การทำงานกับช่างภาพระดับโลก

Posted on 7/12/2007 at 22:49

 

ก่อนเล่าเรื่อง ขอโฆษณารายการก่อน.....

เสาร์ที่ 8 ธ.ค. นี้อย่าลืมติดตาม 9 days ต่อ ตอน 2 นะครับ บรรดาช่างภาพจะพาท่านเดินทางไปภาคอิสาน (สวยมาก ขอบอก)

 

เมื่อได้รับมอบหมายให้ดูแลโครงการนี้ แรกๆก็รู้สึกหวั่นใจเล็กน้อย เนื่องจากต้องทำงานกับบุคคลระดับโลก ตั้ง 55 คน แถมแต่ละคนยังมีชื่อเสียง (ดัง) มากอีกด้วย ช่างภาพไทยก็คงจะพูดกันง่าย แต่ช่างภาพต่างชาติไม่ค่อยแน่ใจ ความกังวลของทีมงานก็คือ ช่างภาพระดับนี้เขาจะยอมให้เราเข้าไปถ่ายทำการทำงานของเขาได้หรือไม่ เข้าใกล้ได้ขนาดไหน และยังมีเรื่องต้องขอสัมภาษณ์แต่ละคนอีกว่าจะเรื่องมากมั๊ย ที่คิดมากเนื่องจากส่วนมากคนดังๆ ระดับโลกไม่ว่าจะเป็นดารา หรือศิลปินระดับโลกส่วนใหญ่ เรื่องมากกันทั้งนั้น

 

หลังจากนั้น ก็ประชุมวางแผนการทำงานร่วมกันกับ คุณ ดีดิเอร์ มิลเล่ท์ (Didier Millet) ประธานบริษัทเอดิชั่น ดีดิเอร์ มิลเล่ท์ คุณ อีวาน แวน อูทรีฟ (Vvan Van Outrive) กรรมการผู้จัดการบริษัท อิมมีเดียด มีเดีย จำกัด และคุณ นิโคลาส มิลเล่ท์ จากบริษัท เอนจีเอ็ม โปรดั๊กชั่น ถึงวิธีการทำงานร่วมกัน ทั้ง 3 คน เป็นชาวฝรั่งเศสผู้ดำเนินโครงการฯ ร่วมกับสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และสถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ ก็ร่วมโครงการนี้ในฐานะผู้สนับสนุนด้านสื่อโทรทัศน์

 

หลังจากติดต่อประสานงานกับช่างภาพต่างชาติทั้งหมด 44 คน แต่ที่ยอมให้ทีมโทรทัศน์ติดตามการทำงานเข้าถ่ายทำเบื้องหลังมี 20 คน และช่างภาพไทยอีก 3 คน (อันที่จริงในส่วนของช่างภาพคนไทยทั้ง 11 คนอยากให้เราไปถ่ายทำกันทั้งนั้น) การทำงานนั้นจะแบ่งทีมถ่ายทำทั้งหมดเป็น 7 ทีม ทีมไทย 4 ทีม และทีมของฝรั่งเศส 3 ทีม แต่ละทีมรับผิดชอบช่างภาพทีมละ 2-3 คน  หัวข้อเรื่องที่ช่างภาพแต่ละคนรับผิดชอบนั้นพวกเขาจะกำหนดเองตามความถนัดของแต่ละคน จะเห้นได้ว่า มีทั้งเรื่องธรรมชาติ-สิ่งแวดล้อม วิถีชีวิต ศิลปะ วัฒนธรรม ความเชื่อ ศาสนา คนไทยกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ตลอดจนความจงรักภักดีของปวงชนชาวไทยต่อองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ

 

