ทอดผ้าป่าที่ภูเรือ

Posted on 5/2/2008 at 15:21
เสาร์-อาทิตย์ ที่ 2-3 ก.พ.ไปทอดผ้าป่าที่วัดโพธิ์ชัย บ้านท่าศาลา อ.ภูเรือ จ.เลย  ในคณะก็มีคุณรัชนีย์  สุทธิธรรม  ซึ่งจัดรายการคุยข่าวคลื่นเฟเอ็ม 95 ลูกทุ่งมหานครกับผม  ญาติๆและแฟนรายการ น้องเล็ก น้องศรีสุดา จากสำนักข่าวไทย และน้องติก จากสยามธุรกิจ  ต้องขอขอบคุณพี่น้องชาวสำนักข่าวไทย  อสมท ทุกท่านที่ร่วมบริจาคตามกำลังศรัทธา  เพื่อร่วมสร้างกุศลปรับปรุงศาลาให้ชาวบ้านได้รับความสะดวกในการทำบุญและประกอบพิธีกรรมทางศาสนา 

แวะทานอาหารเช้า  ที่ตลาดภูเรือ อ.ภูเรือ จ.เลย ตลาดเล็กๆ สะอาด แม่ค้าน่ารัก

วัดวาอารามในต่างจังหวัด  ถ้าได้ไปเห็นกับตาทุกท่านคงมีความรู้สึกคล้ายกันคือยังขาดแคลนสิ่งอำนวยความสะดวกจำนวนมาก  เพราะประชาชนชาวต่างจังหวัดนั้น  มีศรัทธาในพระพุทธศาสนาจริง  แต่บางทีขาดแคลนทุนทรัพย์ที่จะสร้างสิ่งปลูกสร้างต่างๆ  ก็ต้องอาศัยศรัทธาจากประชาชนทั่วไป  ดังนั้น  การทอดผ้าป่าเพื่อสร้างศาสนสถานในถิ่นกันดารยังถือว่ามีความจำเป็น

ถ่ายภาพกับพ่อค้า แม่ค้าขายผักในตลาดสด อ.ภูเรือ เสื้อครีมคือคุณรัชนีย์

กับแม่ค้าร้านข้าวแกงตลาดสดภูเรือ      รู้สึกจะชื่อว่าร้านแม่บุญยังครับ

บรรยากาศการถวายองค์ผ้าป่าสามัคคีที่วัดโพธิ์ชัย บ้านท่าศาลา อ.ภูเรือ จ.เลย

หลังถวายผ้าป่าแล้ว  ทุกคนก็ร่วมรับประทานอาหารที่วัดกันเลย

 ร่วมรับประทานอาหารกับคุณยายช่วงและลูกสาว ลูกเขยที่เดินทางมาจากด่านซ้ายเพื่อร่วมทำบุญ  หลังรับทราบจากรายการวิทยุในฐานะแฟนตัวจริงว่ากำภู-รัชนีย์จะไปทอดผ้าป่าที่วัดโพธิ์ชัย บ้านท่าศาลา ภูเรือ

อาหารที่ชาวบ้านนำมาถวายพระสงฆ์หลายหลากเหลือเกิน 

  มอบปฏิทินลูกทุ่งมหานครให้กับแฟนๆรายการ

เวลานี้  วัดในต่างจังหวัด  นอกจากขาดแคลนสิ่งอำนวยความสะดวกแล้ว  ยังขาดแคลนพระที่จะทำหน้าที่สอนธรรมะแก่ญาติโยมด้วย  บางวัดมีพระรูปเดียว  อย่าว่าแต่หาพระที่มีความรู้ไปอยู่เลยครับ  แค่หาพระสักรูปช่วยดูแลวัดก็ยากเต็มที ขณะที่ชาวบ้านเองก็มีความต้องการพระอย่างมากด้วย  มหาเถรสมาคมจึงน่าจะร่วมมือกับมหาวิทยาลัยสงฆ์ทั้ง 2 แห่งคือมหาจุฬาฯและมหามกุฎฯ  หาวิธีส่งพระบัณฑิตไปปฏิบัติหน้าที่ในแต่ละวัดเป้นเวลา 1 ปีก่อนที่จะพระราชทานปริญญาบัตร และกระจายให้ครบทุกวัด  เพราะทุกปีจะมีพระจบการศึกษาจาก 2 สถาบันจำนวนมากอยู่แล้ว  ก็น่าจะเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะช่วยให้ความรู้สึกของชาวบ้านดีขึ้นนะครับ  ขออนุญาตฝากพระคุณเจ้าพิจารณาด้วย

ภาพที่เห็นคือบรรยากาศการ่วมแรงร่วมใจของชาวบ้านที่ช่วยกันละไม้คนละมือสร้างศาลาสำหรับบำเพ็ญกุศลในวัดโพธิ์ชัย โดยทางวัดไม่ได้เสียค่าแรงเลยนะครับ  เพราะชาวบ้านเค้าช่วยกัน  แต่ก็น่าแปลกนะครับที่มองไปทั่วหมู่บ้าน  แทบไม่เห็นหนุ่มสาวเลย  มีแต่คนสูงวัยกับเด็ก  เพราะถ้าย้อนไปเมื่อสัก 20 ปีก่อนหน้า  งานลงแขกแบบนี้ส่วนใหญ่จะเป็นหนุ่มสาวนะครับ สังคมเปลี่ยนไปมากจริงๆครับ

ไหนๆก็มีโอกาสมาเยือนภูเรือ  ก็เลยถือโอกาสนำภาพสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญแห่งหนึ่งที่ได้ไปชมมาฝากด้วยครับ  นั่นคือห้วยกระทิง  ซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำกลางหุบเขาที่มีความสวยงามเหลือเกิน มีแพสำหรับบริการนักท่องเที่ยวชื่นชมบรรยากาศแบบภูเขา ป่าไม้ และหมอก 

 

นี่แค่ส่วนหนึ่งของเมืองเลยเท่านั้นนะครับ  ยังมีแหล่งท่องเที่ยวอีกมากมายที่ไม่มีโอกาสได้ไปเพราะเวลาไม่เอื้ออำนวย  โอกาสหน้าต้องกลับมาเยือนภูเรืออีกแน่ๆเลย-กำภู

