กฎหมายใหม่เริ่มใช้แล้วนะครับ

Posted on 3/5/2008 at 09:32

สวัสดีครับ

ไม่ได้พูดคุยกันซะนาน พบกันครั้งนี้ผมมีเรื่องมาบอกกล่าว เป็นกฎหมายใกล้ตัวที่ควรต้องรู้และใส่ใจไว้ครับ 

ฉบับแรกคือ พ.ร.บ.จราจรทางบก ห้ามใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับรถ ในขณะรถเคลื่อนที่ เว้นแต่ใช้อุปกรณ์เสริม มีผลบังคับ

ใช้ในวันที่ 8 พฤษภาคมนี้นะครับ  

ผู้ฝ่าฝืนมีโทษปรับตั้งแต่ 400 - 1,000 บาท

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

พระราชบัญญัติ
จราจรทางบก(ฉบับที่ ๘)
พ.ศ. ๒๕๕๑
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๓๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๑

เป็นปีที่ ๖๓ ในรัชกาลปัจจุบัน

                     

            พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯให้ประกาศว่า
            โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยจราจรทางบก

           พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลซึ่งมาตรา ๒๙ประกอบกับมาตรา๔๑
           ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

           จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ดังต่อไปนี้

           มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๕๑”
           มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
           มาตรา ๓ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น (๙) ของมาตรา ๔๓ แห่งพระราชบัญญัติจราจร ทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒
          “(๙) ในขณะใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ เว้นแต่การใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่โดยใช้อุปกรณ์เสริมสำหรับการสนทนา
           โดยผู้ขับขี่ไม่ต้องถือหรือจับโทรศัพท์เคลื่อนที่นั้น”
          มาตรา ๔ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๕๗ แห่งพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒
          ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๓๕ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
         “มาตรา ๑๕๗ ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๓๕ มาตรา ๔๓ (๓) (๔) (๖) (๗)
          หรือ (๙) มาตรา ๔๕ มาตรา ๔๖ มาตรา ๔๗ มาตรา ๔๘ มาตรา ๕๓ มาตรา ๖๕ วรรคหนึ่งหรือมาตรา ๑๒๕
          ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่สี่ร้อยบาทถึงหนึ่งพันบาท”


         ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
         พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์
         นายกรัฐมนตรี


         หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ปัจจุบัน ผู้ขับขี่ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่  ในขณะขับรถ
         เป็นสาเหตุหนึ่งที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุทางถนนและก่อให้เกิดอันตรายแก่ชีวิต ร่างกายและทรัพย์สินของบุคคล
         สมควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ เพื่อกำหนดห้ามผู้ขับขี่ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ในขณะขับรถ
         เว้นแต่ในกรณีการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่โดยใช้อุปกรณ์เสริมสำหรับการสนทนา โดยผู้ขับขี่ไม่ต้องถือหรือจับโทรศัพท์เคลื่อนที่นั้น
         จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
       ประกาศราชกิจจานุเบกษาแล้วเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2551 มีผลใช้เมื่อพ้น 90 วันนับจากประกาศ (8 พ.ค. 2551) กฎหมายฉบับนี้

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

นอกจากนี้ยังมีกฎหมายที่บังคับให้ผู้ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ต้องสวมหมวกนิรภัยออกมาบังคับใช้ด้วยนะครับ

จากที่ก่อนหน้านี้เป็นเพียงแค่ระเบียบ ไม่มีโทษทางกฎหมายในการจับปรับ

ความจริงกฎหมายเรื่องนี้บังคับใช้มาตั้งแต่เดือนธันวาคมปีที่แล้ว แต่ดูเหมือนว่าจะมีคนรู้มากกว่าคนไม่รู้ 

ผมเลยนำมาบอกกล่าวกันไว้ จะได้ไม่ทำผิดกฎหมาย 

เพราะหากใครที่นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์แล้วไม่สวมหมวกกันน็อก ถูกปรับได้ทันที อัตราโทษไม่เกิน 500 บาท 

