MCOT Public Company Limited.2008 MCOT.net News English News Modernine TV Modern Radio Variety M-Blog 9Entertain PR.MCOT

ร่วมแสดงความคิดเห็นกับ สารคดี เยือนถิ่นศิลปิน

Posted on 17/4/2008 at 09:02

สวัสดีชาว M-Blog นะครับ

เป็นอย่างไรกันบ้างครับช่วงวันหยุดสงการนต์ที่ผ่านมา

ไปเที่ยวลดน้ำดำหัวหรือสาดน้ำใครเล่นกันบ้างหรือเปล่า

ที่สำคัญช่วงบ่ายๆได้กลับมาดูสารคดีเยือนถิ่นศิลปิน ทางโมเดิร์นไนน์ ทีวี กันหรือเปล่าเอ่ย

แล้วถ้าดู ใครมีข้อติชมหรือคำแนะนำ  กันอย่างไรบ้างครับ

ทางทีมงานผลิตน้อมรับฟังและพร้อมปรับปรุงเสมอ เพื่อความแข็งแรงด้านการผลิตรายการทีวีของเรา ชาว อสมท

เพียงแค่ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านบล็อกนี้ รวมถึงแนะนำศิลปินที่ท่านอยากรู้มาได้นะครับ

เดือนหน้า(พฤษภาคม)มีวันหยุดนักขัตฤกษ์รวมกันทั้งหมด 4 วัน

ส่วนจะไปเยือนถิ่นศิลปินใครกันบ้างนั้น อย่าลืมติดตามได้ทางบล็อกแห่งนี้นะครับ

จินต์เจษฎ์ จันทร์เพ็ญ

โปรดิวเซอร์รายการ เยือนถิ่นศิลปิน

Untitled Comment

Posted on 17/4/2008 at 16:22 by นู๋วิ
ดีเจ้าค่ะ จะติดตามต่อไปนะคร้าบ

สงสารประเทษไทยเถอะ

Posted on 18/4/2008 at 18:56 by Anonymous
> >>บางคนอาจจะเคยอ่านมาแล้ว แต่ยังมีอีกหลายคนที่ยังไม่อ่าน
> >>เราอยากให้กระทู้นี้ สร้างจิตใต้สำนึกที่ดีให้กับคนอีกหลายๆคนนะ
> >>ในหลวงทรงร้องไห้
> >>เมื่อวันที่ 8 มีนา ที่ผ่านมาผมได้ไปงานที่โรงเรียน
> >>เหมือนเช่นทุกปีตอนกลับเดินมาตามตึกยาวเพื่อจะกลับมาทางประตูด้านเพาะช่าง ยังไม่ถึงบริเวณเศาลหลวงพ่อปู่ พบอาจาร์ยท่านหนึ่งนั่งอยู่
> >>จำได้ว่าเป็นอาจารย์สุธี ท่านเกษียณไปแล้ว ไม่รู้คุณรู้จักรึเปล่า
> >>กราบอาจารย์ท่านแล้ว สังเกตุเห็นว่าอาจารย์ร้องไห้อยู่ ท่านบอก
> >>เพิ่งได้พบกับรุ่นพี่ที่มาในงาน รุ่นที่เท่าไหรก้อไม่ได้ถาม
> >>เป็นนายทหารราชองครักษ์ชั้นผู้ใหญ่ เค้าเล่าให้อาจารย์ฟังว่า
> >>...ในหลวงทรงร้องให้..เห็นบ่อย
> >>ทรงเสียใจที่เมืองไทยจะสิ้นในรัชกาลของท่าน แล้วกระนั้นหรือ
> >>> >>ผมอยากจะตอบอาจารย์ไปว่าคงไม่หรอก ถ้าคนไทย
> >>รู้จำคำว่าว่า'หน้าที่'มากกว่า"สิทธิ"
> >>เราเคยชินกับการเป็น..ผู้รับ...จากคนคนหนึ่งที่เกิดม
> >>าเป็น..ผู้ให้...ให้มาตลอด เคยชินจนลืมไปว่าวันนี้ถึงเวลาแล้วรึยังที่
> >>เราควรจะผู้ให้แก่พระองค์ท่านบ้าง... ผมลาอาจารย์เรียบร้อยร้อย
> >>กลับไปตามตึกยาว ไปไหว้ พระผู้ให้กำเนิดโรงเรียน
> >>อธิฐาษขอให้พระองค์ท่านช่วยคุ้มครองให้หลานท่านทรงมี
>> >>แต่ความสุข..ทรงมีพระพลานามัยที่แข็งแรง...เพียงแค่ไ ม่อยากได้ยินว่า
> >>..ในหลวงทรงร้องไห้
> >>ความสุขของพระมหากษัตริย์
> >>หนึ่งปีที่ผ่านมา
> >>เราใส่เสื้อเหลืองเราใส่สายรัดข้อมือสีเหลือง
> >>> >>คนนับแสนไปนั่งรอเป็นชั่วโมงๆ
> >หน้าพระที่นั่งอนันตสมาคมเพื่อจะได้เห็นพระพักตร์ของพระบาทพระเจ้าอยู่หัวเพียงไม