ตอบคนแปดริ้ว-ทำบุญ กรวดน้ำ

Posted on 24/1/2008 at 18:00

คน..แปดริ้ว

Posted on 24/1/2008 at 11:45 by Anonymous
คุณกำภูคะ..
อยากบอกว่าเป็นแฟนรายการอยู่คะทั้งวิทยุ และโทรทัศน์ แต่ชอบวิทยุมากกว่า ชอบทั้งคุณกำภูและคุณรัชนี ฟังเพลินและสนุกเรียกรอยยิ้มได้แต่เช้าเลยค่ะ ได้ความรู้และข้อคิดดีดี ยินดีที่มีรายการแบบนี้ให้ผู้ฟังคะ
คุณกำภูคะ ให้ความรู้เรื่องการทำบุญดิฉันหน่อยนะคะ
ข้อ 1 เวลาเราทำบุญกรวดน้ำ เราควรจะพูด หรือท่องคำพระว่าอะไรดีคะ เอาแบบเป็นมาตรฐาน และง่ายต่อการจดจำหน่อยนะคะ (เอาทั้งภาษาพระ และภาษาพูดด้วยนะคะ) อย่าหาว่าโง่เลยนะคะ ยอมรับคะว่าค่อนข้างห่างวัดค่ะ ตอนเด็ก ๆ ออกจะกลัวพระซะด้วยซิ มีความรู้สึกว่าพูดกับพระไม่เป็นยังไงไม่รู้ ไม่ใช่คนเมืองนะคะ แต่บ้านไกลวัดคะ เวลาไปวัดส่วนมากก็ไปกับพี่ ไม่ค่อยมีผู้ใหญ่ให้ความรู้เรื่องนี้สักเท่าไหร่ แล้วตอนนี้มีลูกแล้ว และเข้าเริ่มจะโตรู้เรื่องแล้ว อยากสอนเข้าให้รู้เรื่องพวกนี้ค่ะ
ข้อ 2 บทถวายสังฆทาน แบบง่าย ๆ ค่ะ ใกล้ถึงวันเกิดแล้ว
(ไม่กล้าถามใครให้เห็นหน้า อายเค้าคะ)


ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ
ตอบคุณคนแปดริ้ว
1.คำกรวดน้ำ -อิทัง เม  ญาตีนัง โหตุ  สุขิตา โหนตุ  ญาตโย  ขอบุญกุศลนี้จงมีแก่ญาติทั้งหลายของข้าพเจ้า ขอญาติทั้งหลายจงมีความสุขเถิด
2.บทถวายสังฆทาน-อิมานิ มะยัง ภันเต ภัตตานิ สปริวารานิ ภิกขุสังฆัสสะ โอโณชะยามะ สาธุโน ภันเต ภิกขุ สังโฆ อิมานิ ภัตตานิ สปริวารานิ ปฏิคคัณหาตุ อัมหากัง ทีฆะรัตตัง หิตายะ สุขายะ  ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ  ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอน้อมถวาย ภัตตาหาร พร้อมด้วยของบริวารทั้งหลายเหล่านี้ ของข้าพเจ้าพเจ้าทั้งหลาย  เพื่อประโยชน์และความสุขแก่ข้าพเจ้าทั้งหลาย ตลอดกาลนาน เทอญ
ความจริงเรื่องการทำบุญ-กรวดน้ำ  มีคนสงสัยเยอะเหมือนกันว่า  จำเป็นหรือ ได้ผลจริงหรือ
-การทำบุญที่นิยมทำกันเวลานี้มี 3 วิธี
1.ทานมัย  ทำบุญด้วยการถวายทาน เช่นตักบาตรพระ ถวายภัตตาหารพระ ให้ทานแก่คนยากจน คนขอทาน คนด้อยโอกาส
2.ศีลมัย ทำบุญด้วยการรักษาศีล  อย่างน้อยก็รักษาศีล 5 ทำให้ได้มากข้อที่สุด
3.ภาวนามัย ทำบุญด้วยการเจริญจิตภาวนา ทำสมาธิ ทำวิปัสสนา ฝึกจิตใจให้สงบนิ่ง ไม่หวั่นไหวง่ายๆ
จะเลือกทำด้วยวิธีไหนก็สุดแท้แต่ถนัด  แต่ถ้าจะให้ดีก็ต้องทำทั้ง 3 วิธี ตามโอกาสที่เหมาะสมครับ
นอกจากนี้  การทำบุญโดยหลักแล้วมี 2 เป้าหมาย คือ
1.ทำบุญเพื่อความสุขทางใจ ความสบายใจของคนทำเอง ซึ่งกรณีนี้ไม่ค่อยเป็นที่สงสัยเพราะทำปุ๊บก็จะรู้สึกสบายใจขึ้นมาทันที  น่ันหมายถึงว่าได้รับผลบุญแล้ว ไม่ว่าเป็นการถวายทาน การให้ทาน การรักษาศีล หรือการเจริญจิตภาวนาก็แล้วแต่
 2.ทำบุญเพื่ออุทิศให้ผู้ตาย  ส่วนใหญ่เป้าหมายนี้จะใช้วิธีทำบุญด้วยการให้ทาน การถวายทาน โดยหวังว่าผลบุญจะส่งต่อไปยังผู้ล่วงลับไปแล้ว 
ประเด็นที่หลายคนสงสัยคือทุกคนที่ตายไปแล้วจะได้รับผลบุญที่เราอุทิศให้ทั้งหมดหรือเปล่า
คำตอบคือไม่ครับ
เพราะหลักพื้นฐานคือทุกคนมีกรรมเป็นของตัวเอง อยากไปดีก็ต้องทำดีไว้เอง 
ปกติคนที่ทำชั่วเมื่อตายไปแล้วต้องเกิดในนรก  เพื่อพ้นจากนรกแล้วจะเกิดภพภูมิเปรต  (เปรตมี 12 จำพวก) และเมื่อผลบาปเริ่มเบาบางแล้วก็จะพ้นจากสภาพของเปรต 12 จำพวก เป็น ปรทัตตูปชีวีเปรต  ซึ่งเปรตชนิดนี้แหละครับที่สามารถอนุโมทนาบุญที่เราทำแล้วมีสิทธิ์ได้รับผลบุญที่เราอุทิศ
มีคำถามต่อไปอีกว่าถ้าอย่างนั้นจำเป็นต้องกรวดน้ำทุกครั้งหรือเปล่า  ก็ต้องบอกว่าจำเป็นครับ   เพราะเราไม่สามารถรู้ได้ว่าคนที่ตายแล้วไปเกิดที่ไหน  ปัจจุบันอยู่ภพภูมิใด เราทำบุญอุทิศแบบเหวี่ยงแหไปก่อน  ถ้าเผื่อผู้ตายเป็นปรทัตตูปชีวีเปรตก็อาจได้รับ  แต่ถ้าไม่ใช่ บุญกุศลที่เราทำก็ไม่ไปไหน  เราเองก็สุขใจสบายใจมิใช่หรือครับ
โอกาสหน้าจะนำเรื่องเปรต 12 จำพวกมาเล่าสู่ฟัง  ถ้ามีคนสนใจ-กำภู