ส่วนคนขี่หนักกว่าครับ เพราะต้องถูกปรับเป็น 2 เท่าของคนซ้อนท้าย  

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

สุดท้ายเป็นกฎหมายที่คุณผู้ชายทั้งหลายต้องใส่ใจที่สุดครับ นั่นคือ พ.ร.บ.ความรุนแรงในครอบครัว

จะมีผลในวันที่ 8 พฤษภาคมนี้ พร้อมกับกฎหมายห้ามใช้มือถือขณะขับขี่รถ

เนื้อหาใจความที่สำคัญข้อหนึ่ง คือการคุ้มครองความรุนแรงของคู่สมรสทั้งทางร่างกายและทางจิตใจ

นั้่นหมายความว่าถ้าคุณสามีทั้งหลายแอบไปมีก๊กหรือมีเมียน้อย ฝ่ายภรรยาแจ้งความดำเนินคดีได้นะครับ

เพราะถือว่าได้รับความกระทบกระเทือนทางจิตใจ มีโทษทั้งจำทั้งปรับซะด้วย

แต่ต้องขออภัยจริงๆครับผมจำอัตราโทษไม่ได้ และไม่อยากรู้ด้วยว่าโทษรุนแรงขนาดไหน

ใครอยากรู้ลองทำผิดดูเอาเองละกันนะครับ เพราะผมคงเป็นหนูทดลองให้ไม่ได้

มันขัดกับนิสัยส่วนตัวที่เป็นคนรักเสียงเพลงและธรรมชาติ รักครอบครัว เกลียดการดูถูกเหยียดหยาม

และไม่รังเกียจคนจนครับ

แต่ไม่เป็นไร แม้จะไม่รู้บทลงโทษ แต่ผมมีวิธีป้องกันครับ ท่องคาถานี้ให้ขึ้นใจ รับรองได้ผลชะงัดนัก

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------  

                                                                  คาถาบูชาเมีย

รักเมียต้องอดทน ต้องเป็นคนเคารพเมีย

รักเมียต้องส่งเสีย อย่าให้เมียต้องสงสัย

รักเมียต้องรักเดียว อย่าได้เที่ยวไปรักใคร

รักเมียต้องทำใจ ถึงอย่างไรเธอก็เมีย


รักเมียอย่าขี้เหล้า ถ้าเมียเหงาเราจะเสีย

รักเมียอย่าอ่อนเพลีย คนรักเมียต้องเข็งแรง

รักเมียอย่าเที่ยวดึก จะเกิดคึกผิดสำแดง

รักเมียอย่ารุนแรง ค่อยๆแซงอย่าขับไว


รักเมียต้องยอมเมีย เพราะว่าเมียไม่ยอมใคร

รักเมียต้องเข้าใจ ไม่มีใครใหญ่กว่าเมีย

รักเมียอย่าเถียงเมีย คำพูดเมียใหญ่กว่าใคร

ชาติหน้ามีฉันใด จงจำไว้อย่ามีเมีย !
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ได้ผลไม่ได้ผลอย่างไรส่งข้อความกลับมาคุยกันบ้างนะครับ 
ขอให้ทุกท่านโชคดี   
 สวัสดีครับ

ข้อก.มใหม่ของครอบครัวครอบคลุมกรณีพ.น.งอวุโสใช้อาวุธปืนที่เก็บไว้ที่โต๊ะทำงานยิงเมีย

