากน้อยตามชอบ จุ๋มใส่ 7 เม็ด
พริกขี้หนู จะใช้พริกขี้หนูสวนเม็ดเล็กหรือเม็ดใหญ่ตามชอบและที่มี ที่บ้านมีแต่เม็ดใหญ่ค่ะ จุ๋มใช้ 6 เม็ด
กระเทียม 15 กลีบ
หัวหอมแดง 8 หัว
ขิงแก่ 10 แว่น
รากผักชี 5 ราก
มะขามเปียก 1/4 ปั้นใหญ่
น้ำตาลปีบ ประมาณ 1 + 1/2-2 ช้อนคาว
น้ำมันหอย ประมาณ 4-5 ช้อนคาว
ซีอิ๊วขาว ประมาณ 3-4 ช้อนคาว
ซีอิ๊วดำนิดหน่อย
น้ำมันงา 1 ช้อนคาว
น้ำเปล่า 1+1/2-2 ถ้วย

หัวหอมแดง
กระเทียม ใช้กลีบใหญ่หน่อยค่ะ
กระเทียม ใช้กลีบใหญ่หน่อยค่ะ
เคย search สูตรและภาพที่ทำสำเร็จแล้วจาก internet บางร้านเขาจะใส่กระเทียมซอยตามขวางหัวเพิ่มค่ะ และพริกขี้หนูจะซอย ๆ เหมือนทำน้ำปลาพริก ก็ปรับปรุงตามที่ชอบนะคะ

พริกแห้งและพริกขี้หนูสด
บางสูตรไม่ใส่พริกแห้งเลยคะ แต่พริกแห้งเม็ดใหญ่ใส่แล้วไม่เผ็ดมากหรอกค่ะ ตัวที่จะทำให้เผ็ดคือพริกขี้หนูสวนมากกว่าค่ะ

ขิงแก่ หากว่าสาว ๆ สมัยใหม่แยกไม่ออกระหว่างขิงแก่และขิงอ่อน ขิงแก่เปลือกจะสีน้ำตาล ขิงอ่อนเปลือกจะสีเหลือง ๆ ขิงแก่จะเผ็ดกว่าขิงอ่อน และเนื้อขิงเป็นเสี้ยน ๆ โดยมากขิงแก่เวลาใช้จะฝานเป็นแว่นบาง หรือทุบ ๆ ส่วนลักษณะการใช้ขิงอ่อนนั้น โดยมากมักจะซอยเป็นเส้นหรือหั่นเป็นลูกเต๋าประกอบในเมี่ยงต่าง ๆ ค่ะ

ผักชี ตัดรากเพื่อมาใช้ ส่วนใบและต้นไว้สำหรับโรยหน้า ตอนนี้ผักแพงมากนะคะ หากซื้อมาเยอะไม่แนะนำให้ล้างน้ำทั้งหมด ล้างน้ำแต่พอใช้พอค่ะ หากผักชีถูกน้ำแล้วไม่แห้งสนิทจะเน่าง่ายมาก ๆ ค่ะ

มะขามเปียก จุ๋มใช้เท่านี้ละคะ

หมูสามชั้นล้างน้ำ พักให้สะเด็ดน้ำ หั่นเป็นชิ้นบางพอประมาณค่ะ

หัวหอมแดง ปอกเปลือกออก ล้างน้ำ บุบพอแตกค่ะ

กระเทียม ปอกเปลือกออก ล้างน้ำ บุบนิดหน่อยค่ะ

ขิงแก่ปอกเปลือกออก ล้างน้ำ ฝานเป็นแว่นบางค่ะ

พริกแห้งเม็ดใหญ่ ล้างน้ำผ่าน ๆ เอาฝุ่นผงออก ตัดเป็นท่อนสั้นประมาณเกือบข้อนิ้ว ขั้วเอาทิ้งไปค่ะ

พริกขี้หนูสด ล้างน้ำ ปลิดขั้วทิ้ง บุบพอแตก หรือใครจะซอย ๆ ก็ตามชอบค่ะ

รากผักชี ล้างน้ำเอาเศษดินออกให้หมด บุบพอช้ำค่ะ

หมูสามชั้นที่หั่นไว้เรียงใส่ก้นหม้อ จุ๋มใส่เยอะหน่อยเพราะจะกินให้มันหมด ๆ ไปค่ะ

ขิงแก่ฝานแว่นบางเรียงตามลงไปให้กระจายทั่ว ๆ กันค่ะ

ใส่ปลาที่สะเด็ดน้ำแล้วเรียงลงไป หากมีหม้อใบใหญ่ ๆ ให้ใช้หม้อใบใหญ่ ๆ นะคะ จริง ๆ แล้วไม่ควรเรียงปลาซ้อนกันค่ะ จะทำให้ปลาชั้นบนจะสุกยากกว่า และน้ำที่ต้มจะแทรกซึมปลาลำบากค่ะ

