มอร์แกนที่เกาะเหลา...ผมขออาศัยแผ่นดินไทยอยู่จนตายแม้จะไม่มีกิน...

Posted on 2/4/2008 at 09:26

วันนี้ขอพูดถึงมอร์แกนเกาะเหลาครับ

หลายคนอาจเคยได้ยินข่าวมอร์แกนหลายรูปแบบโดยเฉพาะช่วงสึนามิ เช่นมอร์แกนได้รับความช่วยเหลือมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีหรือที่อยู่มอร์แกนเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวแวะเวียนมาเที่ยวชม แต่นั่นคงหมายมอร์แกนที่หมู่เกาะสุรินทร์ไม่ใช่มอร์แกนที่เกาะเหลา

บ้านมอร์แกนที่เกาะเหลา จ.ระนอง

ผมมีโอกาสไปทำสกู๊ปมอร์แกนที่เกาะเหลาไม่น่าเชื่อครับทั้งที่อยู่ห่างจากตัวเมืองระนองนั่งเรือไปไม่ถึง15 นาทีแต่พวกเขากลับมีความเป็นอยู่ที่ยากลำบากทั้งสภาพบ้านที่อยู่อาศัยและการทำมาหากิน ที่เราได้ยินว่ามอร์แกนไปดำปลิงที่หมู่เกาะนิโคบาร์แล้วถูกจับก็ที่นี่ละครับ

 

ผู้หญิงชาวมอร์แกน ตกเย็นจะมานั่งขุดหาหอยไปกินเพื่อประทังชีวิต

เด็กๆก็ช่วยพ่อแม่ด้วย

นั่งคุยกับชาวบ้าน

ได้มีโอกาสนั่งคุยกับแตลอยและยาหลุง 2 มอร์แกนที่เป็นเพื่อนรักกัน ยาหลุงโชคร้ายเพระไปดำไม่กี่ครั้งก็ต้องถูกนำช็อตทำให้ทุกวันนี้ต้องเดินไม่สะดวกและปัสสาวะไม่ค่อยออก ส่วนแตลอยยังคงออกดำปลิงเพราะไม่มีอาชีพอื่น

แตลอย(คนนั่งกางเกงแดง)กำลังออกเรือ

แตลอยบอกผมว่า ถ้ามีเครื่องมือทำมาหากินประมงได้เช่นอวน ลอบก็คงทำไม่มีใครอยากไปเสี่ยงตาย วันพรุ่งนี้แตลอยจะออกเรือไปดำปลิงอีกครั้งกว่าจะได้กลับมาพบหน้าลูกเมียก็อีก 20 วัน เรานั่งคุยกันจนตะวันลับขอบฟ้า ก่อนจะแยกย้ายไปนอนทำภารกิจส่วนตัวแตลอยบอกผมว่า

เขาเกิดที่นี่ ที่ที่เรียกว่าแผ่นดินไทย พวกเขาขออาศัยแผ่นดินไทยอยู่จนวันตายแม้พวกเขาจะไม่มีกินก็ตาม...

ปล.ขอให้แตลอยกลับบ้านโดยสวัสดิภาพ

ฝรั่งยึดไทยเป็นเมืองขึ้นอีกครั้ง...แผ่นดินไทยไทยไม่มีสิทธิ์เดิน!

Posted on 2/3/2008 at 18:32

ห่างหายจากบล็อกไปนานกลับมารายงานตัวและมีเรื่องราวที่น่าสนใจเล่าให้ฟังครับ

เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า หากใครสนใจเรื่องภาวะโลกร้อนหรือทรัพยากรธรรมชาติเช่นป่าไม้ของไทย ลองฟังทางนี้ครับ

ผมลงมาทำข่าวในพื้นที่ฝั่งอันดามันตอนแรกก็หาประเด็นทำไปเรื่อยๆ หลายคนอาจคิดว่าเรื่อง การท่องเที่ยวใน

พื้นที่อันดามันเป็นเรื่องที่น่าสนใจก็ใช่อยู่ครับ แต่ที่น่าสนใจมากไปกว่านั้นคือเรื่องการบุกรุกทำลายป่าชายเลน