ทีมถ่ายทำของโมเดิร์นไนน์ แต่ละทีมมีกันแค่ 2 คน คือหัวหน้าทีมกับช่างภาพและคนขับรถอีก 1 คน ก็มีทีมผม (วรพล พุฒจ้อย) เป็นโปรดิวเซอร์ รับผิดชอบ คุณสุรัตน์ โอสถานุเคราะห์ นายกสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ในหัวข้อเรื่อง วงดนตรีลูกทุ่ง คุณ พาลานิ โมฮาน (Palani Mohan) ช่างภาพชาวออสเตรเลียเชื้อสายอินเดีย เรื่องช้างกับชาวกะเหรี่ยงที่อุ้มผาง และ คุณ ชาฮิดัล อลัม (Shahidul Alam) ช่างภาพชาวบังคลาเทศ เรื่องผู้มีชื่อเสียงในวงสังคม  ทีมของตู่ (นงลักษณ์ ทองดาษ) เป็นครีเอทีฟ รับผิดชอบคุณเจฟ ฮัทเชน (Jeff Hutchens) ชาวสหรัฐอเมริกา เรื่องผู้ใช้แรงงาน คุณคาร์โลส ฟริเยร์ (Carlos Freire) ชาวฝรั่งเศสเชื้อสายบราซิล เรื่องศิลปะและศิลปินไทย และ คุณอนุชัย ศรีจรูญพู่ทอง (ช่างภาพไทยผู้คว้ารางวัลจากทั่งโลกกว่า 200 รางวัล) เรื่องความจงรักภักดีของชาวไทยต่อองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ  ทีมโต้ง (ประพันธ์ ประสบโชคสมบูรณ์) เป็นผู้กำกับรายการ รับผิดชอบ คุณบักชัง คู (Bohnchang Koo) ช่างภาพชาวเกาหลี ผู้หลงใหลในวิชาชีพถ่ายภาพ ถึงกับละทิ้งงานที่มั่นคงในบริษัทเอกชนระหว่างชาติ เพื่อศึกษาเทคนิคการถ่ายภาพที่เยอรมนี และกลายมาเป็นช่างภาพที่มีชื่อเสียงระดับโลกคนหนึ่งในปัจจุบัน เรื่องวัฒนธรรมอิสาน และ คุณ ฮันส์ โฮเฟอร์ (Hans Hoefer) ชาวเยอรมัน เรื่องอุตสาหกรรมในอิสาน  ทีมอิ๊ว (ศุภกร ลิ้มธีระยศ) เป็นผู้กำกับรายการ รับผิดชอบ คุณกิโด อัลเบอร์โต รอซซี่ (Guido Alberto Rossi) ชาวอิตาเลียน เรื่องกองทัพไทย คุณทารา โซสโรวาโดโย่ (Tara Sosrowardoyo) ชาวอินโดนีเซีย เรื่องวงการบันเทิงของไทยและคุณณัฐ ประกอบสันติสุข เรื่องแฟชั่น ส่วนช่างภาพที่เหลือเป็นหน้าที่ของทีมฝรั่งเศสอีก 3 ทีม ในการวางแผนถ่ายทำนั้นเราพยายามให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศตั้งแต่เหนือจรดใต้เลยครับ

 

เริ่มต้นการทำงานต้องมีการแนะนำตัวเราเองกับบรรดาช่างภาพที่ทีมเราต้องติดตามกันก่อน หัวหน้าทีมทั้ง 4 คนของเราก็ไปพูดคุยแนะนำตัวกับช่างภาพ ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าน่าจะทำงานยากกับบรรดาคนดังระดับโลกนี้ คนแรกที่เราคุยด้วยก็คือคุณกิโด อัลเบอร์โต รอซซี่

 กิโด อัลเบอร์โต รอซซี่

 

ผิดคาดครับท่านผู้ชม! พี่แก คุยเก่ง เป็นมิตร เราก็บอกแกว่าในขณะทำงานเราจะระวังไม่รบกวนการทำงานของเขาเลย เขาบอกว่าไม่มีปัญหาตามสบายเลย ถือว่าเราเป็นทีมเดียวกันอยากให้เขาทำอะไรก็บอกได้เลย (เอ๊ะ ทำไม่มันง่ายและดีอย่างนี้) คนแรกใจดี...ค่อยยังชั่วหน่อย ใช้เวลา 2-3 กว่าจะพูดคุยกับทุกคนเสร็จ ไม่น่าเชื่อสิ่งที่เรากังวลใจว่าจะเรื่องมากกลับตาลปัด เพราะทุกคนใจดีหมดเลย เป็นมิตรและอ่อนน้อมถ่อมตน เช่น บางคนก็บอกเราว่าในขณะทำงานอาจจะต้องขอความช่วยเหลือจากเราด้วย ในเรื่องข้อมูลและความเหมาะควรทางด้านขนบธรรมเนียมประเพณี

