MCOT Public Company Limited.2008 MCOT.net News English News Modernine TV Modern Radio Variety M-Blog 9Entertain PR.MCOT

สงสัยมั้ย พระฉันภัตตาหารข้ามทวีปอย่างไร?

Posted on 16/3/2008 at 13:58

พระสงฆ์ คือ ภิกษุ ในพระพุทธศาสนา สาวกของพระพุทธเจ้า ผู้ซึ่งออกบวชตามพระพุทธเจ้า หลังจากได้ฟังคำสั่งสอนแล้วเกิดความเลื่อมใส ต้องการบรรลุธรรมตามพระพุทธเจ้าสั่งสอน ปฏิบัติตามธรรมและวินัย หรือ พระปาฏิโมกข์ 227 ข้อ  ซึ่งบางข้อฆราวาสก็จะคุ้นเคยกันดีเช่น การฉันภัตตาหาร เช้าและฉันภัตตาหารเพล แต่บางคนอาจจะสงสัยว่า เวลาที่พระสงฆ์เดินทางเผยแผ่ศาสนาต่างประเทศ จะมีปัญหากับการฉันเช้าและเพลหรือไม่?


ในเวลาพระสงฆ์เดินทางต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศไกลๆ ที่มีช่วงของเวลาที่แตกต่างกันในแต่ละทวีป ท่านฉันถัตตาหารอย่างไร?


ใน การเช็คอิน จะมีการจองที่นั่งไม่ให้ปนกับฆราวาส หากพระสงฆ์เดินทางเป็นคณะก็มีการจัดที่นั่งใกล้เคียงกัน

- สำหรับการฉันภัตตาหาร พระสงฆ์จะถามพนักงานบริการบนเครื่องบินก่อนว่าอาหารที่กำลังเสิร์ฟนั่นเป็นมื้อไหน เพราะบางครั้งก็จะไม่รู้เวลาจริงๆ เพราะเดินทางกันข้ามทวีปบางครั้ง ขึ้นเครื่องตอนรุ่งเช้า แต่อาหารที่เสิร์ฟบนเครื่องเป็นมื้อเย็น พระสงฆ์ก็จะไม่รับ เป็นต้น 
- การเดินทางของพระสงฆ์จะต้องใช้พาสปอร์ตและการขอวีซ่า เช่นเดียวกับฆราวาส แต่ก่อนที่พระสงฆ์จะเดินทางต้องได้รับอนุญาตจากมหาเถรสมาคมก่อน และในการขอวีซ่าก็จะต้องยื่นหลักทรัพย์เช่นเดียวกับฆราวาส แต่ส่วนใหญ่การเดินทางต่างประเทศของพระสงฆ์นั้นก็จะมีกิจของสงฆ์ที่ต้องไปปฏิบัติดังนั้น การขอวีซ่าก็จะมีพระผู้ใหญ่ ที่มีสมณศักดิ์สูงเซ็นรับรองให้

นอกจากพระสงฆ์ไทยจะจำวัดในประเทศไทยแล้ว ยังมี วัดไทยอยู่ทั่วโลก กว่า 100 แห่ง แต่สำหรับในประเทศที่ไม่มีวัดไทยตั้งอยู่ เวลาพระสงฆ์เดินทางไปก็จะสร้างความตื่นเต้นให้กับผู้คนในพื้นที่



ในคราวที่มีโอกาสติดตามคณะพระสงฆ์ไทยเยือน สาธารณรัฐอาหรับอียิปต์นั้น ทำให้ทราบว่าพระสงฆ์ต้องปรับตัวในเวลาอยู่ต่างแดนอย่างไร จึงได้เป็นเรื่องราวมาเล่าใน Blog นี้ หลังจากหายไปนานถึง 3 เดือน



ในการเดินทางเยือน สาธารณรัฐอาหรับอียิปต์  ครั้งนี้มีข่าวสารรายงานกลับมายังผู้อ่านข่าวบ้าง ดังนี้
- คณะสงฆ์ไทยเยือนอียิปต์พบผู้นำสูงสุดศาสนาอิสลามสานสัมพันธ์สองศาสนา
- คนไทยในอียิปต์แห่ร่วมงานทำบุญเลี้ยงพระครั้งแรก
- ช่างพลอยไทยในอียิปต์ เผยทำงานมา 10 ปียังไม่คิดกลับ รอเศรษฐกิจไทยฟื้น
- พระสงฆ์จากไทยสนทนาธรรมกับผู้นำศาสนาคริสต์ครั้งแรกที่อียิปต์
- คนไทยในอียิปต์และโอกาสทางธุรกิจ


และยังมีข่าวที่รอออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ โมเดิร์นไนน์ เกี่ยวกับการเดินทางของคณะสงฆ์ไทย ที่ สาธารณรัฐอาหรับอียิปต์ อ่าน Blog นี้แล้ว คอยติดตามชมข่าวนะคะ

ศรีสุดา วินิจวุวรรณ์
Sresuda Winitsuvan

 