เพื่อเอาพื้นที่ไปทำบ้านพักตากอากาศหรือรีสอร์ท ส่วนใหญ่ก็เป็นนายทุนต่างชาติหรือไม่ก็นายทุนไทยที่

ไปกว้านซื้อที่แล้วเอาไปขายต่อ เอกสารสิทธิ์หลายแปลง บินมาแบบที่เขาว่ากันล่ะครับ ส่วนใหญ่เป็นสค.1

จากที่อื่นที่เมื่อผมมานั่งดูก็พบข้อสังเกตุที่ผิดปกติมากมาย

 

คำถามก็คือว่า ระหว่างที่ภาครัฐกำลังส่งเสริมเรื่องการท่องเที่ยวหรือคิดว่ารายได้จากการท่องเที่ยวสำคัญที่สุด

ที่จะช่วยคำจุนประเทศนี้  อีกด้านหนึ่งนายทุนต่างชาติหรือนายทุนไทยทีไปชักจูงต่างชาติเข้ามาก็โหน

กระแสทำให้เกิดการบุกรุกทำลายป่าทุกวิถีทางเพื่อเอามาทำรีสอร์ทบ้านพัก 2 เรื่องนี้หลายคนอาจ

บอกว่าไม่เกี่ยวข้องกัน แต่ทว่า ท้ายที่สุดมีใครจะรู้หรือไม่ว่า เงินที่นายทุนต่างชาติเอามาลงทำกิจการต่างๆ

ถูกนำออกไปนอกประเทศไปหลายรายแล้ว  โดยโหนกระแสเรื่องการท่องเที่ยวที่ว่า

 

ล่าสุดที่ผมเห็นคือที่บ้านป่าคลอกที่มีการยึดพื้นที่อ่าวยามู ชายหาดของชาวบ้านที่อยู่กันมาหลายชั่วอายุคน

 นายทุนสามารถยึดเนินเขาลูกย่อมๆพร้อมทั้งปิดทางสาธารณะได้ทำให้ชาวบ้านไม่มีที่จอดเรือหรือทางลง

ชายหาด แม้แต่ผมจะเข้าไปทำข่าวยังต้องหาทางหลอกล่อ หากบอกว่าเข้าไปทำเรื่องการยึดชายหาด

นายทุนคงไม่ยอมให้เข้าไปอย่างแน่นอน เรื่องราวเช่นที่ว่า ทำให้ผมนึกสะท้อนใจขึ้นมา

" เชื่อหรือไม่ครับ ฝรั่งกำลังมายึดเมืองไทยเป็นเมืองขึ้นอีกครั้ง(ด้วยเงิน) และตอนนี้มีแผ่นดินไทย

ที่คนไทยเข้าไปเหยียบไม่ได้ เกิดขึ้นแล้ว!

 

ของขวัญมือสอง ...ช่วยน้องวันเด็ก(ไร้สัญชาติ)

Posted on 2/1/2008 at 21:06

วันเด็กเวียนมาบรรจบอีกแล้วครับในปีนี้ ผมขอพูดถึงเด็กๆหน่อยนะครับ

เด็กๆที่ผมอยากจะพูดถึงเป็นเด็กไร้สัญชาติครับ ผมเพิ่งติดตามทำข่าวเกี่ยวกับเด็กไร้สัญชาติมาปีหรือ 2 ปีนี้เอง ให้ความสนใจเพราะเห็นข่าวนี้บ่อยทุกปี และดูเหมือนว่าปัญหาของเด็กเหล่านี้นับวันจะแก้ยากและมีจำนวนมากขึ้นทุกปี

แต่เริ่มมีข่าวดีครับหลังจากที่หลายหน่วยงานที่เห็นความสำคัญและพยายามเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะเรื่องพรบ.สัญชาติที่มีการแก้ไขซึ่งผ่านสภาไปแล้ว และขณะนี้กำลังรอการประกาศในราชกิจจานุเบกษาอยู่ และหากได้รับการประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว เด็กๆไร้สัญชาติใน 8 จังหวัดภาคเหนือจะได้รับสัญชาติครับ

งานวันเด็กไร้สัญชาติปีนี้จัดขึ้นหลายที่ครับเช่นที่สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ที่อำเภอแม่จัน จ.เชียงราย ส่วนเรื่องที่อยากให้ช่วยกันคือการซื้อของขวัญมือสองให้กับเด็กๆบนดอยสูงของมูลนิธิกระจกเงาไม่ว่าจะเป้นผ้าห่ม เสื้อผ้า ฯลฯ สนใจติดต่อที่หมายเลขนี้ครับ โทร. 053-737412-3 ต่อ  23  หรือ 089-7717357  เขากำลังรวบรวมของขวัญสำหรับเด็กๆอยู่ครับ


ข่าวลือสึนามิ....?

