ตอบคนแปดริ้ว-ทำบุญ กรวดน้ำ

Posted on 24/1/2008 at 18:00

คน..แปดริ้ว

Posted on 24/1/2008 at 11:45 by Anonymous
คุณกำภูคะ..
อยากบอกว่าเป็นแฟนรายการอยู่คะทั้งวิทยุ และโทรทัศน์ แต่ชอบวิทยุมากกว่า ชอบทั้งคุณกำภูและคุณรัชนี ฟังเพลินและสนุกเรียกรอยยิ้มได้แต่เช้าเลยค่ะ ได้ความรู้และข้อคิดดีดี ยินดีที่มีรายการแบบนี้ให้ผู้ฟังคะ
คุณกำภูคะ ให้ความรู้เรื่องการทำบุญดิฉันหน่อยนะคะ
ข้อ 1 เวลาเราทำบุญกรวดน้ำ เราควรจะพูด หรือท่องคำพระว่าอะไรดีคะ เอาแบบเป็นมาตรฐาน และง่ายต่อการจดจำหน่อยนะคะ (เอาทั้งภาษาพระ และภาษาพูดด้วยนะคะ) อย่าหาว่าโง่เลยนะคะ ยอมรับคะว่าค่อนข้างห่างวัดค่ะ ตอนเด็ก ๆ ออกจะกลัวพระซะด้วยซิ มีความรู้สึกว่าพูดกับพระไม่เป็นยังไงไม่รู้ ไม่ใช่คนเมืองนะคะ แต่บ้านไกลวัดคะ เวลาไปวัดส่วนมากก็ไปกับพี่ ไม่ค่อยมีผู้ใหญ่ให้ความรู้เรื่องนี้สักเท่าไหร่ แล้วตอนนี้มีลูกแล้ว และเข้าเริ่มจะโตรู้เรื่องแล้ว อยากสอนเข้าให้รู้เรื่องพวกนี้ค่ะ
ข้อ 2 บทถวายสังฆทาน แบบง่าย ๆ ค่ะ ใกล้ถึงวันเกิดแล้ว
(ไม่กล้าถามใครให้เห็นหน้า อายเค้าคะ)


ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ
ตอบคุณคนแปดริ้ว
1.คำกรวดน้ำ -อิทัง เม  ญาตีนัง โหตุ  สุขิตา โหนตุ  ญาตโย  ขอบุญกุศลนี้จงมีแก่ญาติทั้งหลายของข้าพเจ้า ขอญาติทั้งหลายจงมีความสุขเถิด
2.บทถวายสังฆทาน-อิมานิ มะยัง ภันเต ภัตตานิ สปริวารานิ ภิกขุสังฆัสสะ โอโณชะยามะ สาธุโน ภันเต ภิกขุ สังโฆ อิมานิ ภัตตานิ สปริวารานิ ปฏิคคัณหาตุ อัมหากัง ทีฆะรัตตัง หิตายะ สุขายะ  ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ  ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอน้อมถวาย ภัตตาหาร พร้อมด้วยของบริวารทั้งหลายเหล่านี้ ของข้าพเจ้าพเจ้าทั้งหลาย  เพื่อประโยชน์และความสุขแก่ข้าพเจ้าทั้งหลาย ตลอดกาลนาน เทอญ
ความจริงเรื่องการทำบุญ-กรวดน้ำ  มีคนสงสัยเยอะเหมือนกันว่า  จำเป็นหรือ ได้ผลจริงหรือ
-การทำบุญที่นิยมทำกันเวลานี้มี 3 วิธี
1.ทานมัย  ทำบุญด้วยการถวายทาน เช่นตักบาตรพระ ถวายภัตตาหารพระ ให้ทานแก่คนยากจน คนขอทาน คนด้อยโอกาส
2.ศีลมัย ทำบุญด้วยการรักษาศีล  อย่างน้อยก็รักษาศีล 5 ทำให้ได้มากข้อที่สุด
3.ภาวนามัย ทำบุญด้วยการเจริญจิตภาวนา ทำสมาธิ ทำวิปัสสนา ฝึกจิตใจให้สงบนิ่ง ไม่หวั่นไหวง่ายๆ
จะเลือกทำด้วยวิธีไหนก็สุดแท้แต่ถนัด  แต่ถ้าจะให้ดีก็ต้องทำทั้ง 3 วิธี ตามโอกาสที่เหมาะสมครับ
นอกจากนี้  การทำบุญโดยหลักแล้วมี 2 เป้าหมาย คือ
1.ทำบุญเพื่อความสุขทางใจ ความสบายใจของคนทำเอง ซึ่งกรณีนี้ไม่ค่อยเป็นที่สงสัยเพราะทำปุ๊บก็จะรู้สึกสบายใจขึ้นมาทันที  น่ันหมายถึงว่าได้รับผลบุญแล้ว ไม่ว่าเป็นการถวายทาน การให้ทาน การรักษาศีล หรือการเจริญจิตภาวนาก็แล้วแต่
 2.ทำบุญเพื่ออุทิศให้ผู้ตาย  ส่วนใหญ่เป้าหมายนี้จะใช้วิธีทำบุญด้วยการให้ทาน การถวายทาน โดยหวังว่าผลบุญจะส่งต่อไปยังผู้ล่วงลับไปแล้ว 
ประเด็นที่หลายคนสงสัยคือทุกคนที่ตายไปแล้วจะได้รับผลบุญที่เราอุทิศให้ทั้งหมดหรือเปล่า
คำตอบคือไม่ครับ
เพราะหลักพื้นฐานคือทุกคนมีกรรมเป็นของตัวเอง อยากไปดีก็ต้องทำดีไว้เอง 
ปกติคนที่ทำชั่วเมื่อตายไปแล้วต้องเกิดในนรก  เพื่อพ้นจากนรกแล้วจะเกิดภพภูมิเปรต  (เปรตมี 12 จำพวก) และเมื่อผลบาปเริ่มเบาบางแล้วก็จะพ้นจากสภาพของเปรต 12 จำพวก เป็น ปรทัตตูปชีวีเปรต  ซึ่งเปรตชนิดนี้แหละครับที่สามารถอนุโมทนาบุญที่เราทำแล้วมีสิทธิ์ได้รับผลบุญที่เราอุทิศ
มีคำถามต่อไปอีกว่าถ้าอย่างนั้นจำเป็นต้องกรวดน้ำทุกครั้งหรือเปล่า  ก็ต้องบอกว่าจำเป็นครับ   เพราะเราไม่สามารถรู้ได้ว่าคนที่ตายแล้วไปเกิดที่ไหน  ปัจจุบันอยู่ภพภูมิใด เราทำบุญอุทิศแบบเหวี่ยงแหไปก่อน  ถ้าเผื่อผู้ตายเป็นปรทัตตูปชีวีเปรตก็อาจได้รับ  แต่ถ้าไม่ใช่ บุญกุศลที่เราทำก็ไม่ไปไหน  เราเองก็สุขใจสบายใจมิใช่หรือครับ
โอกาสหน้าจะนำเรื่องเปรต 12 จำพวกมาเล่าสู่ฟัง  ถ้ามีคนสนใจ-กำภู

เรื่องสังฆทาน

Posted on 24/1/2008 at 14:50 by kamphu
พูดเรื่องกรวดน้ำซะเพลิน เลยลืมเรื่องสังฆทาน ขอต่ออีกนิดครับ

การให้ทานมี 2 แบบ
1.ให้แบบจำเพาะเจาะจงผู้รับ เรียกว่าปาฏิบุคคลิกทาน
2.การให้ไม่เจาะจงผู้รับ ให้กับาส่วนรวม หรือถวายทานแต่พระสงฆ์ไม่จำเพาะพระรูปหนึ่งรูปใด (สงฆ์ แปลว่าหมู่คณะ) เรียกว่าสังฆทาน

สังฆทานจึงหมายถึงวิธีการให้ ไม่ใช่วัตถุที่ให้ ส่วนใหญ่เข้าใจกันว่าการทำสังฆทานต้องไปซื้อถังสีเหลืองที่เถ้าแก่จัดเป็นเซทไว้ มีพวกรองเท้าแตะ สะบู่ ยาสีฟัน ร่ม ยาสามัญประจำบ้าน และอื่นๆสุดแต่เถ้าแก่จะจัด เอาสิ่งนี้ไปถวายพระจึงเรียกว่าสังฆทาน นับว่าเป็นความเข้าใจผิดอย่างมาก เพราะถ้าเป็นแบบนี้คนจนคงไม่มีโอกาสทำสังฆทาน ก็แย่สิครับ

สังเกตคำถวายสังฆทานสิครับ หลักๆนั้นเอาภัตตาหารเป็นหลัก ส่วนสิ่งอื่นๆถือเป็นองค์ประกอบ เป็นบริวาร มีก็ได้ ไม่มีก็ได้ แล้วถวายพระไม่เจาะจงว่าเป็นพระรูปไหน เท่านี้ท่านก็ได้ทำสังฆทานแล้วครับ-กำภู

..