ทานดินเนอร์แบบภูฏานกันค่ะ

Posted on 3/12/2007 at 15:04
ย้อนกลับไปเมื่อ พ.ศ. 2549 การเสด็จพระราชดำเนินของพระมหากษัตริย์จากประเทศขนาดเล็กซึ่งอยู่ทางทวีปเอเชียใต้ ชื่อว่า ภูฏาน เพื่อร่วมในพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ในประเทศไทย จากการเสด็จพระราชดำเนินครั้งนั้น ทำให้ประชาชนชาวไทยต่างสนใจในประเทศภูฏานมากขึ้น แม้ว่าจะมีบางคนที่ไม่เคยได้ยินประเทศนี้มาก่อนด้วยซ้ำ แต่ด้วยความโดดเด่นของ สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก ทำให้ภูฏานเป็นอีก 1 ประเทศที่คนไทยรู้จักและอยากรู้จักมากขึ้น

มีโอกาสได้พบกับชาวภูฏาน และได้รายงานข่าวที่เกี่ยวข้องกับชาวภูฏานหลายครั้ง ทำให้ทราบว่า ประเทศเล็กๆ ซึ่งมีประมาณ 700,000 คน แต่ชาวภูฏานเป็นคนคุณภาพ สามารถสื่อสารได้ 2 ภาษาคือ ภาษาฌงฆะ และ ภาษาอังกฤษ อังกฤษถือเป็นภาษาหลักที่ใช้ในโรงเรียน และถือเป็นภาคบังคับที่ทุกคนต้องเรียน

อย่างไรก็ดี หากค้นคว้าข้อมูลประเทศนี้ด้วยการกรอกคำว่า "Bhutan" ลงในเว็บค้นข้อมูลอย่าง Google จะพบข้อมูลของภูฏานถึง 85 ล้านข้อความ และหากค้นคว้าจาก เว็บไซต์สารานุกรม บอกไว้ว่า พระธรรมราชาองค์แรกของภูฏาน ลี้ภัยมาจากทิเบต และพยายามจะแยกตัวภูฏานอยู่อย่างโดดเดี่ยว แต่ก็ถูกรุกรานจากประเทศเพื่อนบ้านโดยเฉพาะทิเบตอยู่หลายครั้งในช่วงพุทธศตวรรษที่ 22 ถึง 23 ในระยะต่อมาก็ยังถูกรุกรานโดยอังกฤษซึ่งมีอำนาจอยู่ในอินเดียก่อนที่จะได้เจรจาสงบศึกกัน ในปี พ.ศ. 2453 ซึ่งก็อาจจะเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ชาวภูฏานสามารถใช้ภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดี และ ด้วยการพูดภาษาอังกฤษนั่นเองจึงทำให้เราสามารถหาข้อมูลของประเทศนี้ได้ง่ายในอินเทอร์เน็ต

ภาพจาก National Geographic


คุณเชื่อหรือไม่ว่า!! ภูฏานนั้นขายไฟฟ้าให้กับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อนำเงินมาใช้จ่ายในประเทศ แต่สินค้าหลักก็ยังเป็นสินค้าการเกษตร ซึ่งชาวภูฏาน จะไม่หรูหรา หรือ ฟุ่มเฟย ความอยู่ดีมีสุขของประชาชน เป็นสิ่งสำคัญมากกว่า การร่ำรวยเงินทอง

ภูฏานเพิ่งเปิดประเทศให้ประชาชนภายนอกเข้าเยี่ยมชมไม่นานนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เคยเดินทางไปที่ภูฏานสมัยยังดำรงตำแหน่ง ซึ่งนับว่าเป็นการเดินทางไปภูฏานอย่างเป็นทางการครั้งแรกของประเทศไทย มีเครื่องบินบินจากไทยไปภุฏานเพียงวันละ 1 เที่ยวเท่านั้น


ข้อมูลใน วิกิพีเดีย กล่าวไว้ว่า " ประเทศภูฏาน เป็นประเทศที่ประกาศว่า จะไม่สนใจ GDP (GDP - Gross Domestic Product หรือ ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ) แต่จะสนใจ GDH แทน (GDH - Gross Domestic Happiness หรือ ความสุขรวมภายในประเทศ)"

 

วัฒนธรรมของชาวภูฏานนับว่าใกล้เคียงกับประเทศต่างๆในแถบเอเชีย ชาวบ้านภูฏานจะรับประทานอาหารกับพื้น เช่นเดียวกับคนไทยในสมัยก่อน จะไม่เห็นชาวภูฏานรับประทานอาหารบนโต๊ะ เหมือนกับโต๊ะอาหารของชาวตะวันตก ดังนั้นการเสริฟอาหารของชาวภูฏานนั้น ผู้เสิร์ฟ จะต้องให้บริการด้วยท่าทางที่ก้มต่ำ

และในปีหน้านี้จะมีงานใหญ่ที่ชาวภูฏานคือพระราชพิธีราชาภิเษก สมเด็จพระราชา ธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก


ในภาพนี้เป็นอาหารพื้นเมืองของชาวภูฏาน ดื่มน้ำจากกระบอกไม้ไผ่, ทานข้าวในกระทงใบตอง, เสื้อผ้าเป็นผ้าทอเอง สำหรับผู้ชายเรียกว่า โฆ  ส่วน ผู้หญิงเรียกว่า ฆีระ

เรียกว่าอะไรก็ไม่ทราบรสชาดหวานๆ เค็มๆ

นี่ก็อีกอย่างที่ไม่ทราบแต่คล้ายสาหร่าย



 

รับประทานออร์เดิร์ฟกันก่อนนะค่ะ

ผักรวมทอดกรอบคะ

 

เตรียมสถานที่สำหรับดินเนอร์คืนนี้...