Posted on 20/12/2007 at 21:42

ช่วงนี้ผมมาเตรียมทำข่าวเลือกตั้งที่ภูเก็ตครับ ใครที่สนใจข่าวเลือกตั้งอย่าลืมติดตามโมเดิร์นไนน์ตลอดทั้งวันได้ในวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้ แต่เรื่องที่ผมอยากเล่าคือเรื่องของ ผู้ทีได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ธรณีพิบัติภัยสึนามิที่ผมไปสัมภาษณ์มาก่อนจะออกอากาศในวันรำลึกครบรอบ 3 ปีในวันที่ 26 ธันวาคมนี้ครับ

ผมได้มีโอกาสเขาไปพบกับชาวบ้านครอบครัวบุตรราช ที่อาศัยอยู่ที่บ้านน้ำเค็ม จังหวัดพังงา หลายคนคงคุ้นชื่อหมู่บ้านนี้เป็นอย่างดี เป็นหมู่บ้านที่ชาวบ้านได้รับผลกระทบมากที่สุดหมู่บ้านหนึ่ง ผมเดินไปตามหมู่บ้านนำเค็มและบังเอิญไปพบกับผู้ชายคนหนึ่งนั่งทอดสายตาออกไปที่ท้องทะเลหลังบ้าน ผมเข้าไปทักทายและได้พูดคุยกับเขา พี่บุญจันทร์ บุตรราช พี่บุญจันทร์เล่าใฟ้ผมฟังทันทีที่ผมถามถึงเหตุการณ์เมื่อ 3 ปีที่แล้วที่ ตัวเขาเองและภรรยารวมทั้งแม่และญาติอีกหลายคนต้องประสบกับสึนามิในเช้าวันที่ 26 ธันวาคม  พี่บุญจันทร์ชี้ให้ดูร่องรอยบาดแผลบนใบหน้าจากการถูกของแข็งอย่างหนึ่งระหว่างถูกคลื่นซัดและต้องพักรักษาตัวนานนับเดือน ขณะที่ จิดารัตน์ ภรรยาก็ถูกคลื่นซัดไปไกลและต้องลอยคออยู่ถึง 7 ชั่วโมง

ทั้งสองคนต้องเสียแม่ พี่สาวและลูกครับ แต่ทั้งหมดก็ยังปักหลักอยู่ที่บ้านนำเค็มเพราะอาชีพประมงที่ทำกันมาหลายสิบปี พี่บุญจันทร์บอกผมว่า  ทุกวันนี้สภาพจิตใจยังยำแย่แต่ก็ต้องต่อสู้ต่อไปครับ เวลาที่มีข่าวแผ่นดินไหวหรือมีข่าวลือทุกคนก็จะหวาดกลัว เหมือนกับคราวนี้ที่มีข่าวว่ามีหมอดูทักว่าจะมีสึนามิวันที่ 23 ซึ่งตรงกับวันเลือกตั้ง พี่บุญจันทร์บอกว่า คงต้องอพยพออกไปอยู่ข้างนอกก่อนสักวันหนึ่ง แล้วค่อยกลับมา ซึ่งเหมือนกับชาวบ้านอีกหลายครอบครัวที่ตอบเหมือนกัน

