MCOT Public Company Limited.2008 MCOT.net News English News Modernine TV Modern Radio Variety M-Blog 9Entertain PR.MCOT

เยี่ยมชม CCTV

Posted on 29/11/2007 at 14:03

สวัสดีครับ
 
ผมมีโอกาสไปเยี่ยมสถานีโทรทัศน์ CCTV
ที่กรุงปักกิ่งเป็นเวลาสองวันเมื่อสัปดาห์ก่อน
โดยจุดประสงค์หลักคือ
ต้องการไปดูระบบการจัดเก็บข้อมูลและเทปภาพ
ทั้งด้านข่าวและรายการโทรทัศน์ของสถานีโทรทัศน์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศจีนแห่งนี้
ที่ต้องไปดูก็เพื่อให้เข้าใจลึกซึ้งมากขึ้นถึงวิธีการจัดเก็บ
ซึ่งขณะนี้ศูนย์ข้อมูลข่าว รายการโทรทัศน์ และภาพ หรือที่เรียกว่า archive
ของสถานีโทรทัศน์ต่างๆทั่วโลกกำลังเข้าสู่วิธีการจัดเก็บด้วยระบบดิจิตัล
บางประเทศที่พัฒนาไปมากๆก็เก็บเป็นระบบดิจิตัลกันไปหมดแล้ว ส่วน อสมท
ก็คงจำเป็นจะต้องเก็บข้อมูลและเทปภาพทั้งหมดด้วยระบบดิจิตัลไม่ช้าก็เร็วครับ

ผมเชื่อว่าการจัดทำศูนย์ข้อมูลข่าวและภาพให้เข้าสู่ระบบดิจิตัล
แทนที่จะเก็บเป็นเทปอย่างในปัจจุบัน จะช่วยให้ อสมท
สามารถใช้ประโยชน์และต่อยอดทางธุรกิจจากข้อมูลและภาพทั้งด้านข่าวและรายการโทรทัศน์ได้อีกมาก
ยิ่งในยุคที่ธุรกิจสื่อใหม่ๆ หรือ New Media
กำลังเป็นที่สนใจของผู้รับข้อมูลข่าวสารทั่วไป
การจัดเก็บข้อมูลด้วยระบบดิจิตัลจะยิ่งเป็นประโยชน์อย่างมากเลยครับ

 
CCTV ริเริ่มโครงการนำเทปข่าว/ภาพ
และรายการต่างๆของสถานีโทรทัศน์จากระบบอะนาล็อก มาเก็บในระบบดิจิตัลเมื่อ 5
ปีก่อน และมีแผนแน่วแน่ว่าจะเข้าสู่ระบบไร้เทป ในปี 2552 ซึ่งหมายความว่า
นับแต่นั้นไป ข้อมูลและภาพทั้งหลายจะจัดเก็บด้วยระบบดิจิตัลหมด
เท่ากับสิ้นสุดยุคเทปหรือระบบอะนาล็อก

ตลอดเวลาที่ผ่านมา CCTV
ได้นำเทปภาพ ทั้งข่าวและรายการโทรทัศน์ เก็บเข้าสู่ระบบดิจิตัล
คิดเป็นจำนวนชั่วโมงของเทปเกือบ 200,000 ชั่วโมง ดูเหมือนเยอะนะครับ
แต่ยังเหลืออีกตั้ง 66% ที่จะต้องทำกันต่อไปให้เสร็จสิ้นภายในเวลาที่กำหนด
 
ในขณะเดียวกัน แต่ละวันยังมีข่าวและข้อมูลใหม่ๆที่นำเสนอผ่านสถานีโทรทัศน์
CCTV ทั้งหมด 17 ช่อง คิดรวมๆกันก็ประมาณ 60 ชั่วโมงต่อวัน
ซึ่งจะต้องจัดเก็บเข้าระบบดิจิตัลด้วย
โครงการจัดเก็บข้อมูลเข้าสู่ระบบดิจิตัลนี้ CCTV ใช้กำลังพลของตนเอง
และลูกจ้างภายนอกทั้งหมดเกือบ 700 คน ทำงานกันทุกวันๆละ 14 ชั่วโมง
โดยแบ่งเป็น 2 ผลัดครับ
 