 

ทุกคนเริ่มมันในอารมณ์ที่จะทำงานนี้ แต่บางคนก็ยังกังวลเรื่องภาษากลัวจะสื่อสารไม่รู้เรื่อง (ภาษาอังกฤษพอได้) จริงแล้วก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะบุคคลเหล่านี้เขาแค่พูดกันรู้เรื่องก็พอ ไม่ต้องการถูกหลักไวยากรณ์ หรืออะไรมากมาย ก็มาวิเคราะห์กันในทีมว่าทำไมทุกคนถึงใจดีและก็เป็นมิตร สรุปกันเองได้ว่าพวกเขาต้องเดินทางไปทำงานทั่วโลกและพบปะกับผู้คนมากมาย ต่างวัฒนธรรม ต่างภาษา เพื่อให้ได้ภาพถ่ายที่สะท้อนทุกอย่างที่เขาต้องการในแง่มุมลึกๆแล้ว การใกล้ชิดกับผู้คนในท้องถิ่นจึงเป็นเรื่องปกติสำหรับพวกเขา (และก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ เห็นได้จากภาพถ่ายที่เขาถ่ายกันมา)

 

เรื่องเครื่องมืออุปกรณ์ที่ถ่าย เราก็คิดว่าคงจะเป็นกล้องราคาแพงๆ พร้อมอุปกรณ์ประกอบเพียบ เปล่าเลย ทุกอย่างเรียบง่าย ส่วนใหญ่พกกล้องคนละ 2 ตัว ตัวนึงใส่ เลนส์มุมกว้าง (Wide Angle Lens) อีกตัวหนึ่งใส่ เลนส์ถ่ายภาพระยะไกล (Telephoto Lens หรือ Zoom Lens) เพื่อความคล่องตัวไม่ต้องเปลี่ยนเลนส์ไปมา

 

คุณคาร์โลส ฟริเยร์ (Carlos Freire) ช่างภาพเชื้อสายบราซิล เป็นคนแรกที่ผมประทับใจ


คาร์โลส ฟริเยร์


ก่อนวันถ่ายทำจริง เมื่อพบกันแนะนำตัวและคุยกันไปได้ซักพัก คุณลุงแกก็เชิญทีมงานไปนั่งเล่นที่ห้องพัก (โรงแรมดุสิตธานี) และเล่าเรื่องการถ่ายภาพ เล่าประสบการณ์ที่แกเดินทางไปทั่งโลก (พอสังเขป) พร้อมโชว์หนังสือภาพ และมอบสมุดภาพพร้อมลายเซ็นให้ (ชอบมาก)