ชีวิตของครอบครัวบุตรราชทุกวันนี้ฝากไว้กับข่าวสารจากสื่อต่างๆ ในขณะที่ความมั่นใจเรื่องหอเตือนภัยที่ติดอยู่ที่บ้านน้ำเค็ม พี่จิดารัตน์ แฟนพี่บุญจันทร์ก็บอกว่า ในการซ้อมหนีภัยที่ผ่านมาไม่ได้ยิน เรื่องเหล่านี้ผมคิดว่าน่าจะเป็นหน้าที่ของภาครัฐที่จะต้องเร่งฟื้นฟูจิตใจและสร้างความเชื่อมั่นให้กับชาวบ้านที่ยังคงหวาดกลัวอยู่ครับ ก่อนจากกันผมหันมาลาพี่บุญจันทร์และได้แต่นึกอยู่ในใจว่า แม้เวลาจะล่วงเลยไปนานเท่าใด ความทรงจำที่เลวร้ายไม่เคยห่างหายไปจากจิตใจของพี่บุญจันทร์และครอบครัว วันนี้พวกเขายังมีชีวิตอยู่ พวกเขาขอเพียงความมั่นใจกับชีวิตที่เหลืออยู่เท่านั้น ....

บัตรประจำตัวประชาชนห้าร้อย?

Posted on 13/12/2007 at 09:22

 

         ข่าวการขึ้นค่าทำบัตรประจำตัวประชาชนหรือที่เรามักเรียกกันสั้นๆว่าบัตรประชาชนนั้น ทำให้หลายคนวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนัก ว่ามันแพงเเกินไป ขณะที่เรื่องนี้ทำให้ผมนึกถึงข่าวที่เคยไปทำอยู่หลายครั้งเกี่ยวกับเรื่องของสัญชาติที่มีหลายกรณีที่ผู้ที่ควรจะได้รับสัญชาติไทยแต่กลับไม่ได้รับ ใครที่สนใจเรื่องนี้ก็สามารถติดตามในเวปไซด์ของอาจารย์แหววได้ ที่www.archanwell.org

           สิ่งที่ผมเจอคือคนเหล่านี้พยายามเรียกร้องสิทธิ์ของตนเองเพือ่ให้ได้เป็นคนไทย โดยบางคนต้องใช้เวลาเกือบทั้งชีวิตก็ว่าได้ เพราะเงื่อนไขของพวกเขาคือความยากจนและไม่มีเงินที่จะไปต่อสู้หรือจ้างทนายเพื่อให้ได้สิทธิ์สัญชาติไทย ข่าวที่เกิดขึ้นจึงทำให้ผมคิดว่า นอกจากคนเหล่านี้จะต้องต่อสู้กับส่ิงที่ผมว่าแล้ว พวกเขายังจะต้องหาเงินมาเพื่อทำบัตรประชาชนหากได้รับความเป็นคนไทยแล้ว เงินห้าร้อยอาจไม่มีความหมายสำหรับคนบางคน แต่สำหรับพวกเขาแล้วผมว่าไม่ง่าย

            ที่สำคัญ  ในเมื่อเราเกิดมาเป็นคนไทยแล้วทำไมต้องหาเงินมาจ่ายสิ่งที่จะยืนยันถึงความเป็นคนไทยด้วย

ศูนย์ข่าวอันดามัน...โมเดิร์นไนน์

Posted on 11/12/2007 at 21:24

มีข่าวจะบอกชาวบล็อกครับ

อสมท.โดยท่านผู้อำนวยการอสมท.วสันต์ ภัยหลีกลี้ มีนโยบายให้เปิดศูนย์ข่าวโมเดิร์นไนน์ในฝั่งพื้นที่อันดามันเพื่อรองรับข่าวสารที่เกิดขึ้นเนื่องจากเห็นว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่เศรษฐกิจการท่องเที่ยวที่สำคัญครับอีกทั้งยังมีเหตุการณ์และสถานการณ์เกิดขึ้นบ่อยครั้งด้วยเช่นสึนามิหรือเครื่องบินตกที่ผ่านมา จริงๆแล้วศูนย์นี้อสมท.มีโครงการที่จะเปิดมานานแล้ว แต่ติดอุปสรรคบางประการทำให้ต้องเลือนออกไป แต่ทว่าในที่สุดก็พร้อมแล้วครับ

ศูนย์นี้จะเปิดรองรับการเลือกตั้งที่จะถึงนี้ครับ ผมได้อาสาลงไปดูแลศูนย์นี้ครับ ใครที่อยู่ในพื้นที่หรือไม่ใช่แต่มีข่าวสารดีๆหรือปัญหาต่างๆที่ต้องการให้อสมท.มีการนำเสนอเพื่อแก้ไข บอกผ่านศูนย์ข่าวอันดามันโมเดิร์นไนน์ได้ครับ