เรื่องสังฆทาน

Posted on 24/1/2008 at 14:50 by kamphu
พูดเรื่องกรวดน้ำซะเพลิน เลยลืมเรื่องสังฆทาน ขอต่ออีกนิดครับ

การให้ทานมี 2 แบบ
1.ให้แบบจำเพาะเจาะจงผู้รับ เรียกว่าปาฏิบุคคลิกทาน
2.การให้ไม่เจาะจงผู้รับ ให้กับาส่วนรวม หรือถวายทานแต่พระสงฆ์ไม่จำเพาะพระรูปหนึ่งรูปใด (สงฆ์ แปลว่าหมู่คณะ) เรียกว่าสังฆทาน

สังฆทานจึงหมายถึงวิธีการให้ ไม่ใช่วัตถุที่ให้ ส่วนใหญ่เข้าใจกันว่าการทำสังฆทานต้องไปซื้อถังสีเหลืองที่เถ้าแก่จัดเป็นเซทไว้ มีพวกรองเท้าแตะ สะบู่ ยาสีฟัน ร่ม ยาสามัญประจำบ้าน และอื่นๆสุดแต่เถ้าแก่จะจัด เอาสิ่งนี้ไปถวายพระจึงเรียกว่าสังฆทาน นับว่าเป็นความเข้าใจผิดอย่างมาก เพราะถ้าเป็นแบบนี้คนจนคงไม่มีโอกาสทำสังฆทาน ก็แย่สิครับ

สังเกตคำถวายสังฆทานสิครับ หลักๆนั้นเอาภัตตาหารเป็นหลัก ส่วนสิ่งอื่นๆถือเป็นองค์ประกอบ เป็นบริวาร มีก็ได้ ไม่มีก็ได้ แล้วถวายพระไม่เจาะจงว่าเป็นพระรูปไหน เท่านี้ท่านก็ได้ทำสังฆทานแล้วครับ-กำภู

คุณหมอค่ะ..หนูมาให้หมอช่วยตรวจ

Posted on 23/1/2008 at 15:26

วันก่อนมีน้อง(ผู้หญิง)มาเล่าให้ฟังว่า  มีอาการปวดท้อง จึงไปหาหมอที่โรงพยาบาลของรัฐ แถวถนนพระราม 6 เนื่องจากมีอาการปวดท้อง ไปตอน 1 ทุ่ม รอเวลาพบหมอประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้น ก็ได้พบหมอหนุ่มทราบภายหลังว่าเพิ่งจบปี 4 อยู่ระหว่างฝึกงานตามหลักสูตร

 หมอเห็นคนไข้ก็ถามว่ามีแฟนรึยัง (ไม่แน่ใจความหมายคำว่าแฟนของหมอคือระดับความสัมพันธ์ขนาดไหน) 

น้องสาวก็ตอบว่ามีแล้ว( ความหมายคือมีผู้ชายมาจีบแต่ยังไม่มีอะไรกัน)

หมอก็สันนิษฐานทันทีว่า"น่าจะเป็นอาการท้องนอกมดลูกนะ"  เท่านั้นแหละครับ หญิงสาวก็บอกว่าเป็นไปไม่ได้ค่ะคุณหมอ  เพราะหนูยังไม่เคยยยยยยค่ะ

แต่หมอก็พยายามขอเจาะเลือดไปตรวจถึง 3 ครั้ง  ที่สุดแล้วก็สรุปว่าไม่ใช่ท้องนอกมดลูก  แต่อาจจะเป็นอาการของไส้ติ่ง  ขณะเดียวกันก็เรียกหมออื่นๆที่กำลังฝึกงานมาร่วมหารือและช่วยกันตรวจ  โดยคุณหมอฝึกงานทั้งหมด 8-9 คนทั้งหญิงและชายต่างก็ช่วยกันตรวจด้วยการสวนทวาร ส่วนสาวเจ้าอายก็อาย แต่เพราะกลัวไส้ติ่งแตกก็ยินยอมให้ตรวจ ทั้งอายทั้งเจ็บ  แล้วหมอทั้งหมดก็สรุปว่า "ยังไม่ค่อยแน่ใจ  ขอให้นอนดูอาการสัก 6 ชั่วโมงก่อน  สรุปแล้ววันนั้นถูกเจาะเลือดไป 3 ครั้ง แถมถูกสวนทวารตรวจอาการไส้ติ่ง  และต้องนอนที่โรงพยาบาล 1 คืน  เมื่อเห็นพยาบาลเข้ามาในห้องคนไข้รวม หญิงสาวก็ถามว่าเมื่อไรจะได้พบอาจารย์หมอ คำตอบที่ได้รับคือ"ก่อนจะพบอาจารย์หมอ ก็ต้องผ่านหมอฝึกหัดก่อน  เพราะที่นี่คือโรงเรียนฝึกหัดแพทย์"

เช้าวันรุ่งขึ้น 8.00 น.อาจารย์หมอมาตรวจ  แค่กดท้องดูคุณหมอก็สรุปว่า"คนไข้อาหารเป็นพิษ กักตัวคนไข้ไว้ทำไม"  ขณะที่คุณหมอฝึกหัดต่างก็ยืนฟังสงบนิ่ง

สรุปคนไข้ต้องเสียค่าเจาะเลือดและค่ารักษาพยาบาลประมาณ 1,000 บาท

อ่านแล้วโปรดหาคำตอบ

1.โรงพยาบาลอะไรเอ่ย

2.จะเรียกโรงเรียนฝึกหัดหมอหรือโรงพยาบาลดีนะ

3.น่าสงสัยคุณภาพของหมอใหม่ๆมั้ย

กำภู

 

คำบาลีที่พบเห็นบ่อยช่วงนี้

Posted on 17/1/2008 at 11:38

ขณะนี้   มีหลายคำซึ่งทับศัพท์มาจากภาษาบาลีที่พบเห็นบ่อยๆในการรายงานข่าวของสื่อมวลชน  ซึ่งบางคนก็อาจจะงุนงงถึงความหมายของคำที่ใช้  ก็เลยเก็บมาอธิบายไว้ที่นี่บางส่วนครับ