ลุงแกชอบถ่ายภาพขาวดำ ภาพถ่ายส่วนใหญ่ดูมีชีวิตและมีความเคลื่อนไหว คำถามง่ายๆที่ถามแกก็คือ ทำไมถึงชองถ่ายภาพขาวดำ คำตอบก็แสนง่ายคือ ถ้าดูภาพสีก็จะเห็นแต่สี แต่ถ้ามองภาพขาวดำก็จะเห็นแสงเงา เส้นสาย และรูปร่างของสิ่งที่เราถ่าย พร้อมกับหยิบแผ่นพับโฆษณาของโรงแรมที่วางอยู่บนโต๊ะให้ดู แล้วบอกว่า ดูสิภาพถ่ายห้องนอนนี้มองเห็นแต่สีสันต่างๆทันทีที่เรามองเห็น เมื่อเราอิ่มเอมกับการเห็นสีแล้ว ความสนใจที่จะดูรายละเอียดของภาพต่อไปก็หมดลงอย่างรวดเร็วเช่นกัน แต่ถ้าเป็นภาพขาวดำ เมื่อแรกเห็นเราจะเห็นรูปร่าง และแสงเงาก่อน ทำให้ผู้ชมต้องการดูต่อเพื่อค้นหารายละเอียดของภาพและการเล่าเรื่อง เมื่อมองไปนานๆ เราก็จะเห็นแสงเงา รูปทรง การเคลื่อนไหวที่ผสมกลมกลืนกันออกมาเป็นงานศิลปะที่บอกเล่าเรื่องราวได้อย่างไม่รู้จบ   ทุกคนในทีม...โอ้โห พร้อมกัน ต่อไปนี้ฉันจะถ่ายแต่ภาพขาวดำ (เผื่อจะได้เก่งเหมือนลุงแกบ้าง) ผมถามแกต่อว่า ภาพสวยงามขนาดนี้ใช้กล้องอะไร ต้องมีอุปกรณ์ประกอบอะไรบ้าง ลุงบอกว่า อุปกรณ์ของแกเรียบง่าย และต้องสะดวกคล่องตัวเวลาทำงานไม่เทอะทะ ยุ่งวุ่นวาย เหมือนย้ายบ้าน (อันนี้ผมเติมเอง) กระซิบ ลุงคาร์โลส ใช้กล้อง
Nikon (รุ่นอะไรจำไม่ได้) 2 ตัว ใช้เลนส์มุมกว้าง (Wide Angle Lens) ทั้งคู่ (แถมกล้องตัวนึงขอบเลนส์ยังบุบบู้บี้ด้วย กล้องก็มีแต่รอยขีดข่วนจากการผ่านงานมาเยอะ) แกบอกว่าเวลาฟิล์มตัวใดตัวหนึ่งหมดจะได้ใช้อีกตัวถ่ายต่อได้เลย การเปลี่ยนฟิล์มจะทำตอนพักดื่มน้ำ หรือกินอาหาร ลืมบอกไป คุณคาร์โลส ถ่ายภาพโดยใช้ฟิล์มขาวดำ ความไวแสงตั้งแต่ 800 ASA ขึ้นไป เหตุผลคือด้วยความไวแสงขนาดนี้สามารถถ่ายภาพได้ตั้งแต่กลางวันยันกลางคืน (แสงมาก ถึงแสงน้อย ก็ยังถ่ายได้) ดูเอาเองก็แล้วกันตัวอย่างผลงานของแก

ผลงานของ Carlos Freire


ลุงชวนไปเดินที่สวนจตุจักร ทีมงานเรามีผม กับตู่ (ขณะนั้นท้องได้
6 เดือน อึดน่าดู) และผู้ช่วยที่อาสาสมัคร พาแกขึ้นรถไฟฟ้า BTS จาก โรงแรมดุสิตธานี ไปสวนจตุจักร เดินไปรอบๆ เห็นอะไรที่น่าสนใจ ลุงก็ถ่ายภาพไปเรื่อยๆ การถ่ายภาพนั้นถ่ายเร็วมาก มองเห็น... ยกกล้อง... ถ่าย... แชะ แชะ แชะ...เดินต่อ.....  เหมือนไม่ได้ตั้งใจ เป็นแบบใช้ความรู้สึก (เหมือนนักดนตรีเล่นดนตรี) อายุแกก็พอสมควร แต่เดินเร็วมากเลย แดดร้อน แกก็ไม่เหนื่อย แต่ลุงจะคอยถามตู่แบบเป็นห่วงอยู่เสมอ บางทีแกบอกนั่งพักรอก็ได้ แต่ตู่ก็อึดเดินตามแกได้ตลอด (มาสารภาพทีหลังว่าอยากเห็นการทำงานของคุณลุงคาร์โลส เลยต้องอดทน) พอแกถ่ายไปแล้วเราก็มาเล็งมุมที่แกเพิ่งถ่ายไป จึงเห็นว่าบางที่แสงสวย บางที่กิจกรรมหรือผู้คน ณ ตรงนั้นน่าสนใจ กว่าจะกลับก็บ่ายแก่ๆ 5 โมงเย็น ลุงบอกสนุกมาก และขอบคุณมาก มาก ที่พามาเที่ยว

 

โปรดติดตามต่อนต่อไป กับ คุณสุรัตน์ โอสถานุเคราะห์ ที่วิ่งถ่ายภาพการแสดงวงดนตรีลูกทุ่งราวกับหนุ่มอายุ 20  คุณพาลานิ โมฮาน กับช้างและชาวกะเหรี่ยงที่อุ้มผาง และคุณชาฮิดัล อลัม กับแอ๊ด คาราบาว ที่พิษณุโลกและอยุธยา

 

และอย่าลืม คืนวันเสาร์ที่ 8 ธ.ค.นี้ กับ 9 Days ตอนที่ 2 เวลา 21:30-22:00 น.