 ปล.ถึงผู้โพสต์คำไม่สุภาพด่าทอมาถึงผมมาก่อนหน้านี้ ฝ่ายดูแลระบบไอทีทราบแล้วว่า เป็นคนในอสมท.เนื่องจากคุณใช้เครื่องในฝ่ายข่าวและใช้ในเวลา 21.30 น.ของวันอาทิตย์ซึ่งมีผู้มาทำงานไม่กี่คน เร็วๆนี้จะทราบตัวบุคคล  ขอย้ำอีกครั้งว่าบล็อกและเวบไซด์ของอสมท.คือสื่อสาธารณะ  การแสดงความเห็นข้อความเป็นประโยชน์กับประชาชน หากไม่พอใจผมเป็นการส่วนตัว ควรใช้สติไม่ใช่การแอบหรือเหมือนคนไม่ได้รับการศึกษาและมาพูดคุยกัน

อาลัยพี่มด(วนิดา)

Posted on 6/12/2007 at 21:38

 

 

ขออนุญาติเขียนเรื่องของพี่มด วนิดา ตันติวิทยาพิทักษ์ หลังทราบข่าวพี่มดเสียชีวิตช่วงบ่ายที่ผ่านมา ผมเป็นนักข่าวที่ทำข่าวชาวบ้านและรู้จักพี่มดครั้งแรกเมื่อการทำข่าวชาวบ้านชุมนุมประท้วงการสร้างเขื่อนปากมูล ปี 2538  ผู้หญิงตัวเล็กๆร่างกายบอบบาง ใส่แว่น ยืนบนเวทีไฮปาร์คทำให้ผมประทับใจในการต่อสู้ตั้งแต่แวบแรกที่เห็น ไม่น่าเชื่อว่า ผู้หญิงที่อยู่แถวหน้ากับการต่อสู้กับเพื่อปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและวิถีชีวิตของชาวบ้านจะมีให้พบเห็นบ่อยหนัก แต่พี่มดคือหนึ่งในจำนวนนั้น ที่หาญกล้ัาจะต้่อสู้กับส่ิงที่ไม่ถูกต้อง

 ตอลดระยะเวลาของการต่อสู้เพื่อสังคมที่ยุติธรรมของพี่มด ผมมีโอกาสพบกับพี่มดหลายต่อหลายครั้งในหลายเวที ครั้งแล้วครั้งเล่าที่ผมต้องสัมภาษณ์พี่มด ผมเข้าใจว่าร่างกายที่อ่อนล้า คงไม่เท่าจิตใจที่บอบช้ำของพี่มดที่ต้องต่อสู้ท่ามกลางอิทธิพลมืดและนโยบายจากภาคระฐที่ไม่เคยให้ความยุติธรรมกับชาวบ้านหรือได้มาด้วยการร้องขอครั้งแล้วครั้งเล่า  วันนี้พี่มดได้พักผอ่นกำลังใจทุกดวงและผมหวังให้พี่ไปสู่สุคติ หลังจากต้องเหฯ้ดเหนื่อยมานานแสนนาน ที่เหลือคือ พลังของคนรุ่นต่อไปที่จะต่อสู้เพื่อความยุติธรรมให้เกิดกับสังคมนี้ต่อไป

  ...วนิดา ...แกร่งกล้าต่อสู้เพื่อชาวบ้าน

วันวานเธอดูมีพลังและแววตาที่เด็ดเดี่ยว

วันนี้ที่เธอจากไปเพียงผู้เดียว

แต่เสมือนผู้ทุกข์ยากนับแสนขาดหลักยึดเหนี่ยวอีกต่อไป

...อาลัยวนิดาในวันจาก

ขอคาราวะดวงวิญญาณด้วยความเคารพ

 

เรื่องของคนหูหนวกที่เหลือเชื่อ?