่กี่นาทีวันนั้น
> >ในขณะที่ทั้งโลกเริ่มเสื่อมศรัทธาในระบบการปกครองโดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขเ

ราได้ แสดงให้โลกได้เห็นว่ามีประเทศเล็กๆประเทศหนึ่งที่คนทั้งชาติยังซื่อสัตย์จงรักภักดีต

่อร าชวงศ์ จักรี และพระมหากษัตริย์อันทรงเป็นที่รักยิ่งของคนไทย
> >>> >>.....สิบสองปีที่ผ่านมา
> >>> >พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระประชวรหนักด้วยโรคหัวใจเพราะทรงงานหนักเกินไปใน

ขณะเดียวกัน
> >>สมเด็จพระราชชนนีก็ทรงพระประชวรหนักอยู่ ณ โรงพยาบาลศิริราชเช่นกัน
>> >เรายังจำรูปในหนังสือพิมพ์ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเ

ยี่ยมพระราชชนนี
> >>ไม่กี่วันหลังจากการผ่าตัดใหญ่ถวาย
> >>พระหัตถ์ข้างหนึ่งกุมอยู่ที่พระอุระ และในพระหัตถ์อีกข้างหนึ่งทรงถือม้วนแผนที่กรุงเทพฯ เพราะน้ำกำลังท่วมกรุงอยู่ ยังจำกันได้ไหม?
> >>..... 34 ปีที่ผ่านมา
> >>> >>วันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ.2516
> >>> >>เป็นครั้งแรกในรัชกาลที่เกิดวิกฤติด้านการเมืองรุนแร งที่สุด
> >>วันนั้น นิสิตนักศึกษาและประชาชนนับหมื่นนับแสนเดินขบวนประท้ วงรัฐบาล
> >>เหตุการณ์ร้ายแรงยิ่งขึ้นตำรวจทหารยิงประชาชน
> >>ในขณะที่นิสิตนักศึกษาก็เผาสถานที่ราชการ เกิดกลียุคทุกหย่อมหญ้า
> >>" คนไทยฆ่าคนไทยด้วยกันเอง "
> >>คืนนั้น สถานีโทรทัศน์ทุกช่องถ่ายทอดสดจากพระราชวังสวนจิตรลด า
> >>พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสกันคนไทย ทุกคนว่า
> >“คนไทยจะฆ่าคนไทยด้วยกันไม่ได้ทุกอย่างต้องสงบโดยฉับพลัน”และทุกอย่างก็สงบโดยฉับ