แขกมาร่วมงานแต่งกายประจำชาติ

 

ภาพทั้งหมดนี้ได้มาจากงานประชุมนานาชาติที่จัดขึ้นที่ประเทศไทยเรียนว่างาน ประชุมระดับนานาชาติ เรื่อง ความสุขมวลรวมประชาชาติ นำแนวคิด ความสุขมวลรวมประชาชาติ หรือ GNH (Gross National Happiness) นับเป็นเพียงประเทศเดียวในโลก ซึ่งหากลองพิจารณากันดีๆ แล้ว จะใกล้เคียงกับคำที่พ่อหลวงของไทยท่านตรัสไว้ให้เราอยู่อย่าง "เศรษฐกิจพอเพียง"

รักในหลวง จังคะ

ศรีสุดา

วันเพ็ญเดือนนี้คุณใช้กระทงอะไรกันบ้างค่ะ...

Posted on 24/11/2007 at 22:36

วันเพ็ญเดือนนี้คุณใช้กระทงอะไรกันบ้างค่ะ

คำถามง่ายๆแบบนี้หวังว่าคุณผู้อ่านคงจะตอบกันได้สบายใช่มั้ยค่ะ แต่ไม่มี รางวัลให้สำหรับผู้ตอบถูกหรอกนะค่ะ มีแต่เกร็ดความรู้ที่ได้จากการรายงานข่าวเทศกาลลอยกระทงในปีนี้มาฝากแทนคะ 

โมเดิร์นไนน์รายงานข่าวเทศกาลวันลอยกระทงจากหลายแห่งด้วยกัน วันนี้ตื่นตี 5 เพื่อออกไปตลาดดอกไม้ที่ปากคลองตลาดคะ จากนั้นก็ไปต่อที่ท่าพระจันทร์ และ ได้แวะไปที่สวนสัตว์เขาดิน พอได้เวลาประมาณ 10 โมงเช้าก็นำข่าวไปรวมที่จุดรายงานสดที่สวนสันติชัยปราการ มีคุณเกียรติยา ธรรมวิภัชน์ ผู้ประกาศคนสวยเตรียมตัวไปรายงานสดตั้งแต่เช้าเช่นกัน

หลังจากหาข่าวมากว่าครึ่งวันจนเกิดความคิดว่าถ่ายรูปกระทงที่ทำจากวัสดุต่างๆมาฝากแฟน Blog ดีกว่า ปีนี้มีการนำกรวยไอศครีม มาดัดแปลงเป็นกระทงด้วย แถมด้วยพรีเซนเตอร์น้อยคนนี้ มีหลากหลายสี

กระทงกรวยไอศครีม
ใบละ 50 บาท



 


กระทงใบยางแห้ง 250 บ.

กระทงกระดาษสา 50 บ.

กระทงขนมปัง 40 - 50 บ.

กระทงกระดาษมันสำปะหลัง ย่อยสลายใน 30 นาที
139 บ.


ยังคะยังไม่เพียงเท่านี้ ยังมีประเภทของแปลกให้ชมกันอีกนะค่ะ ประเภทกระทงกินได้เอาออกมาจากเตาร้อน หรือประเภทกระทงให้โชค อย่างเช่นกระทงล็อตตารี่  คุณอาจจะโชคดีถ้าคนขายนำล็อตตารี่  ที่ยังไม่ออกมาทำกระทงให้คุณ

กระทงเบอร์เกอร์รี่ 40 บ.
อบร้อนๆ มาวางขาย กินได้นะค่ะเนี่ย....งำ งำ งำ

ใครโชคดีได้รางวัลที่ 1 เอาไปเลยคะ ใบละ 50 บ.

กระทงทางมะพร้าว

กระทงทำจากกระดาษ
หลากสีสัน


ระหว่างที่ขายกระทงไปด้วย คนขายก็ผลิตไปด้วยในเวลาเดียวกัน เพราะกระทงปีนี้เน้นวัสดุเป็นมิตรกับธรรมชาติ เพราะฉะนั้นก็จะเป็นวัสดุธรรมชาติสดซะส่วนใหญ่ หากทำก่อนล่วงหน้าก็อาจจะเสียของได้ มานั่งทำกันตรงนี้แหละ ดูวัสดุและมือทำกระทงแล้ว แหม!! คนไทยเรานี่ฝีมือการประดิษฐ์สวยงามนี่ไม่เป็นรองใครเลยค่ะ

หยวกกล้วย วัสดุสำคัญ

มือขยันมาช่วยกันปัก

นี่สวยได้ด้วยทางมะพร้าว


เล่ามาถึงบรรยากาศการรายงานาสดแล้วจะไม่โชว์เบื้องหลังการทำงานก็จะหาว่าไม่ใช่ ศรีสุดา ตัวจริง ฮ่าๆๆ มาดู ผู้ประกาศคนสวยของเรา คุณเกียรติยา ธรรมวิภัชน์  และ ผู้ควบคุมข่าว คุณจันทร์แรม สัมพันธ์วิวัฒน์ และ ช่างภาพคนเก่ง พี่ต้น ชินวัตร นิจผล

เบื้องหลัง...ช่างภาพ

ผู้ควบคุม...มาควบคุมจริงๆ!!