 

 

Wow... I wish I could meet them!!

Posted on 7/12/2007 at 22:30 by UP
How lucky you are!! Meet the famous photographers and see how they work and their works!!

I'll try to be a good photographer, too!!
Wish me luck, please.

PS. It's Noo UP, former trainee.

สุดยอด

Posted on 8/12/2007 at 15:51 by Anonymous
Keep up, good job.
แต่ อีสาน นะ ไม่ใช่ อิสาน ลองตรวจสอบดู จะได้สมบูรณ์

9 วัน 9 เดือน หนุกหนานมากฮับ

Posted on 8/12/2007 at 22:54 by ด.ช.เขาใหญ่
ขอคอมเมนท์หน่อยฮับ ตอนนั้นผมอยู่ในท้อง 8 เดือนกว่าแล้วฮับ ม่ายใช่ 6 เดือน การทำงานครั้งนี้ ผมก็กลายเป็น... ลูกใครหว่า?...เพราะมาม้าเป็นภรรยาของทุกคน ตั้งแต่ช่างภาพ ผู้ช่วยช่างภาพ ช่างภาพวิดิโอ และเจ้าของบล๊อกด้วย ผมต้องใช้ความอดทนมากๆ ถ้าผมเหนื่อยก็จะบอกมาม้าโดยเตะท้องมาม้าเบาๆ เวลาที่มาม้าเพลินฮับ...ลืมผมไปเลย! แต่ผมก็เรียนรู้เทคนิคมาเยอะ มาม้าสัญญาว่าจะขอทำงานอีกแค่ 9 วันเท่านั้น... ตอนนี้ผมอายุ 9 เดือนแล้วฮับ มาม้าบอกว่าทางทีมงานฝรั่งให้ตั้งชื่อผมว่า ด.ช.นายเดย์ แต่มาม้าบอกว่าไม่ได้เพราะมันดูฝรั่งไปฮับ .....

Untitled Comment

Posted on 10/12/2007 at 23:18 by Worrapol
ขอบคุณครับที่ช่วยแก้คำ "อีสาน" ให้

ตาร้อน อยากไปด้วยจัง

Posted on 12/12/2007 at 11:40 by soup
ตาร้อนมาก ๆ เลย อยากไปสัมผัสบ้างจัง

แต่เราก็มีโอกาสไปถ่ายภาพกับช่างภาพมืออาชีพระดับชาติเหมือนกันนะ....ก็พี่หน่อย ...ดวงดาว สุวรรณรังษี (ตีซี้เรียบร้อยแล้ว) ที่มีโอกาสได้ไปแสวงบุญด้วยกัน...ก็พยายาม Copy มุมที่พี่หน่อยยืนแล้วนะ .... แต่ทำไมสวยไม่เหมือนก็ไม่รู้...555

ตาร้อน อยากไปด้วยจัง

Posted on 13/12/2007 at 09:43 by soup
ตาร้อน อยากไปสัมผัสแบบนี้มังจัง

แต่จะว่าไป เราก็เคยสัมผัสการทำงานกับตากล้องมืออาชีพระดับชาติเหมือนกันนะ ..... ก็พี่หน่อย ดวงดาว สุวรรณรังษี คราวที่ไปแสวงบุญด้วยกัน .... พี่หน่อยน่ารักมาก ขยัน และลุย ..... บางที่ก็แอบ Cppy มุมที่พี่หน่อยถ่าย..... แต่ก็สวยไม่เหมือน....ไม้รู้ทำไม 5555

Last Page | Page 5 of 6 | Next Page

Links

- Home
- My Profile
- Archives
MCOT Public Company Limited. All rights Reserved.2004
Contact Us Tel:02-201-6000 webmaster@mcot.net Tel: 02-201-6145
Powered by Computer Department of MCOT.