ทำไมถึงต้องเป็นเรา?
บันทึกของ.......ทำไมถึงต้องเป็นเรา?
เช้าวันหนึ่ง(๒๓ พ.ค.๓๕)ในช่วงแสงแดดอ่อนๆรำไรทอดผ่านตัวผมไป เป็นเช้าอีกวันหนึ่งที่อากาศดูแจ่มใสหลังจากสายฝนได้ชำระกองเลือดและคราบน้ำตาบนถนนราชดำเนินออกไป..... ผมนั่งดูรถและผู้คนที่วิ่งวนผ่านไปมาคันแล้วคันเล่าทุกอย่างกลับเข้าสู่ภาวะปกติอีกครั้ง หลังเหตุการณ์เข่นฆ่ากันของคนไทยด้วยกันผ่านพ้นไป ไม่มีใครสนใจผมหรือหันมามองแม้แต่น้อยทั้งที่ก่อนหน้านี้ทุกคนบอกว่าผมคือ "ศูนย์รวมของการต่อสู้"
ผมนั่งนึกย้อนดูถึงความหลังก่อนหน้าเหตุการณ์พฤษภา คือเดือนตุลา ตอนนั้นก็เป็นอีกครั้งที่ผมอยู่ท่ามกลางนิสิตนักศึกษาประชาชนผู้คนเรือนแสน หลังการรบราฆ่าฟันกันเองของคนไทยด้วยกัน ทุกอย่างก็ผ่านไป..... ครั้งนั้นหลังเหตุการณ์ทุกคนก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นชีวิตยังดำเนินต่อไป ใครตายก็ตายไป ใครอยู่ก็ทำมาหากินต่อไป มีเพียงภาพประวัติศาสตร์การต่อสู้กับเผด็จการที่เป็นชัยชนะที่อยู่ในความทรงจำ ทุกคนภูมิใจกับประชาธิปไตยที่ได้มา
มาถึงวันนี้วันที่มีผู้คนมาชุมนุมเรียกร้องขับไล่รัฐบาลและระบอบ... วันที่มีรัฐบาล วันที่มีฝ่ายค้าน ผมยังคงยืนอยุที่เดิมแม้ผมจะยังไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการชุมนุมหรือเป็นศูนย์รวมของการต่อสู้เช่นในอดีต แต่ชื่อของผมก็ถูกหยิบยกไปพูด เท้าความถึงในอดีตและปัจจุบันอยู่เสมอ
ทุกๆครั้งของเหตุการณ์ที่ผ่านมา ผู้คนชอบตบแต่งเปลี่ยนผม มากบ้างน้อยบ้างจนบางครั้งเองผมก็จำตัวเองไม่ได้เหมือนกัน บางครั้งก็อดนึกไม่ได้ว่าผมเป็นกระโถนหรือเปล่า หรือผมทำผิดอะไรนักหนาถึงได้บอกว่าผมต้องเปลี่ยนแปลง ผมเป็นต้นเหตุ บางฝ่ายก็ยืนหยัดต่อสู้เพื่อผม ทำให้วันนี้ผมอดคิดและนึกถึงเพลงๆหนึ่งในอดีตที่ร้องว่า ....ทำไมถึงต้องเป็นเรา
ผมเริ่มเหนื่อยแล้ว...ขอผมพักสักนิดได้ไหม อย่าเอาผมไปยุ่งเกี่ยวหรือโทษว่าผมเป็นต้นเหตุเลย ผมเชื่อว่าในโลกแห่งอารยะที่ทุกคนมีจิตใจใฝ่ดีไม่ทำร้ายซึ่งกันและกันเอื้ออาทรต่อกัน ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน...ไม่มีผมพวกคุณก็อยู่กันได้
ปล.เชื่อว่าผมคงถูกเปลี่ยแปลงไปอีกครั้งแล้วครั้งเล่าจนว่าผมจะตายไปจากความทรงจำของคนไทยหรือโลกนี้ดับสูญไป
ลงชื่อ ....รัฐธรรมนูญ(๒๔๗๕...๒๕๕๐)...