เราจะเดินชูกระทง
ดีมั้ยคะพี่ต้น?


ส่วนสกู๊ปข่าวตอนที่ถ่ายภาพเบื้องหลังมาให้ดูนั้นออกอากาศไปวันที่ 24 พ.ย. เวลา 17.00 น. หาดูได้ที่นี่เลยคะ
" ข่าวกระทงทำจากวัสดุต่างๆ "

ลอยกระทงปีนี้คุณลอยอะไรไปกับกระทงกันบ้างคะ ขอให้ลอยความทุกข์ผ่านพ้นไปแล้วเตรียมรับกับปีใหม่ที่จะก้าวเข้ามา รับสิ่งดีๆ กันถ้วนหน้านะค่ะ




สวัสดีวันลอยกระทงคะ
ศรีสุดา (ต่าย)

โรงเรียนสอนภาษาที่อังกฤษ...

Posted on 21/11/2007 at 15:35

สวัสดีเช้าวันพุธ

วันนี้จะไปสื่อข่าวการลงนามถวายพระพรสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ที่โรงพยาบาลศิริราช และ จะไปต่อที่งานสีสันแห่งสายน้ำ มหกรรมลอยกระทง ที่หอประชุมกองทัพเรือ ซึ่งมีถ่ายทอดสดทางโมเดิร์นไนน์ ติดตามชมได้นะค่ะ

หลายๆ คนอาจจะสนใจ และอยากรู้ว่าที่อังกฤษเค้าเรียน และ สอนภาษาอังกฤษกันอย่างไร ถือโอกาสนี้ถ่ายทอดให้ทราบผ่าน Blog แต่ก็ถ่ายทอดให้ได้เฉพาะในส่วนที่ตัวเองมีประสบการณ์เท่านั้นนะค่ะ แต่ก็จะพยายามคะ

หาข้อมูลโรงเรียนจากอินเทอร์เน็ต และ ไปตามงานนิทรรศการ แต่สุดท้ายก็มาลงเอยที่นี่ ELT

Janny เป็นครูคนแรกที่ในลอนดอน Janny อายุ 25 ปี จบการศึกษาด้านพลานามัย และเป็น Sport woman  แต่ก่อนมาสอนภาษา Janny ต้องสอบเพื่อจะมาเป็นครูสอนก่อนจึงจะสอนได้ Janny รับหน้าที่สอนภาษาให้กับที่ห้อง ซึ่งประกอบด้วยนักเรียนจากหลายชาติ อาทิ จีน, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, โมร็อคโก, อิตาลี, ฝรั่งเศส ,เช็ครีพลับบิค, ชาวโปแลนด์ และ ตุรกี เป็นต้น Janny นับเป็นคนที่มีความตั้งใจสอนและพยายามเตรียมการสอนทุกวัน จนทำให้รู้สึกตื่นเต้นทุกเช้า ที่จะต้องมาเรียน เพราะจะได้พบกับคุณครู Janny โดย Janny สอนแบบให้นักเรียนมีส่วนร่วมภาพนี้พวกเรากำลังผลัดกันสอนหลัก Grammar คะ สนุกสนานมากๆ เลย



เพื่อนๆ ที่มาเรียนภาษาในโรงเรียนแห่งนี้ มีวัตถุประสงค์การเรียนต่างกันไป นักเรียนชาวจีนส่วนใหญ่อายุยังน้อย และมาเรียนเพียง 3 เดือน เพื่อเตรียมเข้ามหาวิทยาลัยในอังกฤษ  ส่วนนักเรียนเกาหลีบางคนอยู่มาเป็นปีแล้ว ทำงานไปด้วยอย่างหนุ่มหล่อ Teykan  ทำงานพิเศษร้านพิซซ่า , สาวญี่ปุ่น Momo ทำงานร้านอาหารของคนอังกฤษ ซึ่งมีหัวหน้ากุ๊กเป็นคนไทยที่เกิดที่อังกฤษ จนกลายเป็นแฟนกัน ขณะนี้ทั้งคู่ซื้อบ้านอยู่ที่ลอนดอน เรียบร้อยแล้ว :-)

