คุยเรื่องการเมือง

Posted on 27/11/2007 at 17:12

ช่วงนี้อยู่ในบรรยากาศการเลือกตั้ง  น่าสนใจที่ผลสำรวจของหลายสำนักสะท้อนว่าประชาชนให้ความสำคัญต่อนโยบายพรรคมากกว่าการเลือกที่ตัวบุคคล จริงเท็จแค่ไหน ผมไม่อาจยืนยันได้ 

 แต่สำหรับผมแล้วให้ความสนใจทั้งนโยบายและตัวบุคคลครับ  เพราะนโยบายที่เขียนหรือพูดนั้น  จะเสกสรรปั้นแต่งแบบไหนก็ได้  จะทำได้จริงหรือไม่ก็ต้องรอพิสูจน์  ก็เลยต้องให้ความสนใจที่ตัวบุคคลด้วยว่าธาตุแท้เป็นคนเยี่ยงไหน พูดแล้วรักษาคำพูดหรือไม่ 

อีกเรื่องที่น่าสในใจคือนโยบายประชานิยม  เกือบทุกพรรคครับนำเสนอนโยบายประเภทนี้ นักวิชาการบางคนไม่ยอมรับยืนกรานว่าเป็นนโยบายหาเสียง รังแต่สร้างภาระให้กับบ้านเมืองในระยะยาว 

แต่บางคนก็ว่าในสภาพบ้านเมืองที่ยังมีความแตกต่างเรื่องความยากจนกับความร่ำรวย มีความแตกต่างระหว่างรายได้ของคนในสังคม  แนวคิดแบบประชานิยมก็มีความจำเป็น  แต่ไม่ใช่โหมใช้แต่ประชานิยมอย่างเดียว  ไม่ได้คำนึงถึงเสถียรภาพระยะยาวเลย

บางรายก็เสนอว่าเอานโยบายแบบรัฐสวัสดิการดีกว่า ในความหมายคือการดูแลเด็ก คนชราหรือคนสูงอายุ และอาจรวมถึงคนวัยทำงาน ซึ่งไม่ใช่การลด แลก แจก แถม แบบประชานิยม

พรุ่งนี้ เวลา 8.30-9.30 น.รายการจับเงินชนทอง ได้เชิญ ดร.สมชัย  จิตสุชน จากทีดีอาร์ไอ มาร่วมสนทนาถึงการแก้ไขปัญหาความยากจนในประเทศไทย  โดยใช้นโยบายประชานิยมกับรัฐสวัสดิการ  อย่างไหนคือทางออกที่เหมาะสมสำหรับประเทศไทย พลาดไม่ได้อีกแล้วครับ เชิญติดตาม-กำภู

Untitled Comment

Posted on 28/11/2007 at 08:46 by Anonymous
สรุปผลการสำรวจ Hatyai Poll
เรื่อง “ บททดสอบอำนาจและหน้าที่ของ กกต.”

หาดใหญ่โพล โดยสำนักวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ มีวัตถุประสงค์เพื่อทราบ ความคิดเห็นของประชาชน 14 จังหวัดภาคใต้ เกี่ยวกับบททดสอบอำนาจและหน้าที่ของ กกต. โดยเก็บรวบรวมข้อมูลประชาชน จำนวน 1,497 ตัวอย่าง และใช้แบบสำรวจเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล ดำเนินการสำรวจระหว่างวันที่ 21-24 พฤศจิกายน 2550 สรุปผลการสำรวจ ดังนี้

สถานภาพกลุ่มตัวอย่าง
กลุ่มตัวอย่างในการสำรวจครั้งนี้ ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง (ร้อยละ 54.8) มีอายุระหว่าง 21-30 ปี (ร้อยละ 45.1) รองลงมา อายุ 31-40 ปี (ร้อยละ 30.2 ) และอายุต่ำกว่า 20 ปี (ร้อยละ 11.7) ตามลำดับ กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 50.4 มีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรี ร้อยละ 25.2 ศึกษาระดับอนุปริญญา/ปวส. และร้อยละ 11.1 ศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และเมื่อพิจารณาสถานภาพด้านอาชีพ พบว่า กลุ่มตัวอย่าง ส่วนใหญ่เป็นนักเรียน/นักศึกษา ร้อยละ 37.9 รองลงมา พนักงานบริษัท/รับจ้าง ร้อยละ 23.5 และร้อยละ 21.8 ประกอบกิจการส่วนตัว/ค้าขาย