Posted on 24/1/2008 at 21:52 by Anonymous
..

คน..แปดริ้ว

Posted on 25/1/2008 at 10:38 by Anonymous
สวัสดีค่ะ..คุณกำภู
ดีใจค่ะ ที่คุณกำภูตอบ ขอบคุณอีกครั้งค่ะ สำหรับความรู้ที่ให้ และบททำบุญกรวดน้ำ การถวายสังฆทาน ดิฉันคิดว่ามีอีกหลายคนที่คิดเหมือนดิฉัน เรื่องการทำสังฆทานที่ต้องเป็นสิ่งของใส่ในภาชนะสีเหลืองทองทำสังฆทาน พึ่งได้ความกระจ่างจากคุณกำภูนี่แหละค่ะ

ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ
คนแปดริ้ว

อายุ 102 ปี ว้าว!!!

Posted on 25/1/2008 at 10:40 by Anonymous
คุนกำภูคะ ข้อมูล วัน-เดือน ปีเกิด ที่ให้ไว้ทำให้คุณเข้าข่ายอายุแปรผกผันกับความหล่อสุดๆ คิดดูเถอะขึ้นปีที่ 102 แล้วยังเต่งตึงปู่เย็นสู้ไม่ได้เลยค่ะ

Posted on 25/1/2008 at 12:25 by Anonymous

ขอความกรุณาช่วยประกาศหา

Posted on 25/1/2008 at 16:10 by มหาสำรวย
คุณกำภู
กระผมคงเป็นรุ่นพี่คุณ 1 ปี มจร. พธบ. ปี 39
คือ อยากให้คุณ ช่วยประกาศหา ใครที่ทราบที่อยู่
พระอาจารย์สุวิทย์ ทนฺตจิตฺโต ให้ช่วยแจ้งว่าท่านอยู่ที่ไหน
กระผมจะได้ไปหาท่าน คือไม่ทราบว่าท่านอยู่ประจำที่ไหนตอนนี้ กระคิดถึงพระจารย์รูปนี้มาก อยากไปหา ไปกราบท่านจริงๆ เบอร์กระผม 086-6004288

ช่วยเด็กและเยาวชน ด่วน...........

Posted on 25/1/2008 at 22:05 by Anonymous
กราบเรียน คุณกำภู ภูริภูวดล และคุณกนก รัตนวงสกุล เนื่องจากมีตู้ม้า ตู้สลอต ประเภทหยอดเหรียญ มีมากกว่า30ตู้กระจายอยู่ในอำเภอเมืองจังหวัดกำแพงเพชรโดยวางตามร้านค้า-ร้านอินเตอร์เนท-หอพักนักเรียน-ข้างโรงเรียน-โต๊ะสนุ๊กเกอร์โดยมีมานานกว่า3เดือนแล้วไม่มีหน่วยงานใดมาดูแลเป็นเหตุให้เด็กและเยาวชนและประชาชนทั่วไป เล่น หลงและติดพนัน ถูกมอมเมาเป็นเหตุให้เกิดปัญหาลักทรัพย์เพื่อที่จะนำเงินมาเล่นตู้ม้า และดิฉันคงไม่สามารถแจ้งตำรวจได้เพราะมีตำรวจบางส่วน รับส่วย จากเจ้าของตู้ม้านี้ ดิฉันจึงขอกราบเรียนคุณกำภูและคุณกนก ช่วยเป็นสื่อกลางหรือแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โปรดช่วยเด็กและเยาวชนที่เป็นอนาคตของชาติด้วย โดยด่วน...