Teykan

Momo

การเรียนภาษาที่อังกฤษจะมีการสอบวัดระดับ หรือสอบประเมินระดับภาษากันทุก 3 เดือน และก็จะเป็นโอกาสเปลี่ยนครูไปด้วย บางครั้งได้ครูคนเดิม บางครั้งก็เปลี่ยนครูใหม่ ซึ่งตรงนี้เลยทำให้รู้ว่า จริงๆ แล้ว สถานที่เรียนไม่สำคัญเท่ากับครูผู้สอน หากเจอครูดี ตั้งใจสอน และขยัยทำการบ้านเตรียมการสอน ก็ดีไป แต่หากเจอครูที่สอนน่าเบื่อ ไม่มีเทคนิกและยังสอนจากการเปิดหนังสืออย่างเดียวหละก็เซ็งแย่เลยคะ ซึ่ง เจอมาแล้วทุกรูปแบบคะ ถ้าเจอครูน่าเบื่อ มันพาลทำให้ไม่อยากไปโรงเรียน หากครูน่าเบื่อสอนช่วงหน้าหนาวพอดีหละก็ ยิ่งทำให้ขี้เกียจเข้าไปใหญ่เลย

James...ครูคนที่ 2 (คนนี้ขยันมาก)


ช่วงเรียนก็มีโอกาสได้สังสรรค์กับเพื่อนๆ บ้าง ทำให้รู้ว่าชาวอังกฤษชอบนักชอบหนากับการออกไปนั่งดื่มนอกบ้าน ขอให้ได้ออกไปเถอะ ไม่มีเทศกาลว่าต้องเป็นวันศุกร์เย็นอย่างเดียว แต่ถ้าเป็นเย็นวันศุกร์ กับเสาร์ร้านจะแน่นเป็นพิเศษ

ปาร์ตี้ใกล้บ้าน... หน้าพิพิธภันฑ์ กับสาวโปแลนด์ กลุ่มห่านในแม่น้ำย่านริชม่อน

สำหรับตอนเรียนภาษาที่อังกฤษ ขอจบลงเท่านี้เพราะเกรงผู้อ่านจะเบื่อเสียก่อน แล้วจะหาโอกาสนำเรื่องบางเรื่องที่น่าสนใจจาก อังกฤษ และยุโรป มาฝากใรคราวต่อๆ ไป

ในห้องส่งรายการวิทยุที่ BBC งาน Nottinghill carnival หน้าสถานีรถไฟใต้ดินใกล้บ้าน

ภาพเหงาๆ วันหิมะตกที่สวนใกล้บ้าน


ศรีสุดา (ต่าย)

เบื้องหลังการรายงานข่าวติดตามพระอาการประชวร ที่ศิริราช

Posted on 19/11/2007 at 09:52

สวัสดีวันจันทร์คะ ...

วันนี้มี เรื่องเล่าจากข้างเตียง มาฝากค่ะ....จริงๆ แล้ว ไม่ได้ไปอยู่ข้างเตียงจริงๆ หรอกนะคะ เพียงแค่ไปเฝ้าติดตามรายงานข่าวพระอาการประชวร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ที่โรงพยาบาลศิริราช ช่วงเดือนตุลาคม ที่ผ่านมา นับเป็นมงคลแก่ตัวเองและครอบครัวคะ ถือว่าชีวิตการเป็นนักข่าว ( แม้ว่าผลงานการทำข่าวจะไม่เฉียบคม ลึก แน่นไปด้วยเนื้อหา เช่นเดียวกับพี่ๆ นักข่าวคนอื่นๆ แต่ก็พยายามนะคะ  อิอิ เรียนคะแนนความเห็นใจคะ )

ครั้งแรกที่ได้รับมอบหมายงานให้ไปเฝ้ารายงานข่าวก็ยังนึกไม่ออกว่าจะรายงานข่าวอะไรกลับมาได้บ้าง หรือจะรายงานอะไรได้มากน้อยแค่ไหน อีกทั้งยังเกร็งด้วยการเรียบเรียงเนื้อหา และคำศัพท์ข่าวต่างๆ เริ่มงานโดยการตื่นเช้าประมาณ 5.00 น.เพื่อมาพร้อมกันกับทีมข่าวที่สถานีประมาณ 6.00 น. และรายงานข่าววิทยุสำหรับข่าววิทยุ อสมท ต้นชั่วโมง เบรกแรก 8.00 น.ถ้าสามารถหาข่าวมารายงานได้

ข่าวแรกของแต่ละวันก็จะเป็นข่าววิทยุ เพราะสามารถสรุปได้เร็ว และไม่ต้องอาศัยภาพ ขอเพียงเขียนข่าวเพื่อให้เหมาะกับสื่อวิทยุคือเพื่อให้คนฟังข่าวเป็นภาพ ซึ่งก็จะไปเดินแถวๆ พระราชานุสาวรีย์มหิตลาธิเบศอดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก เพราะตรงจุดนั้นจะมีประชาชนมาเฝ้ารอติดตามพระอาการแต่เช้า และบางคนก็นอนค้างในโรงพยาบาล ซึ่งเป็นจุดแรกที่พอจะหาข่าวได้

........ บางวันไปพบกับกลุ่มผู้สูงอายุที่มาจากต่างจังหวัด แต่ละคนพกบัตรติดหน้าอกที่มีทั้งชื่อ และเบอร์โทรศัพท์ติดต่อกลับ เพราะคุณลุง คุณป้ามา กลัวว่าจะพลัดหลงทาง