หัวหอมแดง กระเทียม รากผักชี ตามลงไปค่ะ

พริกแห้งตามลงไปค่ะ

มะขามเปียกใส่น้ำแต่น้อย คั้น ๆ แล้วกรองเอาแต่น้ำข้น ๆ มาค่ะ

น้ำมันงาหาซื้อได้ตามห้างสรรพสินค้าทั่วไปค่ะ

เตรียมส่วนผสมในการปรุงรสใส่ถ้วยไว้ก่อนค่ะ
น้ำมันหอย ประมาณ 4-5 ช้อนคาว
ซีอิ๊วขาว ประมาณ 3-4 ช้อนคาว
ซีอิ๊วดำนิดหน่อย
น้ำมันงา 1 ช้อนคาว
น้ำมะขามเปียก 3-4 ช้อนคาว
น้ำตาลปีบ ประมาณ 1 + 1/2-2 ช้อนคาว
ซีอิ๊วขาว ประมาณ 3-4 ช้อนคาว
ซีอิ๊วดำนิดหน่อย
น้ำมันงา 1 ช้อนคาว
น้ำมะขามเปียก 3-4 ช้อนคาว
น้ำตาลปีบ ประมาณ 1 + 1/2-2 ช้อนคาว
หากน้ำตาลปีบเป็นก้อนแข็งใช้มีดหั่นให้เล็ก ๆ ก่อนนะคะ จะได้ละลายง่ายค่ะ ใส่ถ้วยคนรวมกัน ชิมดูตามชอบค่ะ

เทถ้วยเครื่องปรุงเมื่อกี้ลงหม้อค่ะ

ตามด้วยน้ำเปล่า 1 + 1/2-2 ถ้วย พอท่วมตัวปลาค่ะ

เอาไปตั้งไฟกลางพอให้เดือดค่ะ

เดือดแล้วลดไฟลงอ่อน ใส่พริกขี้หนูสดบุบลงไป หมั่นเอียง ๆ หม้อให้น้ำถูกตัวปลาทั่ว ๆ หรือใช้ช้อนตักน้ำในหม้อราดบนตัวปลาบ่อย ๆ ค่ะ ชิมรสชาติดูอีกครั้ง ปรุงเพิ่มตามชอบค่ะ

ตั้งไฟจนน้ำเหลือขลุกขลิก ปิดเตาค่ะ
ตามที่อ่านมา
"ปลาทูซาเตี้ยะ" จะไม่เคี่ยวนานเหมือนพวก "ปลาทูต้มเค็ม" นะคะ ปลาทูต้มเค็มจะเคี่ยวนานจนก้างนิ่ม
"ปลาทูซาเตี๊ยะ" เนื้อปลาทูจะไม่แข็งเท่า "ปลาทูต้มเค็ม"
"ปลาทูต้มเค็ม" ไม่ใส่น้ำมะขามเปียก แต่ "ปลาทูซาเตี๊ยะ" ใส่
"ปลาทูซาเตี้ยะ" จะไม่เคี่ยวนานเหมือนพวก "ปลาทูต้มเค็ม" นะคะ ปลาทูต้มเค็มจะเคี่ยวนานจนก้างนิ่ม
"ปลาทูซาเตี๊ยะ" เนื้อปลาทูจะไม่แข็งเท่า "ปลาทูต้มเค็ม"
"ปลาทูต้มเค็ม" ไม่ใส่น้ำมะขามเปียก แต่ "ปลาทูซาเตี๊ยะ" ใส่
แต่จุ๋มก็ไม่รู้ว่าสูตรดั้งเดิมเขาทำอย่างไร เพราะไม่เคยกินค่ะ ต้องไปกินของจริงก่อนแล้วจะมาลองทำใหม่ค่ะ


มีความสุขกับการทำงานทุกท่านนะคะ


0
comments ::
post a comment ::
link