ระบบของสถานีโทรทัศน์ CCTV นั้น เมื่อดูแล้ว ผมรู้สึกใจชื้นขึ้นเป็นกอง
เพราะช่วยให้เห็นภาพกระจ่างชัดมากขึ้นว่า
การจัดทำศูนย์เก็บข้อมูลข่าวและภาพระบบดิจิตัลสำหรับ อสมท
นั้นไม่ใช่เรื่องไกลเกินเอื้อม
 
อีกเรื่องที่น่าสนใจจากการเดินทางไป CCTV
และได้พบปะพูดคุยกับผู้บริหารระดับสูงของสถานีโทรทัศน์ คือ
การไปตอกย้ำถึงความสำเร็จของสารคดีที่ทำร่วมกันระหว่าง MCOT กับ CCTV
และสถานีโทรทัศน์ในประเทศเพื่อนบ้านแถบลุ่มน้ำโขงอีก 4 ประเทศ คือ ลาว
กัมพูชา พม่า และเวียดนาม
 
สารคดีชุดนี้มีชื่อว่า "หลานชาง-แม่โขง" นับว่าเป็นสารคดีที่ยิ่งใหญ่
และทีมงานผลิตรายการโทรทัศน์ของ อสมท ได้เข้าร่วมผลิตด้วย โดยช่วยสืบหาข้อมูล
ติดต่อแหล่งข่าวต่างๆ
และร่วมเดินทางไปถ่ายทำทั่วประเทศไทยตั้งแต่เมื่อปลายปี 2548
แม่น้ำหลานชางนั้นเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำโขง ไหลผ่านมณฑลหยุนหนาน
ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน
การถ่ายทำในประเทศผู้ร่วมผลิตทั้งหมด 6 ประเทศ เสร็จเรียบร้อยแล้วครับ
ตอนนี้ก็อยู่ในขั้นตอนของการตัดต่อและจัดทำรายละเอียดอื่นๆ
เพื่อนำออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ CCTV ในเดือนมกราคม 2551 ส่วนในเมืองไทย
อสมท ก็ภูมิใจที่จะนำเสนอสารคดีชุดนี้
วันเวลาออกอากาศจะเรียนให้ทราบอีกครั้งครับ

แล้วพบกันใหม่ครับ

วสันต์

น่าสนใจมาก

Posted on 29/11/2007 at 18:05 by FreeSpirit
น่าสนใจมาก เรื่องที่เล่ามา ไปเมืองจืนแค่ 2 วันเอง เดินทางก็เหนือยแล้ว แต่ก็เข้าใจได้ว่าคงรีบไปรีบกลับ ดูท่าจะงานเยอะเอาเรื่อง ก็ขอบคุณที่มาเล่าโน่นเล่านี่ให้ฟัง เอาใจช่วย และจะคอยดูสารคดีดีๆ ทางช่อง 9

นี่หละมั้งที่เรียกว่าความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยี

Posted on 2/12/2007 at 17:40 by Anonymous
การได้ไปดูงานก็เหมือนเป็นการเสริมความเชื่อมั่นของเรา และก็พัฒนางานของเรา

ฉันรู้สึกดีมากเลยค่ะที่ทาง อสมท มีการให้ดูรายการย้อนหลัง มีบางรายการที่ฉันอยากดูแต่เมื่อถึงเวลาออกอากาศฉันดูไม่ทันสักที หรือถ้าได้ดูก็ดูไม่จบ แต่มีบางอย่างที่ฉันไม่เข้าใจว่ารายการที่ฉันดูเห็นภาพไม่ชัดเจนเลยค่ะ ขนาดที่ดูได้ชัดก็ขนาดเท่ารูปถ่าย 1 นิ้วนิดๆ ถ้าขยายใหญ่ก็เบรอไปเลยค่ะ ทำให้คิดว่าเป็นเพราะฉันทำไม่เป็นรึเปล่าถึงดูภาพไม่ได้ชัดเจน หรือว่าเป็นเพราะทางรายการกลัวว่าจะเกิดการก๊อบงานลงแผ่นแล้วเอาไปขายรึเปล่า ก็ต้องขอโทษด้วยนะค่ะถ้าความคิดเห็นของฉันผิดจากเหตุผลของทาง อสมท
ที่จริงฉันอยากจะถามข้อสงสัยขอฉันกับคนที่ทำงานด้านนี้โดยตรงแต่ฉันหาไม่เจอว่าจะไปเขียนที่ไหนดี บังเอิญมาอ่านที่บล๊อกนี้พอดีก็เลยฝากคุณไปถามคนที่พอจะตอบคำถามฉันให้ด้วยก็แล้วกันนะค่ะ ขอขอบคุณล่วงหน้านะค่ะ