น้องนกอยากทราบค่ะ

Posted on 26/1/2008 at 14:57 by Anonymous
พี่กำภู สุดหล่อ+สุดเก่ง คะ
ทำไมบทสวดมนต์แต่ละเล่ม แต่ละที่ไม่เหมือนกันคะ ทั้งทั้งที่ชื่อบทสวดเหมือนกัน น้องกับแม่ของน้องก็งงมากๆค่ะ ไม่ทราบจะถามใครที่จะตอบคำถามนี้ได้ เลยให้พี่กำภูสุดหล่อช่วยตอบคำถามน้องนกด้วยนะคะ และฝากความคิดถึงพี่รัชนีย์ด้วยนะคะ
สุดท้ายนี้น้องนกขอให้พี่กำภู+พี่รัชนีย์ จัดรายการวิทยุคู่กันอย่างนี้ตลอดไปนะคะ น้องกับแม่จะฟังทุกวันจันทร์-ศุกร์เลยนะคะ
ขอบพระคุณค่ะ "น้องนก"

ตอบคุณนก

Posted on 30/1/2008 at 18:57 by kamphu
เรื่องหนังสือสวดมนต์ ผมเองก็รู้สึกว่ามีข้อผิดพลาดกันมากในการจัดพิมพ์ของสำนักพิมพ์ต่างๆ บางแห่งไม่ค่อยตรวจคำผิด คำถูก ทำให้บางคำในบทสวดไม่เหมือนกัน ดังนั้น ควรเลือกดูหนังสือสวดมนต์ที่มีคณะกรรมการตรวจชำระชัดเจน จะช่วยได้เยอะครับ-กำภู

เรื่องวันเกิด

Posted on 30/1/2008 at 18:59 by kamphu
วัน เดือน ปีเกิด เข้าใจว่าเป็นวันสมมติที่น้องๆทีมงานเค้าใส่ข้อมูลจำลองให้ครับ-กำภู

Untitled Comment

Posted on 10/3/2008 at 10:48 by Anonymous
คุณกำภู ที่นับถือ
ความจริงก็ไม่อยากวิจารณ์เรื่องทำบุญหรอกนะ เพราะเป็นความเชื่อส่วนบุคคล และจะไปกระทบต่อผู้นับถือศาสนาพุทธ ถึงแม้มีผู้กล่าวว่าเรื่องการเมือง และศาสนา ไม่ควรนำมาถกเถียงกัน
เมื่อคราวในหลวงท่านครองราชย์ครบ 60 ปี ผมได้บวชถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระองค์ท่าน 15 วัน ในระหว่างที่บวช (ผมบวชที่วัดพระพุทธบาตรตากผ้า อ.ป่าซาง จ.ลำพูน) มีพระในวัดที่เป็นผู้อบรมพระบวชใหม่ กล่าวว่า ในประเทศไทยเนี่ย ถ้าวัดทุกวันพร้อมใจกันไปถอนเงินจากธนาคาร จะทำให้ธนาคารล้มทันที เพราะทั่วประเทศมีเงินของวัดฝากธนาคารเป็นแสนล้าน
ผมเป็นชาวพุทธคนหนึ่ง ก็เห็นด้วย วัดที่ผมบวชจะมีประชาชนมาทำบุญตักบาตรมากมาย ของกิน (ฉัน) เหลือเฟือ หมาวัด แมววัด แต่ละตัวอ้วนลงพุงเหมือนท้องลูกสัก 10 ตัว อาคารที่ญาติโยมมาสร้างไว้ 50 - 60 หลัง ไม่ได้ใช้ประโยชน์ หรืออาจจะใช้นานๆ ครั้ง ปล่อยไร้ประโยชน์ ผมว่าน่าจะจัดระเบียบการสร้างถาวรวัตถุในวัดเสียใหม่ โดยมีคณะกรรมการคอยพิจารณาในการก่อสร้าง เพราะทุกวันนี้เป็นลักษณะใครอยากสร้างอะไรให้วัด ทางวัดไม่เคยขัดข้อง พระเจ้าอาวาสแต่ละองค์ก็จะแสดงหรือวัดเรดติ้งของตัวเอง สร้างโน่นสร้างนี้ไม่รู้จักจบสิ้น
ความจริงน่าจะนำเงินไปช่วยสังคมด้านอื่นๆ ซึ่งประเทศชาติเราไม่มีเงินจะไปพัฒนา เช่น ถนนหนทาง สวัสดิการแด่ผู้ยากไร้ ทุนการศึกษา (ไม่ต้องเรียนดีแต่ยากจน แต่เป็นมีความตั้งใจ แต่ฐานะยากจน) หรืออื่นๆ อีกมากมาย คุณว่าดีไหม? คุณกำภู

Last Page | Page 2 of 17 | Next Page

Links

- Home
- My Profile
- Archives
MCOT Public Company Limited. All rights Reserved.2004
Contact Us Tel:02-201-6000 webmaster@mcot.net Tel: 02-201-6145
Powered by Computer Department of MCOT.