คำว่า"ทักษิณานุปทาน" หมายถึงการทำบุญเพิ่มพิเศษหรือการทำบุญอุทิศให้ผู้ตาย 

คำว่า"ถวายอดิเรก" หมายถึงการให้พรของพระสงฆ์ใช้สำหรับเวลาให้พรพระมหากษัตริย์

สัตตมวาร,ปัณณรสมวาร  ความหมายคือครบ 7 วัน ครบ 15 วัน  เป็นการนับโดยใช้วิธีนับแบบภาษาบาลี  ซึ่งวิธีนับเลขแบบบาลีก็จะเป็นแบบนี้ครับ

1= เอก
2 =ทฺวิ
3 =ติ
4 =จตุ
5 =ปญฺจ
6 =ฉ
7 =สตฺต
8 =อฏฺฐ
9 =นว
10 =ทส
11 =เอกาทส
12 =ทฺวาทส,หรือ พารส
13 =เตรส
14 =จตุทฺทส,จุทฺทส
15 =ปญฺจทส,ปณฺณรส
16 =โสฬส
17 =สตฺตรส
18 =อฏฺฐารส
19 =เอกูนวีสติ,อูนวีส (ทั้งสองคำแปลว่า 20 หย่อน 1)
20 =วีสติ,วีส
30 =ตึงส,ตึสติ
40 =จตฺตาฬีส
50 =ปญฺญาส,ปณฺณาส
60 =สฏฺฐี
70 =สตฺตติ
80 =อสีติ
90 =นวุติ
100 =สตํ
1,000= สหสฺสํ
10,000= ทสสหสฺสํ 
100,000= สตสหสฺสํ,ลกฺขํ
1,000,000= ทสสตสหสฺสํ
10,000,000= โกฏิ

หวังว่าจะทำให้เกิดความเชื่อมั่นในการใช้คำเหล่านี้มากขึ้นนะครับ-กำภู

 

รางวัลที่สุดปลื้ม

Posted on 12/1/2008 at 14:12

ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านเจ้าคุณอธิการบดี ท่านนายกสมาคมศิาย์เก่า และคณาจารย์ทุกท่าน แห่ง มหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย  ที่มีมติมอบรางวัล "ศิษย์เก่าดีเด่น ประจำปี 2550 "ให้กระผม   ขอเรียนว่าเป็นรางวัลที่ผมเองไม่เคยคาดฝันว่าจะได้รับ รู้สึกตื้นตันใจ และสุดภาคภูมิใจอย่างที่สุด  ผมก็ขออนุญาตนำภาพบางส่วนมาบัทึกไว้ในบล็อกนี้ด้วย 

 

ผศ.ดร.ธีรยุทธ  พึ่งเทียร  นายกสมาคมศิษย์เก่าฯมอบรางวัล

ผมเองจบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยแห่งนี้เป็นรุ่นที่ 39 ครับ  จากนั้นก็เข้าวงการสื่อสารมวลชน  โดยเริ่มงานที่หนังสือพิมพ์วัฏจักรรายวันหลายปี  ก่อนที่จะย้ายมาอยู่ที่สำนักข่าวไทย อสมท ในปัจจุบัน

อาจารย์ร่วมแสดงความยินดีกับลูกศิษย์

ภูมิใจครับที่มีโอกาสได้ศึกษาเล่าเรียนในสถาบันแห่งนี้จนจบและได้นำความรู้ที่ได้มาทำงานทุกวันนี้ สำนึกเสมอว่าสถาบันได้ให้สิ่งที่มีค่าอย่างสูงต่อชีวิต ทั้งวิชาความรู้ด้านสามัญและความรู้ความเข้าใจในหลักพระพุทธศาสนา  ซึ่งได้นำมาใช้ทั้งในการทำงานและการดำเนินชีวิต

กล่าวขอบคุณสถาบัน ผู้บริหารมหาวิทยาลัย และคณาจารย์

สมัยที่ผมเรียนนั้น  มหาจุฬาฯรับเฉพาะพระภิกษุ-สามเณรเข้าศึกษาเท่านั้น  แต่เวลานี้เปิดรับทั่วไปแล้ว บุคคลทั่วไปก็เข้าไปเรียนร่วมกับพระสงฆ์ได้  โดยเปิดสอนตั้งแต่ปริญญาตรี-ปริญญาเอกแล้ว 

ส่งสุขวันปีใหม่

Posted on 31/12/2007 at 19:02

เผลอเดี๋ยวเดียว ปีใหม่อีกแล้ว

ขอให้ทุกท่านมีความสุข ตลอดปี ตลอดไป อย่าเจ็บ อย่าจนนะครับ

"โย จ วัสสตัง  ชีเว ทุสสีโล อสมาหิโต

เอกาหัง ชีวิตัง เสยโย สีลวันตัสสะ ฌายิโน

คนทีมีชีวิตนับ 100 ปี แต่ไร้ซึ่งศีลธรรม จรรยาไม่ประเสริฐเลย

แต่สำหรับคนที่มีศีลธรรม จรรยา แม้ชีวิตอยู่เพียงวันเดียวก็แสนประเสริฐ"

นี่คือพุทธพจน์  ซึ่งผมเองคิดว่าใช้เป็นอนุสสติได้ทุกเวลาเลยครับ

อีกอย่าง  ทุกชีวิตย่อมเผชิญเสมอกับโลกธรรม มีลาภ เสื่อมลาภ มียศ เสื่อมยศ มีนินทา ก็มีสรรเสริญ มีสุขก็ต้องเจอทุกข์ ชีวิตเป็นธรรมดาแบบนี้ ยามที่มีสุข มียศฐาบรราดาศักดิ์ มีตำแหน่งแห่งที่ ก็ควรจะสร้างคุณความดีไว้ไม่ให้ผู้คนสาบแช่ง  ทางพระท่านว่าหากต้องเผชิญกับสภาพโลกธรรม  ต้องใช้อุเบกขาธรรมกับเมตตาธรรมให้สูงครับ  เราก็จะเป็นคนสุขง่าย และทุกข์ยาก

กำภู

 