ถ้าจะกรุณา รบกวนตอบข้อสงสัยของฉันด้วยนะค่ะ

สุดท้ายนี้ฉันก็ขอเป็นกำลังใจให้กับ อสมท ด้วยนะค่ะ ให้ผลิตผลงานดีๆอย่างนี้ให้คนไทยตาดำๆดูกันต่อไป

ขอตอบ

Posted on 2/12/2007 at 22:29 by 5G
ขออนุญาตตอบแทนก็แล้วกัน ถ้าผิดพลาดก็ขออภัยด้วยจ้า
ก่อนอื่นการติดต่อกับทางเว็บ ท้ายหน้าเขามีบอกนะจ๊ะ คือ Contact Us Tel:02-201-6000 webmaster@mcot.net Tel: 02-201-6145
ส่วนที่ดูได้ไม่ชัด อาจจะเป็นที่ ram ของเครื่องกับ speed ของอินเตอร์เน็ต ถ้าเครื่องมี ram สูงจะช่วยได้มาก สำหรับ speed ลองเลือกให้เหมาะ เช่น 56 k 128 k ไปเรื่อยๆ ลองดูนะจ๊ะ คุณความเห็นที่ 2 ว่าปัญหาอยู่ตรงไหน และลองแก้ดู เช่นเพิ่ม ram เพิ่ม speed แต่ต้องใช้เงินทั้งนั้น เอาแบบพอเพียงก็ได้ แล้วแต่กระเป๋าจ้า

เล่าเรื่องนี้ดีกว่า

Posted on 3/12/2007 at 12:03 by Anonymous
สกู๊ป-เปิดสำนวนสอบสวนลับ'อสมท-ไร่ส้ม-สรยุทธ'คดีฉ้อโกงเงินโฆษณา138 ล้าน http://www.matichon.co.th/news_detail.php?id=12393&catid=25
หมายเหต'มติชนออนไลน์' เป็นส่วนหนึ่งของรายงานผลการสอบสวนของคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงที่มี พล.ต.อ.ประทิน สันติประภพ เป็นประธานซึ่งคณะกรรมการบริษัท อสมท มีคำสั่งแต่งตั้งขึ้นมาเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2549 เพื่อสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการทุจริตหรือการบริหารงานบกพร่อง กรณีรายการ'คุยคุ้ยข่าว' รวมทั้งธุรกิจอื่น ตลอดจนการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ บริษัท อสมท

ส่วนที่นำมาเสนอเป็นการวินิจฉัยในส่วนพฤติการณ์ของนางพิชชาภา เอี่ยมสะอาด เจ้าหน้าที่ธุรการ ฝ่ายสนับสนุนและบริการลูกค้า และบริษัทไร่ส้ม จำกัด
-------------------------------------------------------

นางพิชชาภา เอี่ยมสะอาด
-------------------------------------------------------

ดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่ธุรการ ฝ่ายสนับสนุนและบริการลูกค้า มีหน้าที่จัดทำคิวโฆษณาในรายการโทรทัศน์ตามสัญญาร่วมดำเนินการรายการโทรทัศน์ ซึ่งแบ่งเวลาให้แก่ผู้ดำเนินรายการตามจำนวนที่ได้ทำหนังสือสัญญากันไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งรายการของบริษัทไร่ส้ม จำกัด ในรายการ "คุยคุ้ยข่าว" ซึ่งนางพิชชาภา มีหน้าที่จัดทำคิวโฆษณารวมของ บมจ. อสมท กับบริษัทไร่ส้ม จำกัด เพื่อส่งให้นางสาวอัญญา อู่ไทย ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายสนับสนุนและบริการลูกค้าตรวจสอบและลงนามอนุมัติ