.........บางวันก็พบกับผู้พิการแขนขา ที่ทราบข่าวก็มาเฝ้าติดตามพระอาการ ซึ่งแบบนี้ก็สามารถส่งเป็นข่าวในช่วงเช้าไปก่อนได้

.........บางวันไม่มีข่าวอะไร ก็ทำตัวเป็นข่าวซะเอง!! เอ้ยไม่ใช่ ก็ไม่เป็นไรคะ รอสายๆ หน่อยก็จะมีข่าววิ่งมาหา นั่นคือ บรรดา ข้าราชการ หน่วยงานต่างๆ ที่มาถวายแจกันดอกไม้ และลงนามถวายพระพร



หลังจากรายงานข่าววิทยุแล้วก็มาถึงคราวข่าวโทรทัศน์ ซึ่งงานนี้ช่างภาพจะทำงานหนักมากกว่า เพราะสื่อโทรทัศน์ ภาพเป็นสิ่งสำคัญมากที่สุด ดั่งคำพูดที่ว่า "จะมีถ้อยคำสักกี่หมื่นคำ ก็ไม่เท่าภาพเพียงภาพเดียว"  น่าเสียดายที่ไม่ได้เก็บภาพถ่ายเบื้องหลังการทำงานของช่างภาพเอาไว้ สัญญาว่าหากออกไปทำข่าวครั้งต่อไปจะไม่ลืมเก็บภาพของช่างภาพ โมเดิร์นไนน์ มาฝากคะ

หากผู้อ่านติดตามข่าวพระอาการ มาโดยตลอดก็จะได้เห็นผลงานข่าวที่ผู้สื่อข่าวต่างเฝ้าติดตามรายงานมาให้ทราบ แต่ภาพด้านล่างนี้ เป็นภาพเบื้องหลังการทำงานค่ะ นี่เป็นโต๊ะที่เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังจัดไว้ให้คณะนักข่าวมารวมตัวกัน เพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบ แต่พอพวกเรามาทำงานกันหลายวันติดต่อกันมากขึ้น พวกเราก็เริ่มย้ายที่ทำงานมาที่โรงพยาบาลศิริราช ตั้งเป็นออฟฟิศ สาขาสอง กันเลยทีเดียว มีอุปกรณ์ครบครัน จนประชาชนบางคน สนใจการทำงานของกลุ่มนักข่าวไปด้วย ในภาพเป็นนักข่าวหนังสือพิมพ์, ช่างภาพ, นักข่าววิทยุ, โทรทัศน์ คละกันไปค่ะ

วันหนึ่งพี่สมนึก ช่างภาพ นสพ.ไทยรัฐ ทราบข่าวว่า จะมีปางช้างจากอยุธยามาถวายพระพรฯ ที่โรงพยาบาล พวกเราก็ตื่นเต้นกันใหญ่ และก็นึกว่าเอาหละสิ ช้างทั้งโขยงจะมาที่ศาลาศิริราช 100 ปีเลยหรือเปล่า .... แต่ท้ายที่สุดแล้วก็มีการจัดกิจกรรมช้างถวายพระพร ที่ด้านนอกโรงพยาบาลแทนค่ะ ดูจากภาพ ก็พอจะบอกได้ถึงความยิ่งใหญ่อลังการนะคะ


นอกจากนี้ก็ยังมีคณะบุคคลทะยอยเดินทางกันมาอย่างไม่ขาดสายทุกวัน

ปั่นจักรยานมาจากกาฬสินธุ์

นร.จากโรงเรียนสอนผู้พิการทางสมอง

น้องพิการทางสมองถวายพระพร


เฝ้าติดตามข่าวพระอาการประชวรติดต่อกันนาน บางครั้งรู้สึกผูกพันธุ์กับ เพื่อนๆ นักข่าวจากสำนักอื่นๆ, เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังที่ใจดีทุกท่าน, พี่ๆ พยาบาล, เจ้าหน้าที่ตรวจความปลอดภัยของถวาย, ประชาชนที่มาเฝ้าถวายพระพรบางคนที่พบกันทุกวัน เป็นต้น

ใน วันที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จพระราชดเนินออกจากโรงพยาบาล พวกเราทราบก่อนล่วงหน้าเพียง ครึ่ง วัน  ซึ่งก็ยังไม่สามารถรายงานเป็นข่าวได้เพราะต้องรอการประกาศจากทางสำนักพระราชวังอย่างเป็นทางการก่อน แต่พวกเราก็ต่างตื่นเต้น และในวันนั้นก็เลยเตรียมคิดประเด็นเสนอข่าว เพราะรู้ดีว่าวันรุ่งขึ้นจะต้องรายงานข่าวการเสด็จพระราชดำเนินกลับพระตำหนักสวนจิตลดารโหฐานแล้ว...