เขลางค์นคร

Posted on 12/12/2007 at 16:01

สัปดาห์ที่แล้วเดินทางไปงานคอนเสิร์ตลูกทุ่งมหานคร ร่วมกับ เอไอเอส ที่ลำปาง หรือเมืองเขลางค์นคร หรือเมืองรถม้า หรือเมืองไก่สุดแท้แต่จะเรียกกันครับ  มีหลายอย่างประทับใจมาก สภาพอากาศที่กำลังเย็นสบายสมกับเป็นช่วงไฮซีซั่นของเมืองเหนือ มีนักท่องเที่ยวเข้าไปเที่ยว พักผอ่นมากมาย ทั้งชาวไทยและต่างประเทศ 

เวลาว่างนั่งรถม้าชมเมืองก็ไม่เลวเลยครับ ถนนหนทางในเมืองลำปางไม่แออัด  การขับขี่ถ้อยทีถ้อยอาศัย โดยเฉพาะรถยนต์นั้นจะให้ทางกับรถม้า  ซึ่งถือว่าเป็นเสน่ห์ของเมือง  ซึ่งควรอนุรักษืไว้สืบไปให้นาน  เพราะคงมีแค่เพียงจังหวัดเดียวเท่านั้นในประเทศไทย  ที่เมื่อไปแล้ว  ก็อยากน่ังรถม้าชมเมือง  ผมทราบมาว่าทั้งเมืองมีรถม้าไว้บริการนักท่องเที่ยวประมาณ 200 ราย แต่ละรายจะมีรายได้ประมาณ 700-900 บาทต่อวัน   ซึ่งถือว่าใช้ได้ทีเดียวครับ สนนราคาค่าบริการ 25 นาที 200 บาท 1 ชั่วโมง 300 บาท

 

ช่วงบ่ายวิทยุ อสมท ลำปางเชิญไปสัมภาษณ์รายการสด พร้อมด้วยศิลปินน้องร้องที่มาร่วมแสดงในคอนเสิร์ตคืนวันที่ 8 ธ.ค.มีทั้งหลิว อาจริยา แคต  รัตตกาล เดอะ สล้อ ไม้เมือง พร้อมดีเจ รัชนีย์ ตุ๊กตา อุบลวรรณ และน้องเล็กภาสกร  ขอบคุณ 2 ดีเจ คุณปู และคุฯหน่อยอย่างมาก

 

กลางคืนมีงานคอนเสิร์ต ได้รับการต้อยรับจากชาวลำปางมาชมคอนเสิร์ตกันอย่างมากมาย ท่ามกลางอากาศที่เย็นสบาย เหตุการณ์ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เสียดายมีเวลาน้อย ไม่เช่นนั้น  คงมีโอกาสได้ชมความงดงามของบ้านเมือง วัดวาอาราม สถานที่ศักสิทธิ์ประจำเมืองอีกมากมาย มีโอกาสยืนยันว่าจะกลับมาเยือนเมืองเขลางค์นครอีกครั้งแน่แน่-กำภู

 

 

เบื้องหลังรายการคุยข่าวลูกทุ่งมหานคร

Posted on 6/12/2007 at 18:00

ทราบจากพวกพ้องพี่ป้าน้าอาว่าเวลาโดยสารแทกซี่เข้ามาที่ อสมท ก็มักจะถูกโซเฟอร์ถามว่า"กำภู-รัชนีย์"และชาวลูกทุ่งมหานครจัดรายการอยู่ตรงไหน  ชั้น 5 อาคารปฏิบัติการ อสมท คือสถานีวิทยุส่วนกลางทั้งหมดของ อสมท รวมทั้ง FM 95 ลูกทุ่งมหานครด้วย

ผมก็เลยนำภาพบรรยากาศการจัดรายการตอนตี 5-7 โมงเช้าของผมกับคุณรัชนีย์มาฝาก  (ส่วนใหญ่มาแบบดิบๆ น้ำยังไม่ได้อาบ-หน้ายังไม่ล้าง)

 

ห้องจัดรายการนี้เป็นห้องจัดชั่วคราวนะครับ (แต่ใช้มา 3 ปี กำลังจะขึ้นปีที่ 4 แล้ว)

บอกข่าวแฟนลูกทุ่งมหานคร

Posted on 6/12/2007 at 16:03

เผลอแป๊บเดียวจะสิ้นปีแล้วครับ  สำหรับคนที่อายุอานามมากหน่อยจะมีความรู้สึกว่าเวลาที่ผ่านไปเร็วกว่าคนที่อยู่ในวัยเยาว์  เพราะปกติเด็กจะนับวันเวลาเพื่อมุ่งไปข้างหน้า เช่นอยากเข้าเรียนประถม อยากเข้าเรียนมัธยม อยากเข้ามหาวิทยาลัย อยากทำงาน อยากสร้างผลงาน อยากมีอยากเป็นสารพัด   ส่วนคนที่อายุเกิน 50 ไปแล้วเริ่มนับถอยหลัง  อยากให้ทุกวันเวลาที่ผ่านไปมีคุณค่ากับชีวิตมากที่สุด  (เพราะรู้สึกว่าเวลาเหลือน้อยไปทุกที)

ผมก็เลยเอาภาพบรรดาดีเจคลื่นลูกทุ่งมหานคร FM 95 ขณะกำลังถ่ายทำปฏิทิน และมิวสิคประกอบเพลงประจำคลื่นเพื่อมอบสำหรับแฟนๆรายการในช่วงเทศกาลปีใหม่  ซึ่งตอนนี้ปฏิทินคงใกล้เสร็จแล้วล่ะครับ และเห็นว่าเตรียมมอบให้แฟนรายการในวันที่ปาร์ตี้ฯ 16 ธ.ค.นี้  แถมจะมอบใฟ้โชเฟอร์แทกซี่และโซเฟอร์รถเมล์อีกท่านละ 100 แผ่นเพื่อมอบให้ผู้โดยสารด้วย 

ส่วนคอนเสริตวันที่ 16 ธ.ค.นั้นไม่น่าพลาดเลยล่ะครับ มีศิลปินนักร้องจากค่ายใหญ่ค่ายเล็ก รวมทั้งไม่มีค่ายมาร่วมงานกันคึกคัก สมกับเป็นคลื่นเพลงลูกทุ่งที่เปิดกว้างสำหรับศิลปินทุกค่ายไม่มีเลือกปฏิบัติว่างั้นเถอะ 

ส่วนใครเป็นใครให้ดูกันเองนะครับ  แต่ผมเชื่อว่าแฟนลูกทุ่งมหานครคงทราบแล้วละครับว่าใครเป็นใครบ้าง