Posted on 30/11/2007 at 11:19

ได้มีโอกาสไปทำสกู๊ปข่าวเรื่องของคนหูหนวกที่เราอาจพบเห็นอยู่เป็นประจำว่าทำงานได้หลายประเภททั้งขายของหรืออีกหลายอย่าง แต่ที่ผมไปพบมาต้องบอกว่าเป็นความสามารถที่หลายคนอาจนึกไม่ถึงคือ คนหูหนวกที่เป็นทีมโปรดักชั่นเฮ้าส์ ผลิตสารคดีเพื่อคนหูหนวกและคนหูดีได้รับชมและเข้าใจโลกของคนหูหนวกมากขึ้น ผมทึ่งมากๆครับทั้งความพยายามของพวกเขาที่ต้องบอกว่าไม่ง่ายเลยในการถ่ายภาพเขียนสคริปฯลฯสำหรับคนหูหนวกแต่พวกเขาทำได้และได้ดีกว่าทีมข่าวบางทีมด้วยซ้ำไป เยี่ยมจริงๆกลุ่มนี้ชื่อว่า  My sign ครับ ได้รับเงินสนับสนุนจากคริสเตียนเฉลี่ยแล้วไม่กี่พันบาทต่อเดือน นอกจากผลิตสารดคีแล้วเขายังรับจ้างทำงานสารคดีหรืองานพรีเซนต์ต่างๆด้วยครับ อยู่กันที่เชียงใหม่อยากให้ช่วยกันครับ บริจากเงินสนับสนุนก็ได้ ที่คุณวรพล เป็นผู้อำนวยการโครงการ 053-399244-46

น้องๆคนหูหนวกออกไปถ่ายงาน

 

เรื่องของสิทธิมนุษยชนสากล

Posted on 23/11/2007 at 21:11

ได้ยินข่าวเรื่องบ้านเลขที่ 111 ที่เพื่อนนักข่าวไปทำข่าวมารู้สึกงงอยู่เหมือนกันครับเพราะนักการเมืองสังกัดบ้านเลขที่ 111 ไปร้องทั้งยูเอ็นและกับศ.เสนห์ จามริก ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ทำให้ผมนึกย้อนหลังเมือ่ครั้งนักการเมืองกลุ่มนี้เป็นรัฐบาล ต้องขออนุญาติเพราะที่ผ่านมาผมทำข่าวที่เกี่ยวข้องกับสิทธิชุมชนและสิทธิมนุษยชนเยอะมาก ทั้งเรื่องสิทธิชุมชน สิทธิของพลเมือง ของเด็ก ของประชาชนใน3 จังหวัดภาคใต้  ขณะที่คณะกรรมการสิทธิฯเคยบอกกับผมว่ามีเรื่องเป็นพันเรื่องที่คณะกรรมการสิทธิฯสรุปส่งให้รัฐบาลแต่ก็ไม่เคยดำเนินการ แต่เมื่อถึงคราวของนักการเมืองโดนเองบ้างกลับเรียกหาองค์กรสิทธิมนุษยชนเป็นที่พึ่ง ทำให้ผมสงสัยเป็นอย่างยิ่งว่าอะไรดลใจให้คนกลุ่มนี้นึกถึงองค์กรสิทธิมนุษยชนขึ้นมา ทั้งนี้ส่ิงที่ผมเขียนไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นว่า พวกเขาควรได้รับสิทธิ์ทางการเมืองหรือไม่ หรือการห้ามของกกต.ถูกต้องหรือไม่อย่างไร เพียงเพราะผมได้เห็นพฤติกรรมแล้วชวนให้นึกถึงชาวบ้านตาดำๆเท่านั้น

 

ปล.จำได้ว่าครั้งหนึ่งเคยมีคนพูดว่า ยูเอ็นไม่ใช่... กรณีการฆ่าตัดตอนเรื่องยาเสพติด ไม่รู้จำผิดหรือเปล่า ?

ทำข่าวเด็กเพื่อเด็กหรือเพื่อ...?