พลัน หลังจากนั้นไม่นาน
> >>มีฝรั่งคนหนึ่งมาถามผมว่า “เป็นไปได้อย่างไร ที่คนๆเดียวจะมีอำนาจเหนือคนทั้งประเทศได้อย่างนั้น?” ผมไม่ได้ตอบ
> >>แต่ตอนนั้นใจผมคิดถึงประโยคที่ มรว. คึกฤทธิ์ ปราโมชฯ ได้ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ BBC ว่า พระองค์ทรงเป็น "SOUL OF THE NATION" หรือ“จิตวิญญาณของคนไทยทั้งชาติ” ยังจำกันได้ไหม?
> >>แล้ววันนี้เรากำลังทำอะไรกันอยู่ เราสร้างค่านิยมผิดๆ ว่าคนที่ประสบความสำเร็จคือคนที่มีเงินมากที่สุด เราโกงทุกครั้งที่มีโอกาส> >>เราเรียกร้องประชาธิปไตยโดยคิดถึงแต่ “สิทธิ” แต่ลืมคำว่า “หน้าที่”
> >>เรากำลังฆ่ากันเองทุกวันในภาคใต้
> >>เราสร้าง “กฎหมู่” ให้เหนือ “กฎหมาย”
> >>เราเดินขบวนประท้วงในทุกอย่างที่เราไม่เห็นด้วย
> >>เราก้าวร้าวต่อกัน>เราแตกแยกกัน
> >>และทั้งโลกกำลังจับตามองเราอยู่
> >>เราเคยหยุดคิดกันบ้างไหมว่า
> >>พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเราจะทรงเสียพระทัยเพียงใด?
> >>แล้วสิ่งที่เราทำไปในวันเฉลิมพระชนมพรรษาคืออะไร
> >>การที่เราใส่เสื้อเหลือง สายรัดข้อมือ ที่ว่า Long life The King
> >>เราทำเพื่ออะไร
> >>มันเป็นแค่ผักชีโรยหน้าที่จะแสดงให้โลกเห็นว่าคุณรัก
> >>พระมหากษัตริย์เพียงใดเท่านั้นนะเหรอ
> >>80 ชันษาของพระองค์ท่าน
> >หากเปรียบกับคนธรรมดาก็สมควรที่จะได้พักเต็มที่ได้รับการดูแลและระมัดระวังเป็นพิ

เศษ ไม่สมควรที่จะตรากตรำทำงานหนัก
> >>แต่กลับเป็นว่า ในปีที่ครบ 80 ชันษาของพระองค์ท่านยังต้องทรงงานอยู่ตลอดเวลา ทั้งๆ ที่ทรงต้องอยู่ภายใต้การถวายการดูแลของคณะแพทย์
> >>> >>พระองค์ต้องรับทุกข์ของคนไทยทั้งชาติ
> >ความสุขของพระมหากษัตริย์พระองค์นี้ไม่ใช่จะประทับอยู่ในพระราชวังใหญ่โตสวยงามแห

่ล้อมด้วยข้าราชบริพาร
> >>> >>หากแต่ความสุขของพระมหากษัตริย์พระองค์นี้คือ
> >>เมื่อประชาชนของพระองค์ท่านรักสามัคคีกันรู้จักความ พอเพียง และมีสติ-เพียงเท่านี้เอง
> >>แล้ววันนี้เรากำลังทำอะไรกันอยู่?
> >>หรือนี่คือการแสดงความกตเวทีต่อพระมหากษัตริย์ของเรา ?
> >>> >>หากผู้ในรักในหลวง โปรดอย่าทำประเทศเราล่มจมไปมากกว่านี้เลยเถอะ

สงสารประเทศไทยเถอะ

Posted on 18/4/2008 at 18:57 by Anonymous
> >>บางคนอาจจะเคยอ่านมาแล้ว แต่ยังมีอีกหลายคนที่ยังไม่อ่าน
> >>เราอยากให้กระทู้นี้ สร้างจิตใต้สำนึกที่ดีให้กับคนอีกหลายๆคนนะ
> >>ในหลวงทรงร้องไห้
> >>เมื่อวันที่ 8 มีนา ที่ผ่านมาผมได้ไปงานที่โรงเรียน
> >>เหมือนเช่นทุกปีตอนกลับเดินมาตามตึกยาวเพื่อจะกลับมาทางประตูด้านเพาะช่าง ยังไม่ถึงบริเวณเศาลหลวงพ่อปู่ พบอาจาร์ยท่านหนึ่งนั่งอยู่
> >>จำได้ว่าเป็นอาจารย์สุธี ท่านเกษียณไปแล้ว ไม่รู้คุณรู้จักรึเปล่า
> >>กราบอาจารย์ท่านแล้ว สังเกตุเห็นว่าอาจารย์ร้องไห้อยู่ ท่านบอก
> >>เพิ่งได้พบกับรุ่นพี่ที่มาในงาน รุ่นที่เท่าไหรก้อไม่ได้ถาม
> >>เป็นนายทหารราชองครักษ์ชั้นผู้ใหญ่ เค้าเล่าให้อาจารย์ฟังว่า
> >>...ในหลวงทรงร้องให้..เห็นบ่อย
> >>ทรงเสียใจที่เมืองไทยจะสิ้นในรัชกาลของท่าน แล้วกระนั้นหรือ
> >>> >>ผมอยากจะตอบอาจารย์ไปว่าคงไม่หรอก ถ้าคนไทย
> >>รู้จำคำว่าว่า'หน้าที่'มากกว่า"สิทธิ"
> >>เราเคยชินกับการเป็น..ผู้รับ...จากคนคนหนึ่งที่เกิดม
> >>าเป็น..ผู้ให้...ให้มาตลอด เคยชินจนลืมไปว่าวันนี้ถึงเวลาแล้วรึยังที่
> >>เราควรจะผู้ให้แก่พระองค์ท่านบ้าง... ผมลาอาจารย์เรียบร้อยร้อย
> >>กลับไปตามตึกยาว ไปไหว้ พระผู้ให้กำเนิดโรงเรียน
> >>อธิฐาษขอให้พระองค์ท่านช่วยคุ้มครองให้หลานท่านทรงมี
>> >>แต่ความสุข..ทรงมีพระพลานามัยที่แข็งแรง...เพียงแค่ไ ม่อยากได้ยินว่า
> >>..ในหลวงทรงร้องไห้
> >>ความสุขของพระมหากษัตริย์
> >>หนึ่งปีที่ผ่านมา
> >>เราใส่เสื้อเหลืองเราใส่สายรัดข้อมือสีเหลือง
> >>> >>คนนับแสนไปนั่งรอเป็นชั่วโมงๆ
> >หน้าพระที่นั่งอนันตสมาคมเพื่อจะได้เห็นพระพักตร์ของพระบาทพระเจ้าอยู่หัวเพียงไม