 

 

 

แฟนรายการหลายท่าน เคยเห็นผมแล้วทางรายการโทรทัศน์  แต่ยังไม่ค่อยได้เห็นดีเจสาว "รัชนีย์  สุทธิธรรม"ที่จัดคู่กับผมทุกเช้าตั้งแต่ตี 5-7 โมงเช้า ก็เลยนำมาฝาก เห็นแล้วพอจะลงปกหนังสือแปลกได้มั้ยครับ -กำภู

ความยากจน

Posted on 6/12/2007 at 14:45

วันก่อนได้สนทนากับ ดร.สมชัย  จิตสุชน จากทีดีอาร์ไอ เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาความยากจนในประเทศไทยมีหลายประเด็นน่าคิดครับ

1.ประเทศไทยใช้เส้นรายได้แบ่งระหว่างคนจนกับคนรวย โดยถ้าใครมีรายได้ต่ำกว่า 2,000 บาทต่อคนต่อเดือนถือว่ายากจน 

2.ประเทศไทยมีคนยากจนตามวิธีการแบ่งแบบข้อ 1 ประมาณ 10 ล้านคน หรือประมาณร้อยละ 10 ของจำนวนประชากร

3.คนจนร้อยละ 10 ยังไม่ได้รับโอกาสใดใดจากโครงการต่างๆของภาครัฐ  แม้แต่โครงการประชาชนนิยมทั้งหลาย  เพราะโครงการประชานิยมส่วนใหญ่  ผู้ได้รับประโยชน์คือบรรดาหัวคะแนนของพรรคการเมือง

คำถาม

1.ที่อยากให้ช่วยกันลองคิดคือ เส้นแบ่งคนจน-คนรวยที่ใช้ตอนนี้ล้าสมัยหรือเปล่า

2.การใช้เส้นแบ่งแบบนี้มีผลต่อการแก้ไขปัญหาความยากจนในประเทศไทย ให้หลงทิศ หลงทางหรือไม่ในห้วงเวลาที่ผ่านมา

3.มีแนวทางอย่างไรที่จะช่วยแก้ไขปัญหาคนจนที่ยังไม่ได้รับโอกาสใดใดแม้แต่จากโครงการประชาชนิยมบ้าง

อยากแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันครับ -กำภู

เศรษฐกิจไทยปีหน้ากับทีมเศรษฐกิจพรรคเพื่อแผ่นดิน

Posted on 6/12/2007 at 14:22

วันที่ 7 ธ.ค.50 เวลา 8.30-9.30 รายการ จับเงินชนทองได้เชิญทีมเศรษฐกิจของพรรคเพื่อแผ่นดินมาสนทนาเกี่ยวกับแนวทางการแก้ไขปัญหาและฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศไทย  โดยทางพรรคส่งคุณจิรายุ  วุสรัตน์ มาร่วมสนทนาในรายการ  ก็เลยเชิญชวนท่านผู้ชมติดตามกันนะครับ-กำภู

คุยเรื่องการเมือง

Posted on 27/11/2007 at 17:12

ช่วงนี้อยู่ในบรรยากาศการเลือกตั้ง  น่าสนใจที่ผลสำรวจของหลายสำนักสะท้อนว่าประชาชนให้ความสำคัญต่อนโยบายพรรคมากกว่าการเลือกที่ตัวบุคคล จริงเท็จแค่ไหน ผมไม่อาจยืนยันได้ 

 แต่สำหรับผมแล้วให้ความสนใจทั้งนโยบายและตัวบุคคลครับ  เพราะนโยบายที่เขียนหรือพูดนั้น  จะเสกสรรปั้นแต่งแบบไหนก็ได้  จะทำได้จริงหรือไม่ก็ต้องรอพิสูจน์  ก็เลยต้องให้ความสนใจที่ตัวบุคคลด้วยว่าธาตุแท้เป็นคนเยี่ยงไหน พูดแล้วรักษาคำพูดหรือไม่ 

อีกเรื่องที่น่าสในใจคือนโยบายประชานิยม  เกือบทุกพรรคครับนำเสนอนโยบายประเภทนี้ นักวิชาการบางคนไม่ยอมรับยืนกรานว่าเป็นนโยบายหาเสียง รังแต่สร้างภาระให้กับบ้านเมืองในระยะยาว 

แต่บางคนก็ว่าในสภาพบ้านเมืองที่ยังมีความแตกต่างเรื่องความยากจนกับความร่ำรวย มีความแตกต่างระหว่างรายได้ของคนในสังคม  แนวคิดแบบประชานิยมก็มีความจำเป็น  แต่ไม่ใช่โหมใช้แต่ประชานิยมอย่างเดียว  ไม่ได้คำนึงถึงเสถียรภาพระยะยาวเลย

บางรายก็เสนอว่าเอานโยบายแบบรัฐสวัสดิการดีกว่า ในความหมายคือการดูแลเด็ก คนชราหรือคนสูงอายุ และอาจรวมถึงคนวัยทำงาน ซึ่งไม่ใช่การลด แลก แจก แถม แบบประชานิยม

พรุ่งนี้ เวลา 8.30-9.30 น.รายการจับเงินชนทอง ได้เชิญ ดร.สมชัย  จิตสุชน จากทีดีอาร์ไอ มาร่วมสนทนาถึงการแก้ไขปัญหาความยากจนในประเทศไทย  โดยใช้นโยบายประชานิยมกับรัฐสวัสดิการ  อย่างไหนคือทางออกที่เหมาะสมสำหรับประเทศไทย พลาดไม่ได้อีกแล้วครับ เชิญติดตาม-กำภู

อนาคต อสมท กับวสันต์ ภัยหลีกลี้

Posted on 23/11/2007 at 17:42

วันจันทร์ที่ 26 พ.ย.แฟนานุแฟนของ อสมท ทั้งประเภทโทรทัศน์ วิทยุ อินเตอร์เน็ต พลาดไม่ได้กับรายการจับเงินชนทอง  ซึ่งได้รับเกียรติจาก" ผอ.วสันต์  ภัยหลีกลี้"มาเปิดแนวคิด แนวทางการนำพา อสมท ก้าวเดินไปข้างหน้า ท่ามกลางโจทย์ใหญ่ที่กำลังมาเยือน อย่าลืมติดตามกันนะครับ  8.30-9.30 ทางโมเดิร์นไนน์ ทีวี

