เบื้องหลังการรายงานข่าวติดตามพระอาการประชวร ที่ศิริราช
สวัสดีวันจันทร์คะ ...
วันนี้มี เรื่องเล่าจากข้างเตียง มาฝากค่ะ....จริงๆ แล้ว ไม่ได้ไปอยู่ข้างเตียงจริงๆ หรอกนะคะ เพียงแค่ไปเฝ้าติดตามรายงานข่าวพระอาการประชวร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ที่โรงพยาบาลศิริราช ช่วงเดือนตุลาคม ที่ผ่านมา นับเป็นมงคลแก่ตัวเองและครอบครัวคะ ถือว่าชีวิตการเป็นนักข่าว ( แม้ว่าผลงานการทำข่าวจะไม่เฉียบคม ลึก แน่นไปด้วยเนื้อหา เช่นเดียวกับพี่ๆ นักข่าวคนอื่นๆ แต่ก็พยายามนะคะ อิอิ เรียนคะแนนความเห็นใจคะ )
ครั้งแรกที่ได้รับมอบหมายงานให้ไปเฝ้ารายงานข่าวก็ยังนึกไม่ออกว่าจะรายงานข่าวอะไรกลับมาได้บ้าง หรือจะรายงานอะไรได้มากน้อยแค่ไหน อีกทั้งยังเกร็งด้วยการเรียบเรียงเนื้อหา และคำศัพท์ข่าวต่างๆ เริ่มงานโดยการตื่นเช้าประมาณ 5.00 น.เพื่อมาพร้อมกันกับทีมข่าวที่สถานีประมาณ 6.00 น. และรายงานข่าววิทยุสำหรับข่าววิทยุ อสมท ต้นชั่วโมง เบรกแรก 8.00 น.ถ้าสามารถหาข่าวมารายงานได้
ข่าวแรกของแต่ละวันก็จะเป็นข่าววิทยุ เพราะสามารถสรุปได้เร็ว และไม่ต้องอาศัยภาพ ขอเพียงเขียนข่าวเพื่อให้เหมาะกับสื่อวิทยุคือเพื่อให้คนฟังข่าวเป็นภาพ ซึ่งก็จะไปเดินแถวๆ พระราชานุสาวรีย์มหิตลาธิเบศอดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก เพราะตรงจุดนั้นจะมีประชาชนมาเฝ้ารอติดตามพระอาการแต่เช้า และบางคนก็นอนค้างในโรงพยาบาล ซึ่งเป็นจุดแรกที่พอจะหาข่าวได้
........ บางวันไปพบกับกลุ่มผู้สูงอายุที่มาจากต่างจังหวัด แต่ละคนพกบัตรติดหน้าอกที่มีทั้งชื่อ และเบอร์โทรศัพท์ติดต่อกลับ เพราะคุณลุง คุณป้ามา กลัวว่าจะพลัดหลงทาง
.........บางวันก็พบกับผู้พิการแขนขา ที่ทราบข่าวก็มาเฝ้าติดตามพระอาการ ซึ่งแบบนี้ก็สามารถส่งเป็นข่าวในช่วงเช้าไปก่อนได้
.........บางวันไม่มีข่าวอะไร ก็ทำตัวเป็นข่าวซะเอง!! เอ้ยไม่ใช่ ก็ไม่เป็นไรคะ รอสายๆ หน่อยก็จะมีข่าววิ่งมาหา นั่นคือ บรรดา ข้าราชการ หน่วยงานต่างๆ ที่มาถวายแจกันดอกไม้ และลงนามถวายพระพร
หลังจากรายงานข่าววิทยุแล้วก็มาถึงคราวข่าวโทรทัศน์ ซึ่งงานนี้ช่างภาพจะทำงานหนักมากกว่า เพราะสื่อโทรทัศน์ ภาพเป็นสิ่งสำคัญมากที่สุด ดั่งคำพูดที่ว่า "จะมีถ้อยคำสักกี่หมื่นคำ ก็ไม่เท่าภาพเพียงภาพเดียว" น่าเสียดายที่ไม่ได้เก็บภาพถ่ายเบื้องหลังการทำงานของช่างภาพเอาไว้ สัญญาว่าหากออกไปทำข่าวครั้งต่อไปจะไม่ลืมเก็บภาพของช่างภาพ โมเดิร์นไนน์ มาฝากคะ