่กี่นาทีวันนั้น
> >ในขณะที่ทั้งโลกเริ่มเสื่อมศรัทธาในระบบการปกครองโดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขเ

ราได้ แสดงให้โลกได้เห็นว่ามีประเทศเล็กๆประเทศหนึ่งที่คนทั้งชาติยังซื่อสัตย์จงรักภักดีต

่อร าชวงศ์ จักรี และพระมหากษัตริย์อันทรงเป็นที่รักยิ่งของคนไทย
> >>> >>.....สิบสองปีที่ผ่านมา
> >>> >พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระประชวรหนักด้วยโรคหัวใจเพราะทรงงานหนักเกินไปใน

ขณะเดียวกัน
> >>สมเด็จพระราชชนนีก็ทรงพระประชวรหนักอยู่ ณ โรงพยาบาลศิริราชเช่นกัน
>> >เรายังจำรูปในหนังสือพิมพ์ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเ

ยี่ยมพระราชชนนี
> >>ไม่กี่วันหลังจากการผ่าตัดใหญ่ถวาย
> >>พระหัตถ์ข้างหนึ่งกุมอยู่ที่พระอุระ และในพระหัตถ์อีกข้างหนึ่งทรงถือม้วนแผนที่กรุงเทพฯ เพราะน้ำกำลังท่วมกรุงอยู่ ยังจำกันได้ไหม?
> >>..... 34 ปีที่ผ่านมา
> >>> >>วันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ.2516
> >>> >>เป็นครั้งแรกในรัชกาลที่เกิดวิกฤติด้านการเมืองรุนแร งที่สุด
> >>วันนั้น นิสิตนักศึกษาและประชาชนนับหมื่นนับแสนเดินขบวนประท้ วงรัฐบาล
> >>เหตุการณ์ร้ายแรงยิ่งขึ้นตำรวจทหารยิงประชาชน
> >>ในขณะที่นิสิตนักศึกษาก็เผาสถานที่ราชการ เกิดกลียุคทุกหย่อมหญ้า
> >>" คนไทยฆ่าคนไทยด้วยกันเอง "
> >>คืนนั้น สถานีโทรทัศน์ทุกช่องถ่ายทอดสดจากพระราชวังสวนจิตรลด า
> >>พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสกันคนไทย ทุกคนว่า
> >“คนไทยจะฆ่าคนไทยด้วยกันไม่ได้ทุกอย่างต้องสงบโดยฉับพลัน”และทุกอย่างก็สงบโดยฉับ