กำภู

เชิญติดตามรายการจับเงินชนทอง

Posted on 21/11/2007 at 13:52

วันที่ 22 พ.ย.นี้  ผมได้เชิญ ดร.สมศักดิ์ วิวัฒน์พนชาติ รองประธานคณะกรรมการพลังงาน หอการค้าไทย และประธานกรรมการ บริษัท โตโฮโฟม (ไทยแลนด์) มาร่วมสนทนาในรายการ "จับเงินชนทอง" เวลา 8.30-9.30 น.ทางโมเดิร์นไนน์ ทีวี เกี่ยวกับยุทธวิธีรับมือราคาน้ำมันแพง  เพราะสถานการณ์ราคาน้ำมันขณะนี้น่าเป็นห่วงมาก  ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกก็ปรับขึ้นอย่างต่อเนื่อง  ประเทศไทยในฐานะผู้บริโภคน้ำมันนำเข้าจากต่างประเทศนั้นจะได้รับผลกระทบหนักหนาขนาดไหน  สิ่งเหล่านี้  มีผลอย่างยิ่งต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภค นักวิชาการบางคนบอกว่าปีนี้ยังพอไหว แต่ปีหน้าเงินเฟ้อจะเป็นปัญหาใหญ่อีกปัญหาหนึ่งของภาพรวมเศรษฐกิจด้วย  ฟังแล้วอาจรู้สึกเครียด ไม่ค่อยสบายใจเท่าไร แต่เรื่องนี้เลี่ยงไม่ได้จริงๆที่จะต้องรับรู้ทิศทางให้ชัดแจ้งครับ

ส่วนวันที่ 23 พ.ย.รายการ"จับเงินชนทอง"เช่นกันครับ  ผมได้เรียนเชิญ  อดีต ผอ.อสมท มิ่งขวัญ  แสงสุวรรณ  ซึ่งเวลานี้ได้ผันตัวเข้าสู่วงการการเมืองเรียบร้อยแล้ว  ในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจของพรรคพลังประชาชน ใครที่สนใจรับฟังแนวคิดด้านเศรษฐกิจและการแก้ไขปัญหาต่างๆของท่านก็เชิญติดตามอย่าพลาดนะครับ โดยรายการจะเชิญทีมเศรษฐกิจทุกพรรคคการเมืองมาร่วมเปิดวิสัยทัศน์ให้เห็นกันชัดๆ  เพื่อจะได้เป็นประโยชน์ในการตัดสินใจเลือกตั้งวันที่ 23 ธันวาคมนี้

และวันที่ 30 พ.ย.เป็นคิวของ "ทีมเศรษฐกิจพรรคชาติไทย" โดย ท่านกร  ทัพพะรังสีจะเดินทางมาร่วมสนทนาในรายการด้วย  ส่วนทีมเศรษฐกิจของพรรคประชาธิปัตย์นั้นได้สนทนากันไปแล้วเมื่อวันที่ 16 พ.ย.ที่ผ่านมาครับ ใครที่เป็นแฟนรายการคงได้เห็นวิสัยทัศน์และนโยบายพรรคจากคุณกร  จาติกวนิชไปแล้วว่าเป็นอย่างไร ขอบคุณที่ติดตามครับ

กำภู

ชาวพุทธกับการทอดกฐิน

Posted on 19/11/2007 at 15:05

เวลานี้ที่ทำงานผมซองกฐินปลิวว่อน  และผมคิดว่าที่ทำงานของหลายท่านก็คงเป็นแบบนี้ เพื่อนผมคนหนึ่งเพิ่งไปทอดกฐินมา  แทนที่จะอิ่มบุญกลับมากลับมีอารมณ์บูด  สอบถามได้ความว่าขัดใจกับประธานกฐินที่ต้องการระดมเงินให้ได้ตามเป้า  แต่ยอดเงินที่ได้ไม่เป็นไปตามเป้า ทำให้ท่านประธานที่เคารพ อับอายขายขี้หน้ายิ่งนัก พาลโวยวายลูกหลานจนถึงขั้นอาจไม่เผาผีท่านประธาน  เฮ้ย  ฟังแล้วกลุ้ม ว่าจะร่วมอนุโมทนาด้วยซะหน่อย ก็เลยไม่แน่ใจว่าจะเป็นบุญหรือเป็นบาป

ผมก็เลยรู้สึกว่าคงมีคนจำนวนไม่น้อยที่เข้าใจเรื่องการทอดกฐินไม่ถูกต้อง  ยิ่งได้ฟังจากบางคนบอกว่าจะไปจองทอดกฐินที่วัดใกล้บ้าน หลวงพ่อบอกว่าขอให้ทำยอดมากหน่อยเพราะหลวงพ่ออยากสร้างศาลาการเปรียญ  ทำเอาโยมเครียด  จากเดิมที่จะเป็นประธานทอดกฐิน ก็ขอลดตำแหน่งตัวเองเหลือแค่เป็นสมาชิกแล้วกัน (ฮา)

ความจริง"กฐิน"เป็นเรื่องของผ้าครอง  พระพุทธเจ้าอนุญาตให้พระภิกษุที่จำพรรษาร่วมกันร่วมมือกันทำผ่้าครอง แล้วก็เลือกพระ 1 รูปเป็นผู้รับผ้าโดยฉันทานุมัติของสงฆ์  โดยทุกอย่างเป็นเรื่องของพระทำกันเอง ต่อมาบ้านเมืองเจริญขึ้น ก็อนุญาตให้พระรับผ้ากฐินจากชาวบ้านได้  จึงเป็นที่มาของการทอดกฐินตราบเท่าปัจจุบัน

ระยะหลัง  นอกจากผ้ากฐินแล้ว ยังอนุญาตให้มีข้าวของเครื่องใช้อื่นที่จำเป็นสำหรับพระเสริมเข้ามาด้วย  เรียกว่าบริวารกฐิน ส่วนเรื่อง"เงิน"ผมเองก็ไม่ทราบว่ามีมาตั้งแต่เมื่อใด แต่เท่าที่ทราบข้อห้ามพระภักษุ-สามเณรรับเงินและทองยังไม่ได้มีการยกเลิกแต่อย่างใด

แต่ถ้าจะให้กล่อมแกล้มยอมรับว่า"เงิน"เป็นบริวารกฐิน  ก็อย่าให้เอกเกริกชนิดที่กำหนดเป้า กำหนดยอดเงินเข้าวัดอย่างที่เป็นอยู่ขณะนี้เลยครับ เพราะเท่ากับว่าได้มีการแปรเจตนาดังเดิมของพิธีกรานกฐินไปแล้วจนหมดสิ้น  แบบนี้ทอดกฐินจะเป็นมหากุศลตรงไหนผมเองก็ยังไม่เข้าใจ