หากผู้อ่านติดตามข่าวพระอาการ มาโดยตลอดก็จะได้เห็นผลงานข่าวที่ผู้สื่อข่าวต่างเฝ้าติดตามรายงานมาให้ทราบ แต่ภาพด้านล่างนี้ เป็นภาพเบื้องหลังการทำงานค่ะ นี่เป็นโต๊ะที่เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังจัดไว้ให้คณะนักข่าวมารวมตัวกัน เพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบ แต่พอพวกเรามาทำงานกันหลายวันติดต่อกันมากขึ้น พวกเราก็เริ่มย้ายที่ทำงานมาที่โรงพยาบาลศิริราช ตั้งเป็นออฟฟิศ สาขาสอง กันเลยทีเดียว มีอุปกรณ์ครบครัน จนประชาชนบางคน สนใจการทำงานของกลุ่มนักข่าวไปด้วย ในภาพเป็นนักข่าวหนังสือพิมพ์, ช่างภาพ, นักข่าววิทยุ, โทรทัศน์ คละกันไปค่ะ
|
|
|

![]() |
![]() |
นอกจากนี้ก็ยังมีคณะบุคคลทะยอยเดินทางกันมาอย่างไม่ขาดสายทุกวัน
ปั่นจักรยานมาจากกาฬสินธุ์ |
นร.จากโรงเรียนสอนผู้พิการทางสมอง |
น้องพิการทางสมองถวายพระพร |
เฝ้าติดตามข่าวพระอาการประชวรติดต่อกันนาน บางครั้งรู้สึกผูกพันธุ์กับ เพื่อนๆ นักข่าวจากสำนักอื่นๆ, เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังที่ใจดีทุกท่าน, พี่ๆ พยาบาล, เจ้าหน้าที่ตรวจความปลอดภัยของถวาย, ประชาชนที่มาเฝ้าถวายพระพรบางคนที่พบกันทุกวัน เป็นต้น
ใน วันที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จพระราชดเนินออกจากโรงพยาบาล พวกเราทราบก่อนล่วงหน้าเพียง ครึ่ง วัน ซึ่งก็ยังไม่สามารถรายงานเป็นข่าวได้เพราะต้องรอการประกาศจากทางสำนักพระราชวังอย่างเป็นทางการก่อน แต่พวกเราก็ต่างตื่นเต้น และในวันนั้นก็เลยเตรียมคิดประเด็นเสนอข่าว เพราะรู้ดีว่าวันรุ่งขึ้นจะต้องรายงานข่าวการเสด็จพระราชดำเนินกลับพระตำหนักสวนจิตลดารโหฐานแล้ว...
จึงคิดว่าจะไปทำเรื่องอะไรดี ก่อนที่ภาพประวัติศาสตร์ที่โรงพยาบาลศิริราชจำจบลง เพราะหากพระองค์เสด็จพระราชดำเนินกลับ ประชาชนที่มาคอยเฝ้าติดตามพระอาการประชวรก็จะโล่งใจที่พระองค์ท่านทรงหายพระอาการประชวรแล้ว จึงเดินสำรวจอีกนั่นแหละคะว่าจะหาประเด็นอะไรมาเสนอข่าวในเย็นวันสุดท้าย วันนั้นได้บ้าง จึงได้เลือกที่จะไปถามพี่ที่เป็นผู้แต่งเพลง "รอที่ศิริราช" คุณวรรณดี แก้วประดับ เป็นเพลงแหล่กลอน คุณวรรณดี ให้สัมภาษณ์ไป ร้องไห้ไป ด้วยความจงรักภักดี และซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ โดยระหว่างสัมภาษณ์ไปก็ลุ้นให้ผู้ คุณวรรณดีหยุด เพราะขณะถือไมค์ไปน้ำตาก็จะไหลไปด้วย
แล้ววันนั้นก็มาถึง......
7 พ.ย. 2550 วันที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินออกจากโรงพยาบาลศิริราช วันนั้นได้รับมอบหมายไปรอรายงานข่าวด้านหน้ากระทรวงศึกษาธิการ ได้ถ่ายภาพประชาชนที่เฝ้ารอรับเสด็จ ต่างกู่ร้องทรงพระเจริญ พร้อมกับน้ำตามคลอเบ้าด้วยความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ และปลาบปลื้มใจที่พระอาการของพระองค์ดีขึ้น



ก่อนที่เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังจะเก็บโต๊ะลงนามถวายพระพร พวกเรานักข่าวมาถ่ายภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึกว่าครั้งหนึ่งในชีวิต เคยถวายงานแม้จะไม่ได้ถวายโดยตรง ก็ตาม...
ทรงพระเจริญ
ศรีสุดา วินิจสุวรรณ์