พลัน หลังจากนั้นไม่นาน
> >>มีฝรั่งคนหนึ่งมาถามผมว่า “เป็นไปได้อย่างไร ที่คนๆเดียวจะมีอำนาจเหนือคนทั้งประเทศได้อย่างนั้น?” ผมไม่ได้ตอบ
> >>แต่ตอนนั้นใจผมคิดถึงประโยคที่ มรว. คึกฤทธิ์ ปราโมชฯ ได้ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ BBC ว่า พระองค์ทรงเป็น "SOUL OF THE NATION" หรือ“จิตวิญญาณของคนไทยทั้งชาติ” ยังจำกันได้ไหม?
> >>แล้ววันนี้เรากำลังทำอะไรกันอยู่ เราสร้างค่านิยมผิดๆ ว่าคนที่ประสบความสำเร็จคือคนที่มีเงินมากที่สุด เราโกงทุกครั้งที่มีโอกาส> >>เราเรียกร้องประชาธิปไตยโดยคิดถึงแต่ “สิทธิ” แต่ลืมคำว่า “หน้าที่”
> >>เรากำลังฆ่ากันเองทุกวันในภาคใต้
> >>เราสร้าง “กฎหมู่” ให้เหนือ “กฎหมาย”
> >>เราเดินขบวนประท้วงในทุกอย่างที่เราไม่เห็นด้วย
> >>เราก้าวร้าวต่อกัน>เราแตกแยกกัน
> >>และทั้งโลกกำลังจับตามองเราอยู่
> >>เราเคยหยุดคิดกันบ้างไหมว่า
> >>พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเราจะทรงเสียพระทัยเพียงใด?
> >>แล้วสิ่งที่เราทำไปในวันเฉลิมพระชนมพรรษาคืออะไร
> >>การที่เราใส่เสื้อเหลือง สายรัดข้อมือ ที่ว่า Long life The King
> >>เราทำเพื่ออะไร
> >>มันเป็นแค่ผักชีโรยหน้าที่จะแสดงให้โลกเห็นว่าคุณรัก
> >>พระมหากษัตริย์เพียงใดเท่านั้นนะเหรอ
> >>80 ชันษาของพระองค์ท่าน
> >หากเปรียบกับคนธรรมดาก็สมควรที่จะได้พักเต็มที่ได้รับการดูแลและระมัดระวังเป็นพิ

เศษ ไม่สมควรที่จะตรากตรำทำงานหนัก
> >>แต่กลับเป็นว่า ในปีที่ครบ 80 ชันษาของพระองค์ท่านยังต้องทรงงานอยู่ตลอดเวลา ทั้งๆ ที่ทรงต้องอยู่ภายใต้การถวายการดูแลของคณะแพทย์
> >>> >>พระองค์ต้องรับทุกข์ของคนไทยทั้งชาติ
> >ความสุขของพระมหากษัตริย์พระองค์นี้ไม่ใช่จะประทับอยู่ในพระราชวังใหญ่โตสวยงามแห

่ล้อมด้วยข้าราชบริพาร
> >>> >>หากแต่ความสุขของพระมหากษัตริย์พระองค์นี้คือ
> >>เมื่อประชาชนของพระองค์ท่านรักสามัคคีกันรู้จักความ พอเพียง และมีสติ-เพียงเท่านี้เอง
> >>แล้ววันนี้เรากำลังทำอะไรกันอยู่?
> >>หรือนี่คือการแสดงความกตเวทีต่อพระมหากษัตริย์ของเรา ?
> >>> >>หากผู้ในรักในหลวง โปรดอย่าทำประเทศเราล่มจมไปมากกว่านี้เลยเถอะ