สรุปผลการสำรวจ
1. อำนาจ บทบาทและหน้าที่ ของ กกต.
ประชาชนร้อยละ 55.1 เห็นว่าแนวทางในการปฏิบัติของ กกต.ไม่ละเมิดสิทธิเสรีภาพของ 111 กรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยเดิม ร้อยละ 25.5 เห็นว่าละเมิดสิทธิเสรีภาพของ 111 กรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยเดิม และร้อยละ 19.4 ไม่แสดงความคิดเห็น ส่วนความคิดเห็นเกี่ยวกับสิ่งที่ 111 กรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยเดิม ไม่ควรปฏิบัติ พบว่า ประชาชนร้อยละ 47.0 เห็นว่า 111 กรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยเดิม ไม่ควรเป็นที่ปรึกษาพรรคและตำแหน่งอื่นใดทางการเมือง มากที่สุด รองลงมา ไม่ควรขึ้นเวทีปราศรัยหรือต่อสายตรงมาทักทายประชาชนบนเวที ห้ามช่วยผู้สมัครหาเสียงในเขตพื้นที่เลือกตั้ง และไม่ควรถ่ายรูปคู่กับผู้สมัคร ส.ส. ในป้ายประชาสัมพันธ์ คิดเป็นร้อยละ 43.4 37.2 และ 32.8 ตามลำดับ และความคิดเห็นเกี่ยวกับการยื่นฟ้ององค์กรนิรโทษกรรมสากล หรือ เอไอ ของนายจาตุรนต์ ฉายแสง พบว่า ประชาชนร้อยละ 43.5 ไม่เห็นด้วยกับการยื่นฟ้ององค์กรนิรโทษกรรมสากล หรือ เอไอ ร้อยละ 39.1 เห็นด้วยกับการกระทำดังกล่าว และร้อยละ 17.4 ไม่แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็นเกี่ยวกับกรณีจัดทำหนังสือ “รัดทำมะนวย ฉบับหัวคูณ” พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 62.7 เห็นว่ามีความไม่เหมาะสมที่จะนำมาหาเสียงในการเลือกตั้ง ร้อยละ 24.1 เห็นว่าเหมาะสมที่จะนำมาหาเสียง และร้อยละ13.2 ไม่แสดงความคิดเห็น ส่วนความคิดเห็นว่าการจัดทำหนังสือ “รัดทำมะนวย ฉบับหัวคูณ” จะนำไปสู่การยุบพรรคพลังประชาชนนั้น พบว่า ประชาชนร้อยละ 56.1 เห็นว่าไม่สามารถยุบพรรคพลังประชาชนได้ มีเพียงร้อยละ 21.0 เท่านั้นที่เห็นว่าสามารถยุบพรรคพลังประชาชนได้ และร้อยละ 22.8 ไม่แสดงความคิดเห็น
ส่วนความคิดเห็นเกี่ยวกับการสัมภาษณ์ 111 กรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยเดิมของสื่อมวลชนว่าเป็นการกระตุ้นให้มีการกระทำผิด พบว่า ประชาชน ร้อยละ 44.2 เห็นว่าไม่เป็นการกระตุ้น มีเพียงร้อยละ 35.6 ที่เห็นว่าเป็นการกระตุ้นให้เกิดการกระทำผิด และร้อยละ 20.2 ไม่แสดงความคิดเห็น ความคิดเห็นเกี่ยวกับสื่อประเภทโทรทัศน์ที่มีการวิเคราะห์ข่าวการเมืองที่ไม่มีความเป็นกลาง มากที่สุด คือ สถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี (96 คน) รองลงมาเป็นสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 (76 คน ) และช่อง 9 อ.ส.ม.ท. (60 คน) และเมื่อพิจารณารายการแต่ละรายการ พบว่า รายการตัวจริงชัดเจน มีการวิเคราะห์ข่าวที่ไม่เป็นกลาง มากที่สุด (94 คน) ส่วนความคิดเห็นและคาดการเกี่ยวกับการได้รับใบเหลือง/ใบแดง เนื่องจากผู้สมัครมีพฤติกรรมทุจริตการเลือกตั้ง พบว่า ประชาชนร้อยละ 34.0 เห็นว่าผู้สมัครจากพรรคพลังประชาชน มีโอกาสได้รับใบเหลือง/ใบแดง มากที่สุด รองลงมา เป็นผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ พรรคมัชฌิมาธิปไตย และพรรคชาติไทย คิดเป็นร้อยละ 20.5 20.2 และ 11.9 ตามลำดับ

2. ความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการเลือกตั้ง
ความคิดเห็นเกี่ยวกับการไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 79.9 จะไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งในวันที่ 23 ธันวาคม 2550 ส่วนความคิดเห็นเกี่ยวกับการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตจังหวัด พบว่า ประชาชนร้อยละ 47.3 ทราบว่ามีการเปิดให้ลงทะเบียนเลือกตั้งนอกเขตจังหวัด มีถึงร้อยละ 38.0 ที่ไม่ทราบว่ามีการลงทะเบียนเลือกตั้งนอกเขตจังหวัด และร้อยละ 14.8 ไม่แสดงความคิดเห็น นอกจากนี้ ประชาชน ร้อยละ 51.0 ไม่เชื่อว่าจะมีการทำบัตรเสียเกิน 5% ของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทั่วประเทศ ร้อยละ 31.5 เชื่อว่าจะมีการทำบัตรเสียเกิน 5% และร้อยละ 17.4 ไม่แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็นเกี่ยวกับการเซ็นสัญญา 3 นักเตะไทยมีผลต่อการลงคะแนนเสียงของพรรคพลังประชาชน พบว่า ประชาชนร้อยละ 46.4 เห็นว่ามีผลต่อการลงคะแนนเสียงในระดับน้อยถึงน้อยที่สุด ร้อยละ 36.0 มีผลต่อการลงคะแนนเสียงในระดับปานกลาง และร้อยละ 17.6 มีผลต่อการลงคะแนนเสียงในระดับมากถึงมากที่สุด ส่วนเหตุผลที่มีการเซ็นสัญญา 3 นักเตะไทย พบว่า ประชาชนร้อยละ 28.5 เห็นว่ามีวัตถุประสงค์เพื่อมุ่งหวังการกลับมามีอำนาจทางการเมือง มากที่สุด รองลงมา คือ การวางแผนเปิดตลาดเอเชีย ส่งเสริมนักกีฬาฟุตบอลอาชีพ และส่งเสริมเยาวชนไทยเล่นกีฬา คิดเป็นร้อยละ 27.5 21.1 และ 20.0 ตามลำดับ

3. ความคาดหวังของประชาชนต่อการเลือกตั้ง
ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 60.8 ไม่เห็นด้วยกับการนำทายาททางการเมืองของ 111 กรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยเดิม (บิดา) มาเป็นผู้สมัคร ส.ส. มีเพียงร้อยละ 20.8 ที่เห็นด้วยกับการให้ทายาท (บิดา) มาลงสมัครเป็น ส.ส. และร้อยละ 18.4 ไม่แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็นเกี่ยวกับพรรคที่มีโอกาสจัดตั้งรัฐบาล มากที่สุด คือ พรรคประชาธิปัตย์ (ร้อยละ 60.6)รองลงมาเป็นพรรคชาติไทย พรรคพลังประชาชน พรรคมัชฌิมาธิปไตย พรรคประชาราช พรรคเพื่อแผ่นดิน และพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา คิดเป็นร้อยละ 35.5 33.7 32.2 18.6 9.6 และ 5.7 ตามลำดับ ส่วนความคิดเห็นเกี่ยวกับพฤติกรรมของพรรคการเมืองที่จะเป็นนอมินีพรรคไทยรักไทยเดิม นอกเหนือจากพรรคพลังประชาชน พบว่า ประชาชนร้อยละ 52.0 เห็นว่าพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา เป็นพรรคที่มีพฤติกรรมเป็นนอมินีของพรรค ไทยรักไทย เดิมมากที่สุด รองลงมา เป็นพรรคชาติไทย พรรคมัชฌิมาธิปไตย และพรรคเพื่อแผ่นดิน คิดเป็นร้อยละ 41.9 34.2 และ 22.6 ตามลำดับ
ความคิดเห็นเกี่ยวกับระยะเวลาที่คาดว่ารัฐบาลชุดใหม่สามารถบริหารประเทศได้นานที่สุดเป็นเวลา 1-2 ปี คิดเป็นร้อยละ 37.5 รองลงมา คาดว่าสามารถบริหารได้นานถึง 2-3 ปี และครบวาระ 4 ปี คิดเป็นร้อยละ 33.2 และ 20.0 ตามลำดับ

ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการเมืองไทย
1.ต้องการเห็นพรรคการเมือง ร่วมมือกันพัฒนาประเทศ อย่างจริงจัง (7 คน)
2.มีผู้นำที่บริหารประเทศ อย่างซื่อสัตย์และเห็นแก่ประเทศโดยรวม (3 คน)
3.ประชาชนไม่ขายเสียง เพื่อผลประโยชน์เพียงเล็กน้อย (2 คน)

เห็นด้วยน่ะท่าน

Posted on 29/11/2007 at 14:56 by โจโฉ
ก่อนอื่นต้องขอแนะนำตัวก่อนน่ะครับ เรียกผมว่า "โจโฉ" ก็แล้วกันครับ
การทำงานการเมืองแต่ไหนแต่ไรมาไม่ว่าจะกี่ปีผ่าน ในทุกพื้นที่ก็เห็นว่าแต่จะแตกต่างกันในเรื่องการได้มาซึ่ง สส. นั้นว่าเขตนี้เลือกบุลคล เขตนี้เลือกพรรค แต่ถ้ามองลงไปแล้วในก็จะเห็นว่าที่สุดก็จะเลือกกันแบบบุลคลก็อยู่ดี เช่นว่าถ้าเลือก พรรคนี้อะไรๆก็ดีแต่คนที่ลงในเขตเอาคนที่ไม่ได้มีความรู้หรือเจ้าพ่อมาลงถามว่าจะกล้าเลือกกันหรือเปล่า ก็ไม่แน่นว่าจะได้เลือกเป็น สส.
แต่ที่แน่นๆในเขตที่บอกว่ามีคนมีความรู้เต็มบ้านเต็มเมืองใหญ่โต เสียงดัง ช่างเลือก เก่งมากมายกว่าคนอื่น ถึงเวลาต้องไปเลือกตั้งกลับออกมาใช้เสียงกันไม่เท่าไร ต้องให้ขอร้อง ให้เข็น พอได้ใครมาไม่ชอบไม่ถูกใจก็ออกมาโวยวายซะงั้น จะเลือกจะทำอะไรก็ตามกระแสไม่มีความคิดเป็นของตนเอง เป็นอย่างนี้ขอเป็นคนที่ไม่มีความรู้มากมาย แต่มี ประชาธิปไตร เต็มใจดีกว่า ไปเลือกตั้งกัน

ประมวลภาพในหลวงกับพระสุปฏิปันโน

Posted on 30/11/2007 at 11:12 by Anonymous
ลองเข้าไปที่นี่ดูสิครับ หาดูยากนะครับ ผมชอบมากๆเลยอะ
ประมวลภาพในหลวงกับพระสุปฏิปันโน

http://www.oknation.net/blog/e4g6/2007/11/28/entry-2

Last Page | Page 12 of 17 | Next Page

Links

- Home
- My Profile
- Archives
MCOT Public Company Limited. All rights Reserved.2004
Contact Us Tel:02-201-6000 webmaster@mcot.net Tel: 02-201-6145
Powered by Computer Department of MCOT.