ทานดินเนอร์แบบภูฏานกันค่ะ

Posted on 3/12/2007 at 15:04
ย้อนกลับไปเมื่อ พ.ศ. 2549 การเสด็จพระราชดำเนินของพระมหากษัตริย์จากประเทศขนาดเล็กซึ่งอยู่ทางทวีปเอเชียใต้ ชื่อว่า ภูฏาน เพื่อร่วมในพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ในประเทศไทย จากการเสด็จพระราชดำเนินครั้งนั้น ทำให้ประชาชนชาวไทยต่างสนใจในประเทศภูฏานมากขึ้น แม้ว่าจะมีบางคนที่ไม่เคยได้ยินประเทศนี้มาก่อนด้วยซ้ำ แต่ด้วยความโดดเด่นของ สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก ทำให้ภูฏานเป็นอีก 1 ประเทศที่คนไทยรู้จักและอยากรู้จักมากขึ้น

มีโอกาสได้พบกับชาวภูฏาน และได้รายงานข่าวที่เกี่ยวข้องกับชาวภูฏานหลายครั้ง ทำให้ทราบว่า ประเทศเล็กๆ ซึ่งมีประมาณ 700,000 คน แต่ชาวภูฏานเป็นคนคุณภาพ สามารถสื่อสารได้ 2 ภาษาคือ ภาษาฌงฆะ และ ภาษาอังกฤษ อังกฤษถือเป็นภาษาหลักที่ใช้ในโรงเรียน และถือเป็นภาคบังคับที่ทุกคนต้องเรียน

อย่างไรก็ดี หากค้นคว้าข้อมูลประเทศนี้ด้วยการกรอกคำว่า "Bhutan" ลงในเว็บค้นข้อมูลอย่าง Google จะพบข้อมูลของภูฏานถึง 85 ล้านข้อความ และหากค้นคว้าจาก เว็บไซต์สารานุกรม บอกไว้ว่า พระธรรมราชาองค์แรกของภูฏาน ลี้ภัยมาจากทิเบต และพยายามจะแยกตัวภูฏานอยู่อย่างโดดเดี่ยว แต่ก็ถูกรุกรานจากประเทศเพื่อนบ้านโดยเฉพาะทิเบตอยู่หลายครั้งในช่วงพุทธศตวรรษที่ 22 ถึง 23 ในระยะต่อมาก็ยังถูกรุกรานโดยอังกฤษซึ่งมีอำนาจอยู่ในอินเดียก่อนที่จะได้เจรจาสงบศึกกัน ในปี พ.ศ. 2453 ซึ่งก็อาจจะเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ชาวภูฏานสามารถใช้ภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดี และ ด้วยการพูดภาษาอังกฤษนั่นเองจึงทำให้เราสามารถหาข้อมูลของประเทศนี้ได้ง่ายในอินเทอร์เน็ต

ภาพจาก National Geographic


คุณเชื่อหรือไม่ว่า!! ภูฏานนั้นขายไฟฟ้าให้กับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อนำเงินมาใช้จ่ายในประเทศ แต่สินค้าหลักก็ยังเป็นสินค้าการเกษตร ซึ่งชาวภูฏาน จะไม่หรูหรา หรือ ฟุ่มเฟย ความอยู่ดีมีสุขของประชาชน เป็นสิ่งสำคัญมากกว่า การร่ำรวยเงินทอง

ภูฏานเพิ่งเปิดประเทศให้ประชาชนภายนอกเข้าเยี่ยมชมไม่นานนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เคยเดินทางไปที่ภูฏานสมัยยังดำรงตำแหน่ง ซึ่งนับว่าเป็นการเดินทางไปภูฏานอย่างเป็นทางการครั้งแรกของประเทศไทย มีเครื่องบินบินจากไทยไปภุฏานเพียงวันละ 1 เที่ยวเท่านั้น


ข้อมูลใน วิกิพีเดีย กล่าวไว้ว่า " ประเทศภูฏาน เป็นประเทศที่ประกาศว่า จะไม่สนใจ GDP (GDP - Gross Domestic Product หรือ ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ) แต่จะสนใจ GDH แทน (GDH - Gross Domestic Happiness หรือ ความสุขรวมภายในประเทศ)"

 

วัฒนธรรมของชาวภูฏานนับว่าใกล้เคียงกับประเทศต่างๆในแถบเอเชีย ชาวบ้านภูฏานจะรับประทานอาหารกับพื้น เช่นเดียวกับคนไทยในสมัยก่อน จะไม่เห็นชาวภูฏานรับประทานอาหารบนโต๊ะ เหมือนกับโต๊ะอาหารของชาวตะวันตก ดังนั้นการเสริฟอาหารของชาวภูฏานนั้น ผู้เสิร์ฟ จะต้องให้บริการด้วยท่าทางที่ก้มต่ำ