อ่านแล้วคุณจะรักในหลวง

Posted on 18/4/2008 at 18:59 by ศิวะพงศ์ บุญยียวน
ผมมีเรื่องที่จะเล่าให้ฟังอยู่เหตุการณ์หนึ่งซึ่งเป็นเรื่องจริงเหตุการณ์เกิด
> ที่จังหวัดตาก
> เมื่อพระเทพทรงเสด็จไปเยี่ยมราษฏรตามที่ต่างๆ
>
และได้ทรงเสด็จไปเยี่ยมประชาชนในตลาดสดและถามความเป็นอยู่กับบรรดาแม่ค้าในตลาด
> แต่ก็มาถึงแม่ค้าปลา
> ซึ่งพระองค์ทรงตรัสถามว่า “ปลาพวกนี้ขายอย่างไงจ๊ะ”
> แม่ค้าตอบว่า "ที่สวรรคต
> แล้ว กิโลละ 40 บาท และที่เสด็จไปเสด็จมากิโลละ 80
> บาทจ๊ะ"
> เหตุการณ์นี้
> ทำให้ข้าราชบริพาลที่ตามเสด็จหัวเราะกันทุกคน
>
> เช้าวันหนึ่ง เวลาประมาณ 7 โมงเช้า
> นางสนองพระโอษฐ์ ของฟ้าหญิงองค์เล็ก
> ได้รับโทรศัพท์เป็นเสียงผู้ชาย ขอพูดสายกับฟ้าหญิง
> ทางนางสนองพระโอษฐ์ ก็สอบถามว่าใครจะพูดสายด้วย
> ก็มีเสียงตอบกลับมาว่า คนที่แบงค์นางสนองพระโอฐก็
> งง...งง
> ว่าคนที่แบงค์ทำไมโทรมาแต่เช้า
> แบงค์ก็ยังไม่เปิดนี่หว่า
> แต่ พอฟ้าหญิงรับโทรศัพท์แล้วถึงได้รู้ว่า
> คนที่แบงค์น่ะ
> ก็ที่แบงค์จริงๆนะ ไม่เชื่อเปิดกระเป๋าตังค์
> แล้วหยิบแบงค์มาดูสิ ... ขนลุกเลย
> (ทรงตัสกับในหลวงท่านอยู่นั่นเอง)
>
>
อีกครั้งหนึ่งที่ภาคอีสานเมื่อเสด็จขึ้นไปทรงเยี่ยมบนบ้านของราษฎรผู้หนึ่ง
> ที่คณะผู้ตามเสด็จทั้งหลายออกแปลกใจในการกราบบังคมทูล
> ที่คล่องแคล่วและใช้ราชาศัพท์ได้อย่างน่าฉงน
>
เมื่อในหลวงมีพระราชปฏิสันถารถึงการใช้ราชาศัพท์ได้ดีนี้
> จึงมีคำกราบทูลว่า
> "ข้าพระพุทธเจ้าเป็นโต้โผลิเกเก่า
> บัดนี้มีอายุมากจึงเลิกรามาทำนาทำสวนพระพุทธเจ้าข้า.."
> มาถึงตอนสำคัญที่ทรงพบนกในกรงที่เลี้ยงไว้ที่ชานเรือน
> ก็ทรงตรัสถามว่า เป็นนกอะไรและมีกี่ตัว..
> พ่อลิเกเก่ากราบบังคมทูลว่า
> "มีทั้งหมดสามตัว พระมเหสีมันบินหนีไป
> ทิ้งพระโอรสไว้สองตัว ตัวหนึ่งที่ยังเล็ก
> ตรัสอ้อแอ้อยู่เลย
> และทิ้งให้พระบิดาเลี้ยงดูแต่ผู้เดียว"
> ทิ้งพระโอรสไว้สองตัว ตัวหนึ่งที่ยังเล็ก
> ตรัสอ้อแอ้อยู่เลย
> และทิ้งให้พระบิดาเลี้ยงดูแต่ผู้เดียว
> เรื่องนี้
>
ดร.สุเมธเล่าว่าเป็นที่ต้องสะกดกลั้นหัวเราะกันทั้งคณะไม่ยกเว้นแม้
> ในหลวง
>
> เมื่อครั้งท่านพระชนม์มายุ 72 พรรษา
> มีการผลิตเหรียญที่ระลึกออกมาหลายรุ่น
> เจ้าของกิจการนาฬิกายี่ห้อหนึ่งได้ยื่นเรื่องขออนุญาต
>
นำพระบรมฉายาลักษณ์ของท่านมาประดับที่หน้าปัดนาฬิกาเป็นรุ่นพิเศษ
> ท่านทราบเรื่องแล้วตรัสกับเจ้าหน้าที่ว่า
> "ไปบอกเค้านะเราไม่ใช่มิกกี้เมาส์"
>
> เรื่องการใช้ราชาศัพท์กับในหลวง
> ดูจะเป็นเรื่องใหญ่ที่ใครต่อใครเกร็งกันทั้งแผ่นดิน
>
และไม่เว้นแม้กระทั่งข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่ได้เข้าเฝ้า
> ทูลละอองธุลีพระบาทถวายรายงาน
>
ครั้งหนึ่งเมื่อหลายปีก่อนมีข้าราชการระดับสูงผู้หนึ่งกราบบังคมทูลรายงานว่า
> "ขอเดชะ ฝ่าละอองธุลีพระบาท
> ปกเกล้าปกกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้าพลตรีภูมิพลอดุลยเดช
> ขอพระราชทานพระบรมราชานุ
> ญาต กราบบังคมทูลรายงาน ฯลฯ"
>
เมื่อสิ้นคำกราบบังคมทูลชื่อในหลวงทรงแย้มพระสรวลอย่างมีพระอารมณ์ดีและไม่ถือสา
> ว่า
> "เออ ดี เราชื่อเดียวกัน..."
>