Posted on 7/5/2008 at 14:07 by Anonymous
อยากทราบว่าแล้วครอบคลุมกรณีพ.น.งวิศวกรอวุโสของอสมท ใช้อาวุธปืนยิงภรรยาตัวเอง เมื่อภรรยาจับได้ว่า เป็นกิ๊กกับเด็ก outsource ด้วยหรือไม่ค่ะ และทางบริษัทอสมท มีนโยบายปกป้องพนักงานผู้กระทำผิดแค่ไหน กรณีนี้กระสุนเข้าจุดสำคัญ พักรักษาตัวที่โรงพยาบาลพระราม9 เกือบ 1 เดือน แล้วดูเหมือนวัฒนธรรมองค์กรนี้เห็นว่าผู้ชายที่มีเมียแล้วอยู่กินมาเกือบ 5 ปี มีกิ๊กเป็นเรื่องธรรมชาติ จริยธรรมในตัวบุคคลหายไป ทำให้น่ากลัวถึงจริยะรรมในงานที่จะออกมานะค่ะ รวมถึงความรุนแรงของพ.น.งที่กระทำต่อภรรยา น่ากลัว ในการอยู่รวมกับส่วนรวม แต่ดูเหมือนทุกคนในแผนกจะช่วยกันปิดข่าว อย่างนี้ก้อสงสารภรรยาที่เหมือนโดนรังแก จากสามี และ จากองค์กรที่สามีทำงานอยู่ ความยุติธรรมจะมีให้หรือเปล่าค่ะ องค์กรจะเข้ามายุ่งในเรื่องนี้แค่ไหน หรือการที่องค์กรช่วยคนผิด มีผลทางกฎหมายหรือเปล่าค่ะ ถ้าผลพิสูตรออกมาท้ายสุดพ.น.งผู้นั้นผิดจริง เราสามารถเอาผิดกับผู้ที่ช่วยคนกระทำความผิดได้หรือเปล่าค่ะ อยากทราบช่วยตอบด้วยค่ะ

อยากทราบโทษของการมีกิ๊ก ช่วยหารายละเอียดให้ด้วยสิค่ะ

Posted on 7/5/2008 at 14:26 by Anonymous
กรณีผู้ชายกฎหมายลงโทษอย่างไรม และในองค์กรอสมทมีนโยบายตอบสนองกฎหมายาใหม่นี้อย่างไรค่ะ
กรณีผู้หญิงกฎหมายลงโทษอย่างไรม และในองค์กรอสมทมีนโยบายตอบสนองกฎหมายาใหม่นี้อย่างไรค่ะ

จริยธรรมเริ่มขึ้นในครอบครัว ส่งผลต่อสังคมการทำงาน ส่งผลต่อการทำงาน ส่งผลต่อประเทศชาติ
คนเราบางครั้งสังคมต้องช่วยดูแล ยับยังสำหรับยุคคลที่ไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจ
เปรียบเทียบกับสังคมโลกที่เจริญแล้ว เช่น อเมริกา หากมีกรณีเช่นนี้และผู้บังคับบัญชาทราบต้องโดน ตรวจสอบวินัย มีการพากทันท์ หากร้ายแรงถึงให้ออกถือว่าเป็นโทษหนัก

ฝากเรื่องนี้ถึงท่านผู้อำนวยการใหญ่ อสมท ด้วยค่ะ
ในบทบรรษัทภิบาลการควบคุมดูแลห.น.ง ด้านจริยธรรม และวินัย
ขอบคุณค่ะ

รอคำตอบค่ะ

Posted on 13/5/2008 at 14:38 by ภรรยาพ.น.ง อสมท
ไม่เห็นเข้ามาตอบสะทีค่ะ เรื่องพรบ ความรุนแรงในครอบครัวกรณี สามีแอบไปมีกิ๊ก
เราต้องไปแจ้งความดำเนินคดีที่ส.น หรือค่ะ หรือต้องให้ทนายส่งฟ้องทางแพ่งค่ะ
ขอราละเอียดหน่อยสิค่ะ เพื่อจะได้ไปดำเนินการค่ะ

เงียมๆ

Posted on 15/5/2008 at 03:43 by งั่มๆ
มาตรา 4 ผู้ใดกระทำการอันเป็นความรุนแรงในครอบครัว ผู้นั้นกระทำผิดฐานกระทำความรุนแรงในครอบครัว ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ


Last Page | Page 1 of 7 | Next Page

Links

- Home
- My Profile
- Archives
MCOT Public Company Limited. All rights Reserved.2004
Contact Us Tel:02-201-6000 webmaster@mcot.net Tel: 02-201-6145
Powered by Computer Department of MCOT.