จึงคิดว่าจะไปทำเรื่องอะไรดี ก่อนที่ภาพประวัติศาสตร์ที่โรงพยาบาลศิริราชจำจบลง เพราะหากพระองค์เสด็จพระราชดำเนินกลับ ประชาชนที่มาคอยเฝ้าติดตามพระอาการประชวรก็จะโล่งใจที่พระองค์ท่านทรงหายพระอาการประชวรแล้ว จึงเดินสำรวจอีกนั่นแหละคะว่าจะหาประเด็นอะไรมาเสนอข่าวในเย็นวันสุดท้าย วันนั้นได้บ้าง จึงได้เลือกที่จะไปถามพี่ที่เป็นผู้แต่งเพลง "รอที่ศิริราช" คุณวรรณดี แก้วประดับ เป็นเพลงแหล่กลอน คุณวรรณดี ให้สัมภาษณ์ไป ร้องไห้ไป ด้วยความจงรักภักดี และซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ โดยระหว่างสัมภาษณ์ไปก็ลุ้นให้ผู้ คุณวรรณดีหยุด เพราะขณะถือไมค์ไปน้ำตาก็จะไหลไปด้วย

แล้ววันนั้นก็มาถึง......

7 พ.ย. 2550 วันที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินออกจากโรงพยาบาลศิริราช วันนั้นได้รับมอบหมายไปรอรายงานข่าวด้านหน้ากระทรวงศึกษาธิการ ได้ถ่ายภาพประชาชนที่เฝ้ารอรับเสด็จ ต่างกู่ร้องทรงพระเจริญ พร้อมกับน้ำตามคลอเบ้าด้วยความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ และปลาบปลื้มใจที่พระอาการของพระองค์ดีขึ้น





ก่อนที่เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังจะเก็บโต๊ะลงนามถวายพระพร พวกเรานักข่าวมาถ่ายภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึกว่าครั้งหนึ่งในชีวิต เคยถวายงานแม้จะไม่ได้ถวายโดยตรง ก็ตาม...

ทรงพระเจริญ
ศรีสุดา วินิจสุวรรณ์

ไปทำข่าว คนไทยเป็นโรคนิ้วล็อกมากที่สุดในโลก ได้มาจากงาน โรตารี่เฉลิมพระเกียรติ คะ

Posted on 18/11/2007 at 18:37

นายแพทย์วิชัย วิจิตรพรกุล แพทย์จากโรงพยาบาลเลิดสิน และ  ผู้คิดค้นการรักษาโรคนิ้วล็อก เทคนิกใหม่ ที่ไม่ต้องผ่าเปิดแผล เพียงแค่ฉีดยาชา แล้ว นำเหล็กที่ทันตแพทย์ รักษา เจาะเข้าไปขูดเข็มขัด และปลอกหุ้มเอ็น ข้างในที่เป็นสาเหตุให้ผู้ป่วย ปวดนิ้ว กางนิ้ว หรือ งอนิ้วไม่ได้ โดยใช้การรักษาเพียง ไม่กี่นาที หลังจากขูด ตามภาพ

โดยคุณหมอวิชัยให้การรักษาผู้ป่วยมาเกือบ 10,000 คนแล้ว ในช่วงเวลา 8 ปี จากเดิมการรักษาต้องผ่าตัดเปิดแผล เมื่อรักษาแล้วกว่าจะหายก็ใช้เวลามากกว่า 2 สัปดาห์ แต่ด้วยเทคนิกใหม่นี้ เพียง 1 สัปดาห์ก็หายเป็นปกติแล้วคะ คนไข้รายหนึ่งของคุณหมอ ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหน คุณอำพัน นิรันดร์กุล คุณแม่คนเก่งของพี่ปัญญา นิรันดร์กุล ก็เป็นโรคนี้และเป็นผู้ป่วยของคุณหมอวิชัย เช่นกัน รักษามาหลายนิ้วแล้วคะ สงสัยอาจจะเป็นเพราะใส่แหวนเพ็ชรเม็ดใหญ่ไปหน่อย เลยทำให้นิ้ล็อกได้

โรคนิ้วล็อกนี้เกิดได้กับทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย คะ หากคุณมีพฤติกรรมการหิ้วของ จับของ ถือของที่ผิดหลัก หรือแม้แต่คนใช้คอมพิวเตอร์ที่จับเมาส์เป็นเวลานานไม่มีการขยับข้อต่อ หรือเส้นเอ็น ก็มีโอกาสเป็นได้เช่นกันคะ

ปัจจุบันนี้แพทย์ไทยเก่งและรักษาด้วยเวลาเพียงสั้นๆ ไม่กี่นาทีก็เรียบร้อย เรียกได้ว่าขูดปุ๊ป ก็ขยับนิ้วได้ปั๊บ ยาชายังไม่ทันหมดฤทธิ์เลยคะ ลองสำรวจพฤติกรรมตัวเองอย่าถือของหนักด้วยนิ้วเพียงนิ้วเดียวนะคะ และหากมีอาการก็ไปพบแพทย์อย่าเก็บไว้นาน นอกจากจะทรมานตัวเองแล้ว ยังทำให้การรักษาต้องใช้เวลานานด้วยคะ

สามารถติดตามชมภาพข่าวสกู๊ปทางโมเดิร์นไนน์ ที่นี่ค่ะ และ อ่านข่าวได้ทาง news.mcot.net คะ

ศรีสุดา (ต่าย)

 


เพิ่งกลับมาจากงานแสดงพลุนานาชาติ เฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธ.ค. 2550 คะ