ข่าวว่าวันนั้นผู้เข้าเฝ้าต้องซ่อนหัวเราะขำขันกันทั้งศาลาดุสิดาลัยเพราะผู้
> รายงานตื่นเต้นจนจำชื่อตนเองไม่ได้
>
> มีอยู่ครั้งหนึ่งทรงเสด็จไปพระราชทานปริญญาบัตร
> ให้กับนักศึกษาของมหาวิทยาลัย
> แห่งหนึ่ง
> ในระหว่างที่ทรงเปลี่ยนในครุย ทรงโปรดสูบมวนพระโอสถ
> แต่ว่าทรงหาที่จุดไม่ได้
> ทางอธิการบดีซึ่งเฝ้าอยู่ก็จุดไฟให้พร้อมทูลว่า
> "ถวายพระเพลิงพระเจ้าข้า" ในหลวงทรงชะงัก
> ก่อนจะแย้มสรวลน้อยๆ
> กับอธิการบดีว่า"เรายังไม่ตายถวายพระเพลิงไม่ได้หรอก"
>
> เคยมีเรื่องเล่าให้ฟังว่า
> ในหลวงเสด็จไปในถิ่นทุรกันดารเเพื่อเยี่ยมเยียนราษฎร
>
มีอยู่ครั้งหนึ่งพระองค์ท่านทรงแจกพระเครื่องให้กับราษฎรจนหมดแล้ว
>
แต่ราษฎรผู้หนึ่งกราบบังคมทูลขอรับพระราชทานพระเครื่องว่า
> "ขอเดชะ ขอพระหนึ่งองค์"
> ในหลวงทรงตรัสว่า "ขอเดชะ พระหมดแล้ว"
>
>
วันหนึ่งพระองค์ท่านเสด็จเยี่ยมเยียนพสกนิกรของท่านตามปกติที่ต่างจังหวัด
> ก็มีชาวบ้านมาต้อนรับในหลวงมากมาย
> พระองค์ท่านเสด็จพระราชดำเนินมาตามลาดพระบาท
> ที่แถวหน้าก็มีหญิงชราแก่คนหนึ่งได้ก้มลงกราบแทบพระบาท
> แล้วก็เอามือของแกมาจับ พระหัตถ์ของในหลวง
> แล้วก็พูดว่า ยายดีใจเหลือเกินที่ได้
> เจอในหลวง แล้วก็พูดว่า ยายอย่างโน้น ยายอย่างนี้
> อีกตั้งมากมายแต่ในหลวงก็ทรงเฉยๆ
> มิได้ตรัสรับสั่งตอบว่ากระไร
> แต่พวกข้าราชบริภารก็มองหน้ากันใหญ่ กลัวว่า
> พระองค์จะทรงพอพระราชหฤหัย หรือไม่
> แต่พอพวกเราได้ยินพระองค์รับสั่งตอบว่ากับ
> หญิงชราคนนั้น ทำให้เราถึงกับกลั้นหัวเราะไว้ไม่ไหว
> เพราะพระองค์ทรงตรัสว่า "
> เรียกว่ายายได้อย่างไร อายุอ่อนกว่าแม่ฉันตั้งเยอะ
> ต้องเรียกน้าซิถึงจะถูก"
>
> ครั้งหนึ่งหลายๆ ปีมาแล้ว
> พระเจ้าอยู่หัวทรงประชวรนิดหน่อยเกี่ยวกับพระฉวีมีพระ
> อาการคัน มีหมอโรคผิวหนังคณะหนึ่งไปเข้าเฝ้าฯ
> เพื่อถวายการรักษา คุณหมอเป็นผู้
> เชี่ยวชาญทางโรคผิวหนังแต่ไม่ได้เชี่ยวชาญทางราชาศัพท์
> ก็กราบบังคมทูลว่า "
> เอ้อ - ทรง... อ้า-ทรงพระคันมานานแล้วหรือยังพะยะค่ะ"
> พระเจ้าอยู่หัวก็ทรงพระสรวล ตรัสว่า
> "ฉันไม่ใช่ผู้หญิงนี่จะท้องได้ยังไง" แล้ว
> คงจะทรงพระกรุณาว่า
> หมอคงจะไม่รู้ราชาศัพท์ทางด้านอวัยวะร่างกายจริงๆ
> ก็พระราชทานพระบรมราชานุญาตว่า
> เอ้าพูดภาษาอังกฤษกันเถอะ
>
เป็นอันว่าก็กราบบังคมทูลซักพระอาการกันเป็นภาษาอังกฤษไป
>
> เรื่องนี้รุ่นพี่ที่จุฬาฯเล่าให้ฟังว่า
> มีอยู่ปีนึงที่ในหลวงทรงเสด็จพระราชทานปริญญาบัตร
> อธิการบดีอ่านรายชื่อบัณฑิตแล้วบังเอิญว่า
> มีเหตุขัดข้องบางประการ ทำให้อ่านขาดตอน
> ก็ต้องรีบหาว่าอ่านรายชื่อไปถึงไหนแล้ว
> ปรากฏว่าในหลวงท่านทรงจำได้ ท่านเลยตรัสกับอธิการไปว่า
> "เมื่อกี้นี้ (ชื่อ....) เค้ารับไปแล้ว"
> และมีอีกปีนึงขณะที่พระราชทานปริญญาบัตรอยู่ดีๆ
> ไฟดับไปชั่วขณะ...
> ทำให้บัณฑิตคนหนึ่งพลาดโอกาสครั้งสำคัญในการถ่ายรูป
> พอในหลวงทรงพระราชทานปริญญาบัตรเรียบร้อยแล้ว
> ก่อนที่จะให้พระบรมราโชวาท
>
ท่านทรงให้อธิการบดีเรียกบัณฑิตคนนั้นมารับพระราชทานอีกครั้ง
> เพื่อจะได้มีรูปไว้เป็นที่ระลึก
> ตื้นตันกันถ้วนทั่วทั้งหอประชุม
>
>
> ขอจงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