Posted on 21/11/2007 at 21:03

         ขอบคุณมากครับสำหรับกำลังใจและติชมทั้งหมด รางวัลข่าวที่ผมได้รับเมื่อวานนี้คือรางวัลข่าวและสารคดีเชิงข่าวส่งเสริมสิทธิเด็กประจำปี 2550 มีชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า The best child right reporting award ครับ ประกวดกันมาหลายปีแล้ว แต่อย่างที่ผมบอกกับสื่อไป การทำข่าวไม่ว่าจะเป็นข่าวที่เกี่ยวข้องกับเด็กหรือเกี่ยวข้องกับบุคคลสาธารณทั่วไป หน้าที่ของสื่อคือการตีแผ่ความจริงเรื่องราวให้ประชาชนได้รับทราบและเป็นผู้ตัดสิน ส่วนรางวัลที่ให้กับสื่อไม่ว่าจะเป็นรางวัลของสถาบันอิศรา-ยูนิเซฟหรือรางวัลแสงชัย สุนทรวัฒน์ ผมถือว่าเป็นผลพลอยได้และกำลังใจให้กับคนทำข่าวอย่างผมให้มีแรงทำงานต่อไปครับ
ที่ผมอยากจะย้ำคือ เรื่องข่าวที่เกี่ยวข้องกับเด็กครับว่า เด็กควรจะได้รับการนำเสนอข่าววด้วยความระมัดระวังโดยเฉพาะการไม่ละเมิดสิทธิเด็กเสียเองของสื่อ และการทำข่าวเด็กก็เพื่อเด็กครับ บางครั้งกลลวงของสังคมก็ทำให้เด็กตกเป็นเครื่องมือให้กับผู้ใหญ่บ้านคนที่ต้องการขายหน้าตาออกสื่อ ผมเขียนบทความเรื่องนี้ไว้ในหนังสือที่ข่าวว่า “ทำข่าวเด็กอย่างไร...”ของสถาบันอิศราที่จัดทำขึ้นเผยแพร่ เข้าใจว่าคงจะมีวางจำหน่ายด้วย ใครที่สนใจลองหาดูหรือถามจากสถาบันอิสราได้นะครับ
ปล.สำหรับผลงานทั้ง 2 ชิ้นขอนุญาตที่จะสอบถามผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีก่อนว่าจะเอามาลงในBlog ได้หรือไม่อย่างไร

  

 

 

 

รักประเทศไทยไปเลือกตั้ง

Posted on 20/11/2007 at 21:18
ขออนุญาติแนะนำตัวก่อนครับ
ผมชื่อนิพนธ ตั้งแสงประทีป เรียกชื่อเล่นว่า”ตี้”ก็ได้ครับ  รู้สึกดีที่มีบล็อกไว้สื่อสารกับแฟนของอสมท.ในทุกเครือข่ายทั้งวิทยุ โทรทัศน์ เวบไซด์ ปกติแล้วงานประจำที่ผมทำอยู่ที่อสมท.ทำข่าวที่เป็นสกู๊ปทั้งโทรทัศน์และวิทยุครับ แต่จริงๆก็ชอบงานเขียนเพราะรู้สึกว่าสามารถถ่ายทอดความรู้สึกต่างๆออกมาได้มากกว่า (เมื่อปี 2544 ผมเคยพ็อเกตบุ๊คมาแล้วชื่อ “ข่าวตกขอบ”
 นอกจากงานผลิตข่าวโทรทัศน์และวิทยุแล้ว ผมจัดรายการวิทยุทางเอฟเอ็ม100.5 วันเสาร์คือรายการ 100.5 อุษาคเนย์เกี่ยวกับแวดวงศิลวัฒนะรรมประเพณีของประเทศเพ่อนบ้านเราเวลา 10.00-11.00 น.ครับ ส่วนอีกรายการคือ วีคอนวาไรตี้ช่วงเวลา 17.00-18.00 น.สถานีเดียกันครับใครสนใจก็เปิดฟังได้
 จริงๆงานล่าสุดคือการไปประเทศพม่ามาช่วงที่เกิดสถานการณ์การชุมนุมประท้วงอยากเล่าให้คนได้ฟังกันนานแล้วแต่เอาไว้ฉบับหนาแล้วกัน ใครอยากรู้คอยติดตามนะครับ
ปล.ยินดีรับฟังความคิดเห็นหรือประเด็นที่น่สนใจเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชนเพื่อนำเสนอในรายการวิทยุทั้งการสัมภาษณืหรือบอกต่อและทำเป็นสกู๊ปนะครับ…อย่าลืม 23 ธันวาไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งด้วยนะครับ

Links

- Home
- My Profile
- Archives
MCOT Public Company Limited. All rights Reserved.2004
Contact Us Tel:02-201-6000 webmaster@mcot.net Tel: 02-201-6145
Powered by Computer Department of MCOT.