และในปีหน้านี้จะมีงานใหญ่ที่ชาวภูฏานคือพระราชพิธีราชาภิเษก สมเด็จพระราชา ธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก


ในภาพนี้เป็นอาหารพื้นเมืองของชาวภูฏาน ดื่มน้ำจากกระบอกไม้ไผ่, ทานข้าวในกระทงใบตอง, เสื้อผ้าเป็นผ้าทอเอง สำหรับผู้ชายเรียกว่า โฆ  ส่วน ผู้หญิงเรียกว่า ฆีระ

เรียกว่าอะไรก็ไม่ทราบรสชาดหวานๆ เค็มๆ

นี่ก็อีกอย่างที่ไม่ทราบแต่คล้ายสาหร่าย



 

รับประทานออร์เดิร์ฟกันก่อนนะค่ะ

ผักรวมทอดกรอบคะ

 

เตรียมสถานที่สำหรับดินเนอร์คืนนี้...

แขกมาร่วมงานแต่งกายประจำชาติ

 

ภาพทั้งหมดนี้ได้มาจากงานประชุมนานาชาติที่จัดขึ้นที่ประเทศไทยเรียนว่างาน ประชุมระดับนานาชาติ เรื่อง ความสุขมวลรวมประชาชาติ นำแนวคิด ความสุขมวลรวมประชาชาติ หรือ GNH (Gross National Happiness) นับเป็นเพียงประเทศเดียวในโลก ซึ่งหากลองพิจารณากันดีๆ แล้ว จะใกล้เคียงกับคำที่พ่อหลวงของไทยท่านตรัสไว้ให้เราอยู่อย่าง "เศรษฐกิจพอเพียง"

รักในหลวง จังคะ

ศรีสุดา

ดีจ๊ะ

Posted on 4/12/2007 at 10:05 by Anonymous
ขอบคุณสำหรับเรื่องดีๆ นะจ๊ะ

พอเพียง

Posted on 5/12/2007 at 14:52 by Anonymous
ได้อ่านหนังสือเกี่ยวกับ GNH เมื่อเร็วๆนี้ ทำให้ได้เข้าไปใกล้และทำความรู้จักกับประเทศนี้มากขึ้น รู้สึกแจ่มใสมากค่ะหลังจากที่อ่านจบ เป็นประเทศที่ชาญฉลาดค่ะ มีสติและปัญญา

อยากไปเยือนซักครั้ง .... เพี้ยงงงงง ^_^

น่าสนใจ

Posted on 6/12/2007 at 09:48 by Anonymous
หัวข้อเรื่องดินเนอร์ ก้อน่าจะมีภาพและเรื่องราวอาหารให้มากกว่านี้นะ ผมว่าจะดีมากๆ เลย แต่ที่เขียนขึ้นก้อดีแล้ว

ดัชนีความสุข

Posted on 7/12/2007 at 19:33 by peet
อยากให้คุณศรีสุดดาแนะนำหนังสือ เรื่อง เด็กชายเล ที่ผมได้อ่านมาให้รายละเอียดเรื่องเกี่ยวกับดัชนีความสุขได้ดีซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับชนบทเมื่อ40ปีที่ผ่านมาแล้วเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงโดยรัฐบาลมีนโยบายที่ว่า แผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติมาชนบทนั้นค่อยๆเปลี่ยนไป อ่านได้ครับดีมากเหมาะกับคำนี้มากๆๆ

ถึงคุณ peet

Posted on 8/12/2007 at 15:03 by ศรีสุดา
ขอบคุณคะสำหรับแนะนำหนังสือ จะลองไปหามาอ่านคะ

หายไปไหน

Posted on 10/12/2007 at 18:52 by Anonymous
ช่วงสุดสัปดาห์ หยุดยาว ไม่อัปบล็อกหรือจ๊ะคนสวย

เข้ามาอ่าน

Posted on 17/3/2008 at 10:18 by Anonymous
ชอบงานคุณ ขยันดี

Last Page | Page 2 of 8 | Next Page

Links

- Home
- My Profile
- Archives
MCOT Public Company Limited. All rights Reserved.2004
Contact Us Tel:02-201-6000 webmaster@mcot.net Tel: 02-201-6145
Powered by Computer Department of MCOT.