Posted on 16/11/2007 at 23:13

สวัสดีตอนดึกๆ สำหรับสมาชิกผู้อ่าน M Blog วันนี้มาดึกหน่อยคะ เพราะว่าเพิ่งกลับมาจากเมืองทองธานี สถานที่จัดงาน แสดงพลุนานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธ.ค.2550 ต้องขอบอกว่า ตื่นตา และอลังการมากสมกับการเฉลิมฉลองครั้งนี้คะ และทางผู้จัดงานยังเปิดโอกาสให้ผู้ชมร่วมโหวดพลุที่ชื่นชอบทาง SMS ด้วยนะคะ โดยมีการจัดแสดงพลุจาก 3 ประเทศ คือ ออสเตรเลีย, อิตาลี และ จีน โดยส่วนตัวชอบ การแสดงจากประเทศจีนคะ แต่ผู้อ่านอาจจะชอบการแสดงจากชาติอื่นก็ได้นะคะ เพราะฉะนั้น วันอาทิตย์ ที่18 พ.ย. นี้จะมีการจัดแสดงอีกรอบ คอบติดตามชมนะคะ มีการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ด้วยคะ

เสาร์นี้เป็นวันหยุดคะ แต่ได้รับเชิญให้ไปเป็นกรรมการตัดสินการแข่งขันเกมคอมพิวเตอร์ที่ ไอทีมอลล์ ฟอร์จูน โดยทางนิตยสารคอมพิวเตอร์ PC World จัดขึ้น หากว่าผู้อ่านท่านใดว่างไปเจอกันได้นะคะ 11.00 - 14.00 น. และ เวลา 21.00 น. พบกันอีกครั้งทาง fm 100.5 มีงานอบรม animation ดีๆ มาฝากคะ และผู้ฟังอาจจะเป็นผู้โชคดีได้ไปอบรมฟรีด้วยนะคะ ติดตามให้ได้นะคะ

ขอบคุณสำหรับคำแนะนำของแฟนๆ รายการ mcot.net รายการสนทนาไอที ทาง fm100.5 ที่ยังติดตามกันอยู่และยังเข้ามาติดตาม M Blog ด้วย ยังมี Blog ของท่านอื่นๆ ที่น่าสนใจ ก็ขอให้ท่านผู้อ่านทุกท่าน เข้ามาเป็นเพื่อนกันใน Blog นี้เป็นประจำนะคะ

ศรีสุดา (ต่าย)

ยินดีกับ MCOT โฉมใหม่ และ สวัสดีผู้อ่านทุกท่านคะ

Posted on 15/11/2007 at 17:26

สวัสดีคะ ท่านผู้อ่าน
ขอแสดงความยินดีกับผู้อ่านเว็บข่าว อสมท ที่จะได้ติดตามข่าวที่ทันสมัย ทันเหตุการณ์ ภายใต้หน้าเว็บไซต์ที่สวยงาม

วันนี้เป็นวันแรกที่แวะมาคุยกัน ก็ขอประเดิมด้วยข่าวที่ไปทำมาวันนี้ก็คือข่าวหุ่นยนต์โรงงานอุตสาหกรรมที่ไฮเทค ที่สุดในโลก MOTO MAN DA20 ที่เมื่อวันก่อนไปบุกถึงทำเนีบยรัฐบาล เพื่อเข้าพบกับท่านนายกรัฐมนตรี หากท่าผู้อ่านสนใจคลิกดูรูปภาพได้ใน Blog นี้ นะคะ และสามารถติดตามอ่านข่าวในเว็บข่าวของ MCOT หรือจะติดตามสกู๊ปน่ารักๆ ของเจ้าหุ่นยนต์ตัวนี้ได้ทาง โมเดิร์นไนน์ พรุ่งนี้(16 พ.ย.) เวลาข่าวเที่ยงคะ

ส่วนคืนนี้ อย่าพลาดฟังรายการ mcot.net ทางวิทยุ อสมท fm 100.5 เวลา 21.00 น. รายการเราได้เกาะติดเทคโนโลยีมากว่า 10 ปี และ ในเนื่องในวันนี้เป็นวันดีที่ อสมท จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวเว็บไซต์โฉมใหม่ และบริการใหม่ต่างๆ ทางรายการเราจึงได้รับเกียรติจาก คุณวสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.อสมท มาเป็นแขกรับเชิญ แฟนๆ รายการทั้งใหม่ และเก่า มาติดตามรับฟังได้ แต่หากพลาดก็ยังฟังย้อนหลังในรูปแบบ mp3 ได้ทางเว็บไซต์แห่งนี้เช่นกันคะ

สำหรับวันนี้ต้องลาไปก่อน เพราะว่ายังผลิตสกู๊ป น้องหุ่นยนต์ MOTO MAN ไม่เสร็จเลย :-)

สวัสดีคะ

ศรีสุดา (ต่าย)


Links

- Home
- My Profile
- Archives
MCOT Public Company Limited. All rights Reserved.2004
Contact Us Tel:02-201-6000 webmaster@mcot.net Tel: 02-201-6145
Powered by Computer Department of MCOT.