เกินพอดี

Posted on 15/11/2007 at 11:24

เมื่อวันที่ 10-11 พ.ย.ที่ผ่านมา  ได้มีโอกาสเดินทางไปทำรายการพิเศษ "เลือกตั้ง 50 ร่วมกำหนดอนาคตไทย" ที่เมืองหมอแคน  ขอนแก่น ซึ่งโมเดิร์นไนน์ ทีวี ร่วมกับ เนชั่น และรวมคำแหงจัดขึ้น  โดยมีการสัญจรไปตามจังหวัดใหญ่เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวการเลือกและให้ประชาชนได้รับทราบนโยบายของพรรคการเมืองต่างๆ

ชาวบ้านและนักการเมืองในพื้นที่เล่าให้ฟังว่าการซื้อสิทธิ์ขายเสียงนั้นมีจริง ด้วยรูปแบบต่างๆ เช่นการให้เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ  การซื้อตัวอดีต ส.ส.ด้วยราคาค่าตัวสูงลิบ 30-40 ล้านบาท/คน

เหตุที่ค่าตัว ส.ส.เก่าแพง  เพราะด้วยเวลาหาเสียงแค่ 5 สัปดาห์ ประกอบกับกติกาที่เข้มของ กกต.ทำให้การแจ้งเกิดของ ส.ส.หน้าใหม่นั้น  ยากกว่างมเข็มในมหาสมุทร

ผมเองเคยแสดงความไม่เห็นด้วย ที่ กกต.กำหนดระเบียบติดป้ายหาเสียงเฉพาะในพื้นที่ที่จัดให้เท่านั้น ไม่อนุญาตให้ติดได้ตามที่สาธารณะทั่วไปเหมือนเช่นอดีต

เพราะเป็นการปิดโอกาสการรับรู้ของประชาชนไปโดยไม่ตั้งใจ ซึ่งไม่มีความจำเป็นอะไรเลย  เพราะกกต.ก็กำหนดการใช้เงินของผู้สมัครอยู่แล้วไม่เกิน 1.5 ล้านบาท/คน  แล้วยังตามไปกำหนดให้ติดป้ายได้บางสถานที่เท่านั้น  ที่เคยเห็นป้ายผู้สมัครตามริมถนนหนทางระหว่างขับรถไปก็ได้รับรู้ว่าใครเป็นใคร  ตอนนี้ก็เลยไม่มีโอกาสได้รู้เลย  ประชาชนคงไม่มีเวลาขนาดถ่อสังขารไปดูป้ายหาเสียง ณ สถานที่ที่ กกต.จัดให้  และถึงมีเวลาก็คงไม่ไป เพราะมันคงไม่จูงใจขนาดนั้น

จะอ้างว่าเพื่อให้ถนนหนทางสวยงาม  ผมก็ยังมองไม่เห็นว่าการที่ สส.ติดป้ายหาเสียงแนะนำตัวเองริมถนนหนทางนั้น  ทำให้บ้านเมืองเสียทัศนียภาพชนิดที่เรียกว่าไม่ควรเดินทางมาท่องเที่ยวหรือมาลงทุนเลยเชียวหรือ

สิ่งที่ กกต.ทำไปถือว่าเกินพอดี แต่ที่ว่าไปนี้ไม่มีผลอะไรอยู่แล้ว เพราะกกต.ก็กำหนดระเบียบออกมาแล้ว และปฏิบัติแล้ว  ที่สำคัญนักการเมืองทั่วไปเองก็ไม่ได้อึดอัดขัดข้องอะไรมากมาย ยกเว้นพวกผู้สมัครหน้าใหม่  ผมเองมองว่าถ้าประเมินผลดีผลเสียเกี่ยวกับมาตรการกำหนดสถานที่ติดป้ายหาเสียงแล้ว  เกิดผลเสียมากกว่า คุณคุณทั้งหลายคิดเห็นอย่างไรครับ

อ้อ คืนวันที่ 2 ธันวาคม พบกันที่เวทีเลือกตั้งสัญจรที่นครสวรรค์นะครับ

 

กำภู

 

 

ต้อนรับทุกท่านครับ

Posted on 1/11/2007 at 14:57

ขอต้อนรับทุกท่าน  เข้ามาสนทนา  แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้ที่นี่นะครับ

หลายท่านอาจรู้จักผมจากรายการข่าวในลูกทุ่งมหานคร  เอฟเอ็ม 95 ฮิต 100% ช่วงเวลา 05.00-07.00 น.ซึ่งผมจัดคู่กับคุณรัชนีย์  สุทธิธรรม ถ้ายังไม่เคยฟังก็ลองหมุนคลื่นมาฟังดูนะครับ มีทุกวันจันทร์-ศุกร์  มีเพลงลูกทุ่งเพราะๆให้ฟังผ่อนคลายอารมณ์ยามเช้าก่อนทำงานด้วย

บางท่านอาจรู้จักจากรายการทีวีตอนเช้าที่โมเดิร์นไนน์ทีวี เวลา 8.30-9.30 ซึ่งมีทุกวันจันทร์-ศุกร์ เช่นกัน  รายการชื่อ"จับเงินชนทอง" เป็นรายการที่นำเสนอข้อมูลข่าวเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ ปากท้องชาวบ้าน ตลาดเงิน ตลาดทุน อย่างง่ายๆ

บางท่านอาจคุ้นหน้าจากรายการ "ข่าวข้น คนข่าว"ซึ่งจัดกับคุณกนก คุณธีระ ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 21.30-22.00 ทางโมเดิร์นไนน์ทีวีเช่นกัน

บางท่านอาจยังไม่รู้จักกัน  ผมก็ถือโอกาสบอกกล่าวเล่าสิบถึงสิ่งทีทำอยู่ขณะนี้  ขอบคุณอีกครั้งนะครับที่ติดตามรับฟัง และรับชม  ด้วยใจจริง

   กำภู  ภูริภูวดล

 


Links

- Home
- My Profile
- Archives
MCOT Public Company Limited. All rights Reserved.2004
Contact Us Tel:02-201-6000 webmaster@mcot.net Tel: 02-201-6145
Powered by Computer Department of MCOT.