guard ดีครับ

Posted on 20/4/2008 at 11:41 by Anonymous
จะติดตามต่อไป

Untitled Comment

Posted on 24/4/2008 at 16:04 by Anonymous
ติดตามดูตอน "เด็ดดอกบูชาดาว" ของอ.เทพศิริ สุขโสภา
ชอบมากๆๆ
ภาพก็สวยมากๆๆ

Untitled Comment

Posted on 20/5/2008 at 00:08 by Anonymous
ขอนอกเรื่อง ไม่รู้จะ post ตรงไหน ขอชม อสมท ยุคนี้ที่ครบเครื่องทุกรส โดยเฉพาะสาระคับแก้ว ขอบคุณๆวสันต์ มากๆที่มาปรับปรุงช่อง9 ก่อนจะเละด้วยบันเทิงในยุคเกย์ et สวรรค์เมตตาให้คุณมาช่วยทัน ขอบคุณจริงๆ เป็นแฟนช่อง 9 อย่างเหนียวแน่นเลย โดยเฉพาะคุณกิตติ คนบ้านฉันสุดยอด ตามมาตั้งแต่ itv แล้วเสียดาย คุณสายสวรรค์น่ามาแทนอรวรรณ เสาร์ อาทิตยื จะสุดยอดมาก ไม่ได้ครึ่งสายสวรรค์เลยไม่รู้เส้นใครมาอ่านข่าว คงเพราะหล่อนใหญ่คุมเด็กได้ จากตอนประท้วงมัง

รักแผ่นดินเกิด

Posted on 22/7/2008 at 14:16 by Anonymous
ไม่อยากให้คนไทยแตกแยกกันเอง นึกถึงความเหน็ดเหนื่อยของในหลวงที่กี่สิบปีท่านพยายามบำรุงรักษา และให้โอวาท ต่างๆ เพื่อให้คนไทยรักและสามัคคีบ้าง ...

ลภัสคณินธา นิพิษฐารัศม์ เลขที่ ๙๗๓ หมู่ ๒ค. ตำบลคลองเขม้า อำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่

Last Page | Page 3 of 5 | Next Page

Links

- Home
- My Profile
- Archives
MCOT Public Company Limited. All rights Reserved.2004
Contact Us Tel:02-201-6000 webmaster@mcot.net Tel: 02-201-6145
Powered by Computer Department of MCOT.