แล้วส่งต่อให้เจ้าหน้าที่วัสดุโฆษณาเพื่อค้นหาวัสดุโฆษณาส่งแก่หน่วยงานตัดต่อคิวโฆษณาในฝ่ายสนับสนุนและบริการลูกค้าแล้วส่งแก่ฝ่ายโทรทัศน์เพื่อทำการแพร่ภาพออกอากาศในรายการดังกล่าว
ปรากฏว่า ช่วงระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2548 จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2549 นางพิชชาภาบังอาจกระทำการโดยทุจริต เพื่อแสวงหาประโยชน์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่นต่างกรรมต่างวาระ โดยจัดทำคิวโฆษณาส่วนเกินในรายการ "คุยคุ้ยข่าว" และไม่จัดส่งข้อมูลการโฆษณาส่วนเกินให้ฝ่ายกฎหมายธุรกิจ เพื่อจัดทำสัญญาโฆษณาส่วนเกิน อันเป็นประโยชน์แก่บริษัทไร่ส้ม จำกัด

นางพิชชาภา ได้รับเงินตอบแทนจากบริษัทไร่ส้ม เป็นรายเดือนตามจำนวนเวลาที่โฆษณาเกินและบริษัทไร่ส้มได้หักค่าภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายของนางพิชชาภา ไว้ด้วย ทำให้ บมจ. อสมท. ได้รับความเสียหาย ไม่ได้รับเงินค่าโฆษณาส่วนเกินจากบริษัทไร่ส้ม จำนวน 138,790,000 บาท


แม้ต่อมาบริษัทไร่ส้มจะยินยอมชำระเงินคืนแก่ บมจ. อสมท. แล้วก็ตาม แต่เป็นผลมาจากการตรวจสอบพบการโฆษณาเกินของเจ้าหน้าที่ บมจ. อสมท. และมีการเรียกร้องให้บริษัทไร่ส้มชำระเงินค่าโฆษณาส่วนเกินดังกล่าว

ดังนั้น การกระทำความผิดของนางพิชชาภา ดังกล่าวได้สำเร็จและสร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ บมจ. อสมท. แล้ว อันเป็นการทุจริตต่อหน้าที่

ระหว่างวันที่ 7 สิงหาคม 2548 ถึงวันที่ 25 ธันวาคม 2548 และวันที่ 3 พฤษภาคม 2549 ถึงวันที่ 15 กรกฎาคม 2549 นางพิชชาภาจัดทำคิวโฆษณารวมของ บมจ. อสมท. กับบริษัท ไร่ส้ม จำกัด ในรายการ "คุยคุ้ยข่าว" ต่างกรรมต่างวาระ โดยระบุในใบคิวโฆษณาว่าเป็นคิวโฆษณาของ บมจ. อสมท.

แต่เมื่อตรวจสอบจากรายการโฆษณาของ บมจ. อสมท. และบริษัทไร่ส้ม จำกัดแล้ว ปรากฏว่า มิใช่คิวโฆษณาของ บมจ. อสมท. และบริษัทไร่ส้ม จำกัด หรือที่เรียกว่า "ค่าโฆษณาผี" อันเป็นสินค้าที่บริษัทเบนเฮอร์ แอดเวอร์ไทซิ่ง จำกัด บริษัทยูนิค แพลนเนอร์ กรุ๊ป จำกัด และ บริษัท ฮิป ฮิป ฮูเรย์ ครีเอชั่น จำกัด ซึ่งนางเบญจมาศ นนทวงษ์ ในขณะเกิดเหตุนี้ดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่ธุรกิจอาวุโส ฝ่ายกฎหมายธุรกิจ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่ขายอาวุโส (Account Executive) ฝ่ายขายวิทยุ คลื่นวิทยุ เอฟ.เอ็ม. 95 MHz ได้ฝากให้นางพิชชาภา นำไปลงโฆษณากับบริษัทไร่ส้ม ในรายการ "คุยคุ้ยข่าว" อันเป็นกรณีที่เจ้าหน้าที่ บมจ. อสมท. นำโฆษณาดังกล่าวมาให้แก่นางพิชชาภา

แต่นางพิชชาภา บังอาจระบุในใบคิวโฆษณาว่าเป็นรายการโฆษณาของ บมจ. อสมท. ซึ่งข้อเท็จจริงปรากฏว่านางพิชชาภาได้นำสินค้าดังกล่าวไปโฆษณาในราย "คุยคุ้ยข่าว" และเป็นผู้รับเงินค่าโฆษณารายการดังกล่าวเป็นของตนเอง ทำให้ บมจ. อสมท. เสียหายไม่ได้รับเงินค่าโฆษณาดังกล่าว คิดเป็นเงินทั้งสิ้น 1,130,000 บาท อันเป็นการทุจริตต่อหน้าที่

นอกจากนี้ ในปี พ.ศ.2547 ถึงปี พ.ศ.2548 นางพิชชาภา ยังหาโฆษณาสินค้าเพื่อไปส่งมอบให้แก่บริษัทไร่ส้ม และได้รับเงินค่านำเข้ายอดขายโฆษณาจากบริษัทไร่ส้ม โดยไม่ยอมนำโฆษณาสินค้าดังกล่าวมาให้แก่ บมจ. อสมท. เนื่องจากหากนำมามอบให้แก่ บมจ. อสมท. จะไม่ได้รับค่านำเข้า(ค่านายหน้า) หรือได้รับน้อยว่าที่จะได้รับจากบริษัทไร่ส้ม จำกัด อันเป็นการไม่เอาใจใส่ระมัดระวังรักษาประโยชน์ของ บมจ. อสมท

เมื่อนางบุณฑณิก บูลย์สิน ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สำนักการตลาด 1 และรักษาผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สำนักกลยุทธ์การตลาด สั่งการให้นางปิยะนาถ ไชยพิมลตรวจสอบการโฆษณาเกินของบริษัทไร่ส้ม

ปรากฏ นางพิชชาภาบังอาจใช้น้ำยาลบคำผิดลบข้อความในใบคิวโฆษณารวมของ บมจ. อสมท และบริษัทไร่ส้ม จำกัด เพื่อทำลายพยานหลักฐาน ไม่ให้มีการตรวจสอบการโฆษณาเกินของบริษัทไร่ส้ม จำกัด อันเป็นการปกปิดข้อความจริงและความผิดที่ตนเป็นผู้กระทำขึ้น

การที่นางพิชชาภา ทำการลบข้อความในใบคิวโฆษณารวมของ บมจ. อสมท และบริษัทไร่ส้ม เพื่อทำลายพยานหลักฐานและเป็นการปกปิดข้อความจริงและความผิดของตน ไม่ให้มีการตรวจสอบการโฆษณาเกินของบริษัทไร่ส้ม อันเป็นการทำเอกสารปลอมขึ้นทั้งฉบับหรือแต่ส่วนหนึ่งส่วนใด เติมหรือตัดทอนข้อความ หรืแก้ไขด้วยประการใดๆ ในเอกสารที่แท้จริงโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชนอันมีมูลเป็นความผิดฐานปลอมแปลงเอกสาร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264

โดยที่ บมจ. อสมท ถือหุ้นโดยกระทรวงการคลังในอัตราน้อยละ 65 ของจำนวนหุ้นจดทะเบียนทั้งหมด ดังนั้น บมจ. อสมท ซึ่งได้จดทะเบียนเป็นบริษัทมหาชน ตาม พ.ร.บ. บริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ.2535 จึงเป็นรัฐวิสาหกิจซึ่งเป็นองค์การของรัฐบาลตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์การของรัฐบาลที่รัฐเป็นเจ้าของมีทุนรวมอยู่ด้วยเกินร้อยละห้าสิบ บมจ. อสมท จึงมีสถานะเป็นรัฐวิสาหกิจตาม พ.ร.บ.ความผิดพนักงานองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502

ดังนั้น การที่นางพิชชาภจึงเป็นพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐที่ เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด สำหรับตนเองหรือผู้อื่น โดยมิชอบและเป็นพนักงานที่มีหน้าที่ซื้อ ทำจัดการหรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจหน้าที่โดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่องค์การ บริษัทจำกัด และเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต อันมีมูลเป็นความผิดตามมาตรา 6 มาตรา 8 และมาตรา 11 แห่ง พ.ร.บ.ติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502
----------------------------------

บริษัท ไร่ส้ม จำกัด
----------------------------------

เป็นคู่สัญญากับ บมจ.อสมท ตามสัญญาร่วมดำเนินการรายการโทรทัศน์ ฉบับลงวันที่ 6 กันยายน 2547 ฉบับลงวันที่ 31 พฤษภาคม 2548 บันทึกข้อตกลง ฉบับลงวันที่ 22 ธันวาคม 2548 สัญญาร่วมดำเนินรายการโทรทัศน์ ฉบับลงวันที่ 30 มกราคม 2549 รวมแปดฉบับ

ปรากฏว่า เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2548 จนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2549 บริษัทไร่ส้ม โดย นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา นางสาวอังคณา วัฒนมงคลศิลป์ และ นางสาวสุกัญญา แซ่ลิ่ม กรรมการ บริษัท กับ นางสาวมณฑา ธีรเดช เจ้าหน้าที่บริษัทไร่ส้ม จำกัด ได้บังอาจร่วมกันกระทำการโดยทุจริต เพื่อแสวงหาประโยชน์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่น ต่างกรรมต่างวาระ

โดยไม่ร่วมกับนางพิชชาภาจัดทำคิวโฆษณาส่วนเกินในรายการ "คุยคุ้ยข่าว" และไม่แจ้งขอซื้อโฆษณาส่วนเกินต่อฝ่ายขายโทรทัศน์ สำนักการตลาดส่วนเกินในรายการ "คุยคุ้ยข่าว" และไม่แจ้งขอซื้อโฆษณาส่วนเกินต่อฝ่ายขายโทรทัศน์ สำนักการตลาดของ บมจ.อสมท เพื่อจัดทำสัญญาโฆษณาส่วนเกิน อันเป็นประโยชน์แก่บริษัทไร่ส้ม โดยบริษัทไร่ส้ม ได้มอบเงินตอบแทนเป็นรายเดือนตามจำนวนเวลาที่โฆษณาเกินให้แก่นางพิชชาภา และได้หักค่าภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ของนางพิชชาภา ไว้ด้วย ทำให้ บมจ.อสมท ได้รับความเสียหาย ไม่ได้รับเงินค่าโฆษณาส่วนเกินจากบริษัทไร่ส้ม จำกัด จำนวน 138,790,000 บาท

แม้ต่อมาบริษัทไร่ส้ม จะยินยอมชำระเงินคืนแก่ บมจ.อสมท แล้วก็ตาม แต่เป็นผลมาจากการตรวจสอบพบการโฆษณาเกินของเจ้าหน้าที่ บมจ.อสมท และมีการเรียกร้องให้บริษัทไร้ส้ม จำกัด ชำระเงินค่าโฆษณาส่วนเกินดังกล่าว

ดังนั้นการกระทำความผิดของบริษัทไร่ส้ม จำกัด และนางพิชชาภา ดังกล่าวได้สำเร็จและสร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ บมจ.อสมท แล้วอันเป็นการกระทำโดยร่วมกันทุจริต หลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งและโดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม อันมีมูลเป็นความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ประกอบกับมาตร 86

นอกจากนี้ เมื่อ บมจ.อสมท ทำการตรวจสอบการโฆษณาส่วนเกินของบริษัทไร่ส้ม ปรากฏว่า บริษัทไร่ส้ม สั่งการให้นางพิชชาภา ทำการลบข้อความในใบคิวโฆษณารวมของ บมจ.อสมท และบริษัทไร่ส้ม เพื่อทำลายพยานหลักฐานและเป็นการปกปิดข้อความจริงและความผิดของตน ไม่ให้มีการตรวจสอบการโฆษณาเกินของบริษัทไร่ส้มอันเป็นการทำเอกสารปลอมขึ้นทั้งฉบับหรือแต่ส่วนหนึ่งส่วนใด ฯ อันมีมูลเป็นความผิดฐานปลอมแปลงเอกสาร ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 264

นางพิชชาภา มีสถานะเป็นพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 ตามที่ได้กล่าวมาแล้วนั้น บริษัทไร่ส้มจึงน่าจะเป็นผู้สนับสนุนให้นางพิชชาภา กระทำความผิดตามมาตรา 6 มาตรา 8 และมาตรา 11 ประกอบกับประมวลกฎหมายอาญามาตรา 86








รายการประเภทสารคดี

Posted on 4/12/2007 at 19:21 by Anonymous
ดิฉันเคยดูสารคดีทางศิลปกรรมและวัฒนธรรมจีนของ CCTV ชอบทั้งเนื้อหาและวิธีการนำเสนอมากเลยค่ะ ได้ความรู้และความเพลิดเพลินในโอกาสเดียวกัน อยากให้ทางอสมท.พัฒนาและส่งเสริมรายการประมาณนี้ด้วย ขอบคุณค่ะ

จะรอชม

Posted on 5/12/2007 at 16:25 by Anonymous
เป็นคนชอบสารคดี จะรอชมสารคดีเรื่องนี้ โปรโมตดีๆ น่าจะได้รับความสนใจ ให้ทางซีพีหรือบริษัทที่ทำธุรกิจกับจีนสนับสนุนด้วยซิคะ จะได้ได้ทั้งเงินทั้งกล่อง เข้าใจค่ะ ว่าสถานะของอสมท.ตอนนี้ไม่ง่ายเลย ทั้งต้องทำเงิน ทั้งต้องทำเพื่อสังคม ขอเอาใจช่วย ที่สำคัญทีมเวิร์กต้องดีค่ะ

ขอติดต่อบ้างได้ไหม

Posted on 5/12/2007 at 16:28 by Anonymous
เข้าไปใน archives เห็นผอ.วสันต์ให้ e-mal add กับผู้ที่ชื่อ Mass Media ที่ขอไว้ ไม่ทราบว่าจะขอติดต่อบ้างหรือไม่ ในกรณีที่จำเป็นเท่านั้น

เรื่องของการออกอากาศแบบ digital และความน่าสนใจ

Posted on 13/12/2007 at 22:34 by nrad6949
ขอบคุณคุณวสันต์ที่นำเรื่องของ CCTV มาแบ่งปันครับ ส่วนตัวผมเองคิดว่า การทำเป็บระบบซึ่งรวมไปถึงการ broadcast เป็นแบบ Digital นั้นผมว่าสำคัญที่สุดก็ตรงนั้น เพราะเป็นหัวใจสำคัญครับ

ครั้งที่ผมไปประเทศญี่ปุ่น แม้จะไม่เคยได้เข้าชม NHK แต่ดูรายการผ่านทางโรงแรมที่ใช้ระบบ Digital แล้วรู้สึกประทับใจตรงที่เทคโนโลยีนี้จะช่วยให้ 'TV เป็น real TV' เสียที

ประเด็นอยู่ที่ถ้าทุกอย่าง digital หมด แต่สุดท้ายผลลัพธ์คือ analog ผมว่ามันไม่ได้ใช้ประโยชน์สูงสุดจาก digital ครับ แต่ก็หวังลุ้นลึกๆกับ กสทช. ว่าจะเป็นอย่างไรครับ

ถ้า กทช หรือ กสทช บ้านเราไม่มีปัญหา คงพัฒนาไปไกลกว่านี้เยอะ

คนทางบ้าน

Posted on 9/1/2008 at 23:43 by Anonymous
ถึงคุณวสันต์

ในฐานะที่เป็นคนดูทางบ้าน อยากเรียนถามคุณวสันต์ว่าในช่องเก้าไม่มีผู้สื่อข่าวรุ่นใหม่ๆที่หน้าตาหล่อๆสวยๆบ้างสักคนเลยเหรอครับ ผมรู้สึกว่าเท่าที่อ่านนี่แต่ละคนอายุมากแล้ว ปั้นเด็กๆมาอ่านบ้างก้อดีนะครับ ฝึกคนไว้ก่อนยามที่ผู้ประกาศยุคปัจจุบันแก่ตัวลงจะได้มีคนมาแทนที่ครับ

ผมชอบช่องเก้าครับ แต่ไม่มีผู้อ่านข่าวคนใดดึงดูดผู้ชมเลย นอกจากอายุเลยวัยสามสิบกลางๆกันแล้วยังอ่านข่าวแบบฟังแล้วง่วงนอนมาก ฝากพิจารณาด้วยครับ

Last Page | Page 6 of 11 | Next Page

Links

- Home
- My Profile
- Archives
MCOT Public Company Limited. All rights Reserved.2004
Contact Us Tel:02-201-6000 webmaster@mcot.net Tel: 02-201-6145
Powered by Computer